วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

แอร์ไม่เย็น หาสาเหตุ และวิธีแก้กัน #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์

แอร์ไม่เย็น หาสาเหตุ และวิธีแก้กัน #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถ
แอร์ไม่เย็น หาสาเหตุ และวิธีแก้กัน #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์

สวัสดีในช่วงหน้าร้อนครับ ASN Broker นำความรู้ดีๆมาอีกแล้วครับ ในช่วงร้อนแบบนี้ หลายคนมีปัญหากับแอร์รถ เราจึงนำความรู้มาฝากกันครับ
แอร์ไม่เย็น        ปัญหาเรื่องแอร์ไม่เย็นก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะขับรถ  ทุกท่านที่ขับรถคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าอากาศบ้านเรามีมลพิษมากขึ้น  โยเฉพาะอย่างยิ่งมลพิษที่เกิดจากรถยนต์  ซึ่งนับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ  ยิ่งในตัวเมืองด้วยแล้วยิ่งอันตรายมาก  เนื่องจากสภาพการจราจรที่ติดขัดและจำนวนรถก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ขาดความเอาใจใส่อย่างจริงจัง  ปล่อยให้รถที่มีมลพิษมากยังวิ่งได้อยู่ทุกวัน  ดังนั้นขณะขับรถ  ผู้ขับขี่ส่วนมากจะต้องเปิดแอร์เพื่อหนีมลพิษและเพื่อความเย็นสบาย  แต่ถ้าแอร์รถของคุณไม่เย็นก็อาจส่งผล  ทำให้คุณเครียด  หงุดหงิด  และเสียสมาธิได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามรถติด
คำแนะนำ
หลังจากเปิดแอร์แล้ว  จะมีน้ำไหลออกมาจากท่อน้ำทิ้งใต้ตู้แอร์แล้วหยดลงบน  พื้นถนน  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ  แต่ถ้าไม่มีน้ำหยดแสดงว่าท่อน้ำทิ้งอุดตันควรทำความสะอาดทันที  ถ้า ปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ  จะทำให้ตู้แอร์รั่วซึมได้

ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบปรับอากาศรถยนต์

1.   คอมเพรสเซอร์   ทำหน้าที่ดูดและอัดน้ำยาแอร์ให้มีความดันสูงขึ้นและทำให้น้ำยาแอร์หมุนเวียนในระบบ  ติดตั้งอยู่ที่เครื่องยนต์  อาศัยแรงขับจากเครื่องยนต์  ผ่านสายพาน  มักเรียกกันว่า   คอมแอร์

2.  คอนเดนเซอร์ ทำหน้าที่ระบายความร้อนน้ำยาแอร์ที่ออกจาก   คอมเพรสเซอร์         โดยอาศัยพัดลมระบายความร้อนหรือลมปะทะขณะรถวิ่ง

3.  รีซีฟเวอร์ -  ดรายเออร์  ทำหน้าที่ดูดความชื่น  กรองสิ่งสกปรกในน้ำยาแอร์และกักเก็บน้ำยาแอร์ให้มีปริมาณเหมาะสมกับการใช้งานในระบบ  ติดตั้งระหว่างคอนเดนเซอรืกับตู้แอร์  ที่ด้านบนจะมีตาแมวเพื่อใช้ดูว่าน้ำยาแอร์มีเพียงพอหรือไม่  นอกจากนี้บางรุ่นยังมีสวิตซ์ความดันติดตั้งอยู่ด้วย  สวิตช์นี้มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย  ถ้าความดันใ นระบบสูงหรือต่ำเกินไป          ชุดคลัตช์แอร์จะตัดการทำงานทันที

4.   ตู้แอร์           ติดตั้งอยู่ในห้องโดยสารบริเวณหลังแผงหน้าปัด  มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ
          1.  อีวาปอเรเตอร์        ทำหน้าที่เปลี่ยนอากาศร้อนให้อากาศเย็น
          2.     พัดลมตู้แอร์หรือชุดโบลว์เออร์ ทำหน้าที่ดูดอากาศร้อนภายในห้อง   โดยสารให้ผ่านอีวาปอเรเตอร์เป็นลมเย็นเป่าออกทางช่องลม
          3.  เอกซ์แพนชันวาล์ว     ทำหน้าที่ปรับความดันของน้ำยาแอร์มีคุณสมบัติในการดูด  ความร้อนจากอากาศ

5.   ชุดทำความร้อน      ใช้ความร้อนจากน้ำหล่อเย็นของเครื่องยนต์มาอุ่นให้อากาศร้อนขึ้นแล้วเป่าออกมาโดยพัดลม   ตามปกติใช้ในขณะอากาศหนาว


สาเหตุที่แอร์รถยนต์ไม่เย็นเกิดจาก
 1.ฟิวส์และรีเลย์ในวงจรเครื่องปรับอากาศชำรุด  และขั้วต่อสายไฟตามจุดต่าง ๆ  ต่อไว้ไม่แน่น 
2.สวิตช์ความดันสูง – ต่ำในระบบชำรุด  หรือขั้วต่อไม่แน่น  ทำให้คอม – เพรสเซอร์แอร์ไม่ทำงาน  ถ้าความดันในระบบสูงหรือต่ำเกินไป  คอมเพรสเซอร์ก็จะไม่ทำงานเช่นกัน  ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์แอร์เสียหาย
3.คลัตช์แม่เหล็กไม่ทำงาน  หรือสายไฟเข้าคลัตช์แม่เหล็กขาด
4.สายพานแอร์หย่อนเกินไปหรือขาด  ทำให้คอมเพรสเซอร์หมุนช้าหรือไม่หมุน
5.พัดลมไฟฟ้าของแอร์ไม่ทำงานหรือหมุนช้า  ทำให้ความร้อนที่คอน –เดนเซอร์  (  คอยล์ร้อน )  สูง  สาเหตุอาจเกิดจากแบตเตอรี่มีไฟไม่พอ  หรือตัวมอเตอร์พัดลมแอร์เริ่มเสื่อมสภาพ
6.มีเศษผงหรือสิ่งสกปรกติดอยู่ที่ด้านหน้าคอนเดนเซอร์แอร์  ควรใช้ลมที่มีความดันไม่เกิน  10  ปอนด์ต่อตารางนิ้ว  เป่าทำความสะอาด  อย่าใช้ลมที่มีความดันสูงกว่านี้  เพราะอาจทำให้ครีบทที่คอนเดนเซอร์แอร์บิดงอ
7.ตัวเอ็กซ์แพนชัววาล์วเสียหรือเสื่อมสภาพ  ทำให้คอมเพรสเซอร์ แอร์ตัด – ต่อบ่อยเกินไป
8.ตัวรีซีฟเวอร์ -  ดรายเออร์เสื่อมสภาพ  ที่ด้านบนจะมีกระจกใสเพื่อตรวจดูน้ำยาแอร์ว่ามีเพียงพอหรือไม่    ถ้ากระจกใสหรือมีฟองอากาศเล็กน้อยแสดงว่าปกติ
9.น้ำยาแอร์รั่วซึมตามจุดต่าง ๆ เช่น  บริเวณข้อต่อ  รั่วที่ซีลดโอริง  รั่วที่คอนเดนเซอร์  (  คอยล์ร้อน )  รั่วที่บริเวณใต้ตู้แอร์  เนื่องจากมีน้ำขังอยู่ภายในตู้ทำให้เกิดการผุกร่อน  ปัจจุบันตู้แอร์ส่วมมากทำด้วยอะลูมิเนียม  ถ้ามีน้ำขังอยู่จะทำให้ตู้แอร์รั่วได้ง่าย
10.คอมเพรสเซอร์แอร์เสื่อมสภาพ


น้ำยาแอร์รั่วตามจุดต่าง ๆ  เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แอร์ไม่เย็น  จุดที่น้ำยาแอร์รั่วบ่อยได้แก่ตู้แอร์  เนื่องจากมีน้ำขังอยู่     วิธีตรวจว่าระบบปรับอากาศรถยนต์ทำงานปกติหรือไม่  ทำได้โดยติดเครื่องยนต์และเปิดแอร์  ใช้มือจับที่ท่อดูดจะเย็นหรือบางทีมีน้ำเกาะ  ส่วนที่ท่อจ่ายจะร้อน  ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าระบบปรับอากาศทำงานตามปกติ


คำแนะนำ
หมั่นดูดฝุ่นภายในรถบ่อย ๆ และไล่น้ำออกจากตู้แอร์ทุกครั้งก่อนดับเครื่องยนต์ หลังจากปิดแอร์แล้ว  จะมีน้ำไหลออกมาจากท่อน้ำทิ้งใต้ตู้แอร์แล้วหยุดลงบนพื้นถนน  ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ  แต่ถ้าไม่มีน้ำหยดแสดงว่าท่อน้ำทิ้งอุดตันควรทำความสะอาดทันที  ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ  จะทำให้ดูแอร์รั่วซึมได้

ที่มา http://www.asnbroker.co.th 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น