แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคลมประกัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคลมประกัน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วันที่10, 11 และ 16 ธ.ค. มีปิดถนนใดบ้าง สรุปเพื่อทราบครับ #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล

วันที่ 7, 10, 11 และ 16 ธ.ค. มีปิดถนนใดบ้าง สรุปเพื่อทราบครับ #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล
วันที่  10, 11 และ 16 ธ.ค. มีปิดถนนใดบ้าง สรุปเพื่อทราบครับ #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล

ASN Broker ขออัพเดท กิจกรรมพิเศษ ในช่วงวันที่  10, 11 และ 16 ธ.ค. มีปิดถนนใดบ้าง สรุปเพื่อทราบครับ 
วันที่ 10 ธันวาคม 2558 ปิดถนน ซ้อมเคลื่อนพระศพสังฆราช
- ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่ แยกป้อมมหากาฬถึงแยกผ่านฟ้า
- ถนนหลานหลวง ตั้งแต่ แยกผ่านฟ้า ถึง แยกสะพานขาว
- ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่ แยกสะพานขาว ถึง แยกนพวงศ์
- ถนนหลวงตั้งแต่ แยกนพวงศ์ ถึง แยกพลับพลาไชย
-----------------------------------------------------
วันที่ 11 ธันวาคม 2558 Bike for dad “วันจริง”! ปิดถนน
1 พระลานพระราชวังดุสิต
2 แยกราชประสงค์
3 จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย
4 สวนลุมพินี
5 วงเวียนโอเดียน
6 เยาวราช
7 วงเวียนใหญ่
8 กองบัญชาการกองทัพเรือ
9 โรงพยาบาลศิริราช
10 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
----------------------------------------------
วันที่ 16 ธันวาคม 2558 “พิธีจริง” เคลื่อนพระศพพระสังฆราช
- ถนนพระสุเมรุตั้งแต่แยกบางลำพูถึงแยกสิบสามห้าง
- ถนนสิบสามห้างตลอดสาย
- ถนนบวรนิเวศน์ ตลอดสาย
- ถนนบ้านพานถมตลอดสาย
- ถนนดินสอตั้งแต่อนุเสาวรีย์ชัยปรชาธิปไตยถึง ถนนพระสุเมรุ
- ถนนพระสุเมรุตั้งแต่ถนนสิบสามห้าง ถึง แยกป้อมมหากาฬ
- ถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่แยกป้อมมหากาฬถึงแยกผ่านฟ้า
- ถนนหลานหลวงตั้งแต่แยกผ่านฟ้าถึงแยกสะพานขาว
- ถนนกรุงเกษมตั้งแต่แยกสะพานขาวถึงแยกนพวงศ์
- ถนนหลวงตั้งแต่แยกนพวงศ์ถึงแยกพลับพลาไชย
- ถนนประชาธิปไตยตั้งแต่แยกวิสุทธิ์กษัตริย์ถึง สะพานเฉลิมวันชาติ
- ถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงแยกผ่านฟ้า
- ถนนมหาไชยตั้งแต่แยกสำราญราษฎ์ถึงแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
- ถนนราชดำเนินนอกตั้งแต่แยกจปร.ถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
- ถนนจักรพรรดิพงษ์ตั้งแต่แยกจักรพรรดิพงษ์ถึงจุดตัดถนนพระราม4
- ถนนนครสวรรค์ตั้งแต่แยกจักรพรรดิพงษ์ถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
- ถนนพะเนียงตลอดสาย
- ถนนกรุงเกษมตั้งแต่แยกเทวกรรมถึงแยกสะพานขาว
- ถนนหลานหลวงตั้งแต่แยกยมราชถึงสะพานขาว
- ถนนอนันตนาคตลอดสาย
- ถนนพญามหาอำมาตย์ตลอดสาย
- ถนนบำรุงเมืองตั้งแต่แยกแม้นศรีถึงแยกกษัตริย์ศึก
- ถนนพระราม1ตั้งแต่แยกกษัตริย์ศึกถึงแยกพงษ์พระราม
- ถนนยศเสตลอดสาย 25.ถนนพลับพลาไชยตั้งแต่จุดจัดตัดถนนมังกรถึง- ถนนกรุงเกษม
- ถนนพลับพลาไชยตั้งแต่จุดตัดถนนมังกรถึงถนนบำรุงเมือง(แยกอนามัย)
- ถนนหลวง ตั้งแต่แยกวรจักรถึงแยกนพวงศ์
- ถนนกรุงเกษมตั้งแต่แยกหัวลำโพง ถึงแยกนพวงศ์
- ถนนมิตรพันธ์ตั้งแต่จุดตัดถนนมังกร ถึงถนนหลวง

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออก 5 มาตรการแก้ไขปัญหารถติดในระยะเวลา 3 เดือน

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออก 5 มาตรการแก้ไขปัญหารถติดในระยะเวลา 3 เดือน
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออก 5 มาตรการแก้ไขปัญหารถติดในระยะเวลา 3 เดือน
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออก 5 มาตรการแก้ไขปัญหารถติดในระยะเวลา3เดือน
ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่วางกรอบให้ลดปัญหารถติดให้ได้60%
ประกอบด้วย
1.บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเน้นการจอดรถที่กีดขวางการจราจรให้ยกรถที่จอดขวางออกจากพื้นที่พร้อมทั้งปรับในอัตราโทษสูงสุด
2.จัดระบบการหยุดรับส่งผู้โดยสารของรถประจำทาง ไม่ให้มีการจอดซ้อนคันบริเวณป้ายรถประจำทา เบื้องต้นมีจุดที่มีปัญหารวม46จุด
โดยมอบหมายให้แต่ละท้องที่ดำเนินการอย่างเด็ดขาด
3.จัดการจราจรในเส้นทางเข้าออกกรุงเทพฯ ทั้ง4ทิศ ในถนน11สายโดยให้ประเมินความเร็วเฉลี่ยเพื่อประเมินผลหลังปฏิบัติการ
4.จัดการจราจรบริเวณทางขึ้นลงทางด่วน ซึ่งจะต้องไม่มีปัญหาการจราจรโดยจัดตำรวจจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
เข้าอำนวยความสะดวกและกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิด และ
5.ให้นายตำรวจระดับผู้กำกับการ(ผกก.)ต้องออกมาแก้ไขและอำนวยความสะดวกด้วยตนเองพร้อมกันนี้ให้ผกก.แต่ละสถานีส่งภาพถ่าย
การปฏิบัติทั้งในช่วงเช้าและเย็น รายงานผลผู้บังคับบัญชา
นอกจากนี้ บช.น.ยังสั่งการให้ทุกพื้นที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์เบอร์โทรและชื่อของ
ผกก.ไว้ตามทางแยกต่างๆ เพื่อให้ประชาชนที่ประสบปัญหาจราจรสามารถติดต่อให้ข้อมูลกับ
ผกก.ได้โดยตรง ซึ่งขณะนี้มีการติดตั้งไปแล้วรวม 368 จุด
อย่างไรก็ตาม คำสั่งของ บช.น.ยังสามารถอนุมัติให้เรียกกำลังจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191)
งานป้องกันปราบปราม งานอารักขาและควบคุมฝูงชน เพื่อมาช่วยปฏิบัติหน้าที่งานจราจรได้อีกด้วย
พร้อมจะมีการประเมินผลในทุก 30 วัน โดยแผนทั้งหมดจะเริ่มวันที่ 1 ธ.ค. 2558
ด้าน พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (รอง ผบก.จร.) กล่าวว่า จำนวนรถยนต์ในกรุงเทพฯ
เพิ่มขึ้นปีละ 3-4 แสนคัน ขณะที่ถนนไม่เพิ่มเติม ทำให้ขณะนี้มีจำนวนรถมากกว่าถนนจะรองรับได้ถึง 5 เท่า
ส่งผลให้ความเร็วเฉลี่ยบนท้องถนนในชั่วโมงเร่งด่วนลดลงเหลือประมาณ 18 กิโลเมตร/ชั่วโมง
“ที่ผ่านมาเราไม่เคยคุมกำเนิดรถยนต์ ทำให้เกิดปัญหาการจราจรตามมา
อีกทั้งมีแต่การสนับสนุนให้ซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ตำรวจก็ไปห้ามประชาชนไม่ให้ใช้รถไม่ได้
จึงต้องวางแผนอำนวยความสะดวกให้รถติดน้อยที่สุด”รอง ผบก.จร. กล่าว
ASN Broker(ประกันภัยรถยนต์)ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี
ที่ทางตำรวจเอาจริงเอาจังกับปัญหารถติดในเขตกรุงเทพหวังว่าผู้ใช้ถนนหลายๆท่านจะได้รับความสะดวกขึ้นครับ

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ขนส่งลงโทษหนัก!!! พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับรถสาธารณะกระทำความผิดซ้ำซาก #เรื่องเล่าเช้านี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล

ขนส่งลงโทษหนัก!!! พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับรถสาธารณะกระทำความผิดซ้ำซาก #เรื่องเล่าเช้านี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล
ขนส่งลงโทษหนัก!!! พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับรถสาธารณะกระทำความผิดซ้ำซาก #เรื่องเล่าเช้านี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล

กรมการขนส่งทางบก ลงโทษหนัก!!! พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของผู้ขับรถสาธารณะ กระทำความผิดซ้้าซาก 
เพียงเดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 (เดือนตุลาคม 2558) พักใช้ ใบอนุญาตรถแท็กซี่ผิดซ้้าซากแล้ว 10 ราย พร้อมเผย!!!
ตั้งแต่เริ่มบังคับใช้มาตรการ พักใช้ ใบอนุญาตแล้ว 239 ราย เพิกถอน 2 ราย หากประชาชนพบเห็นการกระท้าความผิดหรือพบ
รถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัยร้องเรียน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง นายสนิท พรหมวงษ์อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

เปิดเผยถึงผลดำเนินการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะที่กระท าความผิดซ้ า
ในเดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 (เดือน ตุลาคม 2558) ตรวจพบผู้ขับรถโดยสารสาธารณะกระท้าความผิดซ้้า
และสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถแล้ว จ้านวน 10 ราย เป็นรถแท็กซี่ทั้งหมด ประกอบด้วย ความผิดฐานปฏิเสธการรับจ้างผู้โดยสารจำนวน 6 ราย
ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลง กันไว้จำนวน 2 ราย ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร จำนวน 1 ราย และแสดงกิริยา

ไม่สมควรอีกจำนวน 1 ราย นอกจากนี้ นับตั้งแต่เริ่มใช้ มาตรการลงโทษพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตผู้กระท้าผิดซ้้าซาก
(1 เมษายน 2557 – 31 ตุลาคม 2558) กรมการขนส่ง ทางบกได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับรถแท็กซี่ที่มีพฤติกรรม
ลามกอนาจารแล้วจ้านวน 2 ราย และสั่งพักใช้ใบอนุญาตจ้านวน ทั้งสิ้น 239 ราย เป็นรถตู้กระท้าผิดฐานใช้รถ
ไม่ตรงตามประเภทจ้านวน 19 ราย นอกนั้นเป็นรถแท็กซี่จ้านวน 220 ราย ประกอบด้วย ความผิดฐานปฏิเสธการรับจ้างผู้โดยสาร
จำนวน 166 ราย รองลงมา ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร จ านวน 28 ราย ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลงกันไว้จ านวน 16 ราย

เก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่ทางราชการก าหนด จ านวน 4 ราย กระท า การอันควรขายหน้า จ านวน 4 ราย
แสดงกิริยาไม่สมควร จ านวน 2 ราย โดยกรมการขนส่งทางบกได้จัดเก็บประวัติการกระท า ความผิดของผู้ขับรถ
โดยสารสาธารณะทุกรายไว้ที่ศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ
ตรวจสอบและติดตามการแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมการให้บริการ และยังได้ส่งตัวผู้กระท าผิดเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับกฎหมาย
ระเบียบต่างๆ ของทางราชการ รวมถึงการสร้างจิตส านึกการให้บริการที่ดี เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทาง

ที่ดีอย่างยั่งยืน นายสนิท กล่าวเพิ่มเติมว่า การบังคับใช้มาตรการลงโทษพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของผู้กระทำผิดซ้ำซากอย่าง
จริงจัง เป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมพฤติกรรมการให้บริการของผู้ขับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ซึ่งจะท าให้ประชาชนได้รับ
บริการสาธารณะที่มีความสะดวกและมีความปลอดภัยในการเดินทาง โดยได้แบ่งฐานความผิดออกเป็น 2 กลุ่ม ความผิดทั่วไป
เช่น ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ และไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ได้ตกลงกันไว้
หากพบการ กระท าความผิดครั้งแรก ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และส่งตัวเข้ารับการอบรมสร้างจิตสำนึกการให้บริการ
ที่ดีความผิดซ้ำครั้งที่ 2 ปรับสูงสุด 1,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตขับรถ 1-3 เดือน และความผิดซ้ำครั้งที่ 3 ปรับสูงสุด

และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ นาน 6 เดือน ทั้งนี้ หากกระท้าผิดซ้้าภายในระยะเวลา 1 เดือนนับจากกระท้าความผิดครั้งแรก
พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต ขับรถทันที และส้าหรับกลุ่มความผิดร้ายแรงหรือส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย
เช่น การขู่กรรโชก การใช้สารเสพติด หรือ มีพฤติกรรมลามกอนาจาร มีสิทธิ์ถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที
เพื่อรักษาระเบียบและสร้างมาตรฐานการ ให้บริการด้วยรถโดยสารสาธารณะให้มีคุณภาพต่อไป อธิบดีกรมการขนส่งทางบก 
กล่าวในที่สุด

ASN Broker (ประกันภัยรถยนต์) หวังว่ามาตรการนี้ จะช่วย ยกระดับ การขนส่งขั้นพื้นฐานของไทย ให้ดียิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทาง รถแท๊กซี่ หรือระบบขนส่งในรูปแบบอื่นๆครับ

ทีมา กรม ขนส่งทางบก http://goo.gl/VMK1PB

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง #ลอยกระทง #LoyKrathong


เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง  #ลอยกระทง #LoyKrathong
เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง #ลอยกระทง #LoyKrathong

  วันนี้ (24 พ.ย.58)เตือนภัย 53 ท่าเทียบเรือ-โป๊ะ ไม่พร้อมใช้งานลอยกระทง กทม.จัดใหญ่ พระราม 8-เอเชียทีค
             ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.ห่วงความปลอดภัยในเทศกาลวันลอยกระทงปีนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พ.ย. โดยที่ผ่านมาได้ตรวจสอบท่าเรือและโป๊ะในกรุงเทพฯ 436 แห่ง พบว่าสามารถซ่อมแซมให้ปลอดภัยมีเพียง 383 แห่ง นอกจากนี้ กทม.จะจัดเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ต่ำกว่า 50 ลำ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่
            ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือหรือโป๊ะที่ไม่พร้อมใช้งานมีอยู่ 53 ท่า ที่ต้องปรับปรุงซ่อมแซม เช่น ท่าวังหลัง ศิริราช และพรานนก ท่าเรือเกียกกาย ท่าเทียบเรือพระอาทิตย์ ท่าเรือพระโขนง ซึ่ง กทม.ได้ดำเนินการติดป้ายห้ามใช้งานไปแล้ว
             นางเบญทราย กียปัจจ์ รองโฆษก กทม. กล่าวว่า กทม.จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยใน 203 จุด ที่ กทม.เปิดให้ลอยกระทง แบ่งเป็น สวนสาธารณะ 29 จุด และพื้นที่เอกชน 174 จุด สำหรับจุดจัดงาน อาทิ ริมคลองผดุงกรุงเกษม ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี และเอเชียทีค
             สำหรับจุดใหญ่อยู่ที่บริเวณสะพานพระราม 8 เริ่มเวลา 17.00-24.00 น. มีกิจกรรม อาทิ ตลาดย้อนยุค การประกวดกระทง การสาธิตประดิษฐ์งานใบตอง และประดิษฐ์กระทงแจกฟรี กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และการแสดงดนตรีของศิลปินชื่อดัง
             พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล กล่าวว่า ในเขตกรุงเทพฯ มีสถานที่จัดงานลอยกระทง 89 จุด ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก เช่น เอเชียทีค ท่าน้ำสรรพาวุธ ใต้สะพานพระปกเกล้า ใต้สะพานพุทธ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงบริเวณสะพานพระราม 8
             พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทย 1.93 ล้านคน และชาวต่างชาติ 7 หมื่นคน ร่วมงานลอยกระทง โดยจะสร้างรายได้กว่า 3,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีที่ผ่านมา ถือว่ามีความคึกคักที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากบรรยากาศการรักษาความสงบของ คสช.

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews

ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews
ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews
ที่มา http://www.gangzabaaball.com/news-details.php?item=2709

หลังจากชัยชนะอันงดงาม เชื่อว่าหลายๆคน ต่างปลื้มปิติกับชัยชนะ ASN Broker ขอนำบทสัมภาษณ์ของโค็ช ซิโก้
มาลงให้เพื่อนได้อ่านกันครับ  ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวเรือใหญ่ทีมชาติไทย หลังจาก ทัพ ช้างศึก ได้เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน ไล่ต้อน ทีมชาติ ไต้หวันไปอย่างเมามัน 4 – 2 ทำให้ทัพ ช้างศึก เข้ารอบต่อไปเกือบจะแน่นอน 100 % แล้ว ณ ตอนนี้
หลังจากที่เกมการแข่งขันของทัพช้างศึกและไต้หวัน ได้จบลงด้วยสกอร์ 4 – 2 ซิโก้ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า
ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณแฟนบอลพี่น้องชาวไทยทุกคนที่คอยให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอด แต่ทีมเราเสียประตูเร็วไปหน่อยทำให้นักเตะทุกคนดูเร่งไปหมด แต่ก็ยังดีที่ทีมเราสามารถแซงนำ 2 – 1 จนทำให้เราห่วงเกมรุกซึ่งนำมาถึงการเสียประตูที่ 2
จุดเปลี่ยนของเกมนี้เราเปลี่ยน ธนา ลงมาทำให้มีทีเด็ดในช่วงท้ายเกมและ ธนา เองก็ทำได้ดี
ตอนนี้เรามองถึงแมตช์ต่อไปแล้วซึ่งแมตช์หน้าเราจะพบกับทีมชาติอิรักเพื่อเป็นที่ 1 ของสาย
โดยภาพรวมแล้วเราพอใจกับผลงานที่ออกมา   โดยเกมนัดต่อไปของทีมชุดใหญ่จะมีแข่งขันอีกที เดือน มีนาคม ปีหน้า
และหลังจากนี้นักเตะทุกคนแยกย้ายกันไป
สโมสร ของตัวเอง ส่วนตนก็จะไปดูทีม ปรีโอลิมปิก และในวันที่ 16
ก็จะเข้าไปหารือกับทีพีแอลเกี่ยวกับโปรแกรมของ
ชุดปรีโอลิมปิก และ ชุดใหญ่ และถ้าเราเข้ารอบที่ 3 ได้
ชุดใหญ่จะไปเก็บตัวที่ไหนบ้างในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แถลงการณ์ รพ.รามาธิบดี ฉบับที่ 3 อาการปอ ทฤษฎี สหวงษ์ #strongerpor

แถลงการณ์ รพ.รามาธิบดี ฉบับที่ 3 อาการปอ ทฤษฎี สหวงษ์ #strongerpor
แถลงการณ์ รพ.รามาธิบดี ฉบับที่ 3 อาการปอ ทฤษฎี สหวงษ์ #strongerpor

แถลงการณ์ รพ.รามาธิบดี ฉบับที่ 3 อาการปอ ทฤษฎี สหวงษ์ #strongerpor

ความคืบหน้าอาการป่วยจากไข้เลือดออกของนายทฤษฏี สหวงศ์(ปอ)

อาการโดยทั่วไปยังมีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอดอยู่ ต้องได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือดเป็นระยะ
และยังมีภาวะ infection-associated hemophagocytic syndrome
(IAHS)

สัญญาณชีพโดยทั่วไปคงที่มากขึ้น การทำงานของตับดีขึ้น ภาวะไตวายคงที่ ยังต้องใช้เครื่องฟอกไต
และเครื่องพยุงการทำงานของปอดและหัวใจ
(Extracorporeal Membrane Oxygenator:ECMO)อย่างต่อเนื่อง

ค่าออกซิเจนในเลือด เกลือแร่ และความเป็นกรดในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ การทำงานของสมอง
อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผลตรวจไข้เลือดออกพบเป็นเชื้อไข้เลือดออกชนิดที่2 (Dengue Type2)
ยังไม่พบการติดเชื้อแทรกซ้อนเพิ่มเติมขึ้น

โดยสรุป ผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤติ และยังคงต้องได้รับการเฝ้าระวังใน CCU อย่างต่อเนื่อง
ASN Broker ขอเอาใจช่วยด้วยคนครับ

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

รถคันนี้เค้าบอกว่าเติมน้ำมัน e85 e20 gasohol95 ได้ ทีนี้จะเติมอันไหนดี #เรื่องเล่าเช้านี้ #Pantip

รถคันนี้เค้าบอกว่าเติมน้ำมัน e85 e20 gasohol95 ได้ ทีนี้จะเติมอันไหนดี #เรื่องเล่าเช้านี้ #Pantip
รถคันนี้เค้าบอกว่าเติมน้ำมัน e85 e20 gasohol95 ได้ ทีนี้จะเติมอันไหนดี #เรื่องเล่าเช้านี้ #Pantip

เจ้าของล็อคอินนามว่า สมาชิกหมายเลข 1164205  ได้แชร์ความรู้การเติมน้ำมันรถ แบบไหนดีและคุ้มค่า ในบอร์ดดังพันทิป
ASN Broker จึงอยากขอนำมาให้ความรู้ทางด้านความคุ้มค่ากับทางด้านการเติมน้ำมันรถยนต์ ของเราๆท่านๆกันครับ
สวัสดีครับ  จะกล่าวถึงการเติมน้ำมันรถยนต์ครับ ว่าเติมน้ำมันชนิดไหนดี

สืบเนื่องมาจากว่า ผมซื้อรถมาใหม่ เอาจริงๆก็เริ่มไม่ใหม่แล้ว เป็นรถอะไรไม่พูดนะครับ ประมาณครึ่งปี ประเด็นมันเริ่มเกิดตรงที่ รถคันนี้เค้าบอกว่าเติมน้ำมัน e85 e20 gasohol95 ได้ ทีนี้จะเติมอันไหนดี
เลยเกิดความสงสัย พอดีงานที่ทำก็จดน้ำมันทุกวันอยู่แล้ว ก็เลยเริ่มจดน้ำมัน ระยะทางที่รถวิ่งได้ มาลองคำนวนดูเล่นๆว่าอะไรคุ้มสุด
เริ่มจดตั้งแต่ปลายเดือน พฤษภาคม จนถึงตอนนี้ ก็ประมานเกือบๆ ครึ่งปี
โดยผมจะเติมน้ำมันแบบละเดือน เช่นเดือน มิถุนา เติม95 เดือนกรกฎา เติมe20 เดือนสิงหาเติมe85
แล้วก็จะมีกฎเล็กน้อย ไม่รุทางการทดลองเค้าเรียก ตัวแปรควบคุมปล่าว คือ
จะเติมเต็มถังนะครับทุกครั้ง แล้วก็ขับจนรูปปั้มน้ำมันขึ้นสีแดงตรงหน้าปัดก็จดระยะทางที่วิ่งได้ตรงนั้น
เรื่องความเร็วผมassumeว่าขับทั้งเดือนพอๆกัน ผมขับไปทำงานจากบ้านค่อนข้างไกล เดือนนืงเติมน้ำมันประมาณ 5 ครั้ง
สุดท้ายก้เอามาเฉลี่ยทั้งหมด
คำนวนไปคำนวนมาตัวเลขที่ได้คือ เฉลี่ย
95  14.3 กิโล/ลิตร
e20 13.56กิโล/ลิตร
e85 11.31กิโล/ลิตร
(วิธีการคิดละเอียดผมไม่กล่าวถึงนะครับ)

ตัวเลขที่ออกมา เราสรุปได้ว่า น้ำมันยิ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เยอะขึ้น ใน1ลิตร จะวิ่งได้ระยะทางน้อยลง นั้นคือกินน้ำมันมากขึ้น แต่ว่ายิ่งผสมมากราคาน้ำมันยิ่งถูกลง ดังนั้นผมเลยเอาราคาน้ำมันมาคิดคำนวนด้วย

แต่สุดท้ายหน่วยที่ชอบ พูดๆกัน กิโล/ลิตร มันอาจจะดูงงๆหน่อย ว่าน้ำมันอะไรคุ้มสุด
ประเด็นหลักอยุ่หลังจากนี้ครับ
ผมลองเปลี่ยนมาเป็นหน่วย บาท/กิโล คือรถแล่นไป1กิโลเนี้ย เราเสียตังกี่บาท
ง่ายๆเลย เราขับไป1กิโลเนี้ย น้ำมันแต่ละแบบ เราต้องจ่ายตังเท่าไหร่
พอมีเรื่องราคาเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็มีคำถามราคาน้ำมัน มันขึ้นๆลงๆ  ขึ้นลงก็ไม่พร้อมกันอีก 95ลด 50สตางค์ e20ลง20สตรางค์ e85ไม่ลงบ้าง

ผมก็เข้ากูเกิ้ลหาราคาน้ำมันย้อนหลังแล้วลองพลอตกราฟดู ทีนี้ได้เรื่องเลย
(ref. http://www.pttplc.com/TH/Media-Center/Oil-Price/pages/Bangkok-Oil-Price.aspx

(assume อัตราสิ้นเปลืองเป็นค่าคงที่ใช้ตามค่าเฉลี่ยนตามตัวเลขที่หาได้ข้างบน)

อธิบายกราฟ ก่อนครับ
สีน้ำเงินคือ น้ำมันgasohol95
สีแดงคือ e20
สีเขียวคือe85

ลากเส้นในแนวดิ่งขึ้นไปจากวันที่ข้างล่าง คือ อัตราสิ้นเปลืองเป็นบาท(รถผมนะครับ) ถ้าอยู่สูงก็แปลว่าแพง อยู่ต่ำก็ถูก
ยกตัวอย่างเช่น วันที่3/1/2015 ถ้าใช้น้ำมัน95 ก็อัตราอยู่ที่ 2.06บาทต่อ 1 กิโลเมตรที่ขับ /e20 1.93บาท ต่อ 1 กิโลเมตรที่ขับ/ e85 1.97บาทต่อ 1 กิโลเมตรที่ขับ

ครับจากกราฟ สรุปได้ว่าอะไรบ้าง (เหมือนการบ้านวิชาเลขตอนประถม เพิ่งรู้ว่ามีประโยชน์)

1 กราฟที่อยู่สูง คือ มีอัตราสิ้นเปลืองมาก
2 กราฟเส้นสีแดง(e20) shift ลงมาจากเพื่อน แปลว่าเส้นสีแดงมีอัตราสิ้นเปลืองน้อยที่สุด เกือบจะตลอดทั้งปี
3 กราฟสีน้ำเงินกับสีเขียวสลับกันขึ้นๆลงๆ แปลได้ว่า ราคาน้ำมันที่ขึ้นลง บางที95ลงแต่ e85ไม่ลงหรือลงน้อย ทำให้ในบางช่วงเวลาเติม 95ประหยัดกว่า e85 และบางครั้ง เติมe85ประหยัดกว่า95
4 เส้นของกราฟสีแดงกับสีน้ำเงิน คล้ายกันเกือบตลอด แสดงว่า เมื่อ95มีการปรับราคา e20 ก็ปรับราคาในอัตราส่วนเดิมตลอด
5 ช่วง1-2เดือนมานี้ e85 ปรับลดลงมากระทันหัน(ลง2บาทจากเวปref.ข้างบน) ทำให้การใช้e85 ประหยัดกว่า 95 และพอๆกับe20

สรุปรวมทั้งหมดสิ่งที่ได้จากการศึกษานะครับ
น้ำมันทั้งหมด อัตราสิ้นเปลืองต่อกิโลเมตรต่างกัน ไม่เกิน0.1 นั้นคือ ถ้าปีนืงผมขับไป 50000กิโล ความแตกต่างของค่าน้ำมันก็ต่างกันไม่เกิน 5000 ก็เลือกกันเองครับว่าจะเติมอันไหน เรื่องน้ำมันแต่ละแบบมีคุณสมบัติต่างกันยังไง อันนี้ผมก้ขอไม่พูด(เพราะไม่รู้ 55)
ส่วน e85 จริงๆแล้วราคาต่อลิตรถูกกว่าแต่เมื่อเทือบราคาต่อระยะทางแล้วไม่ได้ประหยัดไปกว่า น้ำมันอื่นๆเลย ผมก็ไม่รุ้จะเติม alcoholใส่รถผมเยอะๆทำไม ในเมื่อมันไม่ได้ประหยัดกว่า e20 เลย


สุดท้ายผลการเปรียบเทียบนี้ assume อัตราสิ้นเปลืองคงที่จากด้านบน เป็นค่าคงที่ มาจากการคิดคำนวนของผมเองอาจผิดพลาดไปบ้าง อัตราสิ้นเปลืองของรถท่านก็ลองไปคิดกันเองนะครับ แต่ราคาน้ำมันก็เอามาจากปตท. ก้น่าจะเชื่อได้
ท้ายที่สุด ผิดพลาดประการใดขอโทษด้วยครับ ผมคิดออกมาเล่นๆ แล้วเห็นว่า(อาจจะ)มีประโยชน์สำหรับคนเลือกใช้น้ำมันก็เลยอยากแบ่งบัน

edit

อ่านคอมเม้นแล้วครับจึงไปทำกราฟให้ช่วงเวลาปี2557  ปีที่แล้วที่ราคาน้ำมันสูงอยู่ ผลลัพธ์ตามกราฟนะครับ (จริงผมเพิ่งจะเริ่มเติมน้ำมันปีนี้เองจึงพลาดไปไม่ได้เอาปีก่อนมาคิด)

เห็นได้ว่า  ในช่วงที่ราคาน้ำมันสูง น้ำมัน e85 เติมแล้วประหยัดที่สุด แต่ตั้งแต่ช่วงหลังจาก มิย 57 ไล่มา ราคน้ำมันลงมาเรื่อยๆ แต่ e85 ราคาแทบจะคงที่ ทำให้ถึงจุดๆหนึ่ง  e85 แพงกว่าแบบอื่น
แล้วเปรียบเทียบช่วงน้ำมันแพง จะเห็นว่ากราฟแต่ละเส้น อยู่ห่างกันมากเทียบกัน ณ เวลานี้ แปลว่า ช่วงน้ำมันแพง การเลือกน้ำมันนี้จะมีผล ต่อเงินในกระเป๋าชัดเจนกว่าตอนนี้มากครับ


ผมขอสรุปกระทู้นี้ใหม่แบบสั้นๆง่ายๆใหม่นะครับ อ่านคอมเม้นแล้วรุ้สึกว่าบางท่านไม่เข้าใจที่ผมจะสื่อหรือผมอธิบายไม่เคลียไม่รุ้
ประเด็นหลักครับ
1 อัตราการกินน้ำมัน km/l ของรถคันหนึ่งเนี้ย ผมเฉลี่ย ออกมาเป็นค่าคงที่ค่านืง
2 สิ่งที่ขึ้นลงคือราคาน้ำมัน ส่งผลให้
3 ณ เวลา เวลาหนึ่ง เติมน้ำมันแบบไหน ประหยัดค่าน้ำมันที่สุด ออกมาในหน่วย บาท/กิโลเมตร
ที่มา http://pantip.com/topic/34407799

วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ตั้งทริปเปิ้ล เอ พลัสฯ ที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมยื่นไฟลิ่งเข้า เอ็ม เอ ไอ กระจายหุ้นต้นปีหน้า

เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ตั้งทริปเปิ้ล เอ พลัสฯ ที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมยื่นไฟลิ่งเข้า เอ็ม เอ ไอ กระจายหุ้นต้นปีหน้า
เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ตั้งทริปเปิ้ล เอ พลัสฯ ที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมยื่นไฟลิ่งเข้า เอ็ม เอ ไอ กระจายหุ้นต้นปีหน้า
เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ประกาศแต่งตั้ง บริษัททริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี จำกัด  เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมเสนอขายหุ้น IPO เข้าตลาด mai “ธวัชชัย ชีวานนท์” ผู้บริหารไฟแรงเผย ระดมทุนขยายกิจการ ทั้งสร้างระบบฐานข้อมูลอัจฉริยะเพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัทเข้าใจทุกความต้องการของลูกค้าในอนาคต อันจะนำมาสู่วิธีปิดการขายได้ง่ายขึ้น พร้อมตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปีนี้และปีหน้าโต 25% ขณะที่ FA มั่นใจ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เล็งกระจายหุ้นต้นปีหน้า

นายธวัชชัย ชีวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยประกันภัยรถยนต์ และประกันชีวิต ที่ได้มาตรฐานระดับแนวหน้าของไทย เปิดเผยว่า  ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมในทุกๆ ด้านแล้ว  ที่จะก้าวเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ    โดยได้แต่งตั้งให้ บริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ปัจจุบัน เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย ประกันภัยรถยนต์ และประกันชีวิต โดย มีสัดส่วน 75% เป็นเบี้ยประกันวินาศภัยประกันภัยรถยนต์ และ 25% เป็นประกันชีวิต ซึ่งในปี 2558 ตั้งเป้ายอดเบี้ยรับประกันรวมจะโตขึ้น 25% หรือคิดเป็นตัวเลข 1,100 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตขึ้นในอัตรา 25% เช่นเดียวกันในปี 2559

“ตลอดปี 2558 จนถึงขณะนี้ เบี้ยรับรวมยังคงเติบโตใกล้เคียงเป้าหมายที่วางไว้ แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านภาพรวมเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงชะลอตัว และแม้ในช่วงครึ่งปีหลังภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่สดใส แต่ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยส่วนหนึ่งคือการจับมือ 5 พันธมิตรในธุรกิจประกัน จัดหาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่เป็นสินค้าเฉพาะของ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ กับพันธมิตร ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และนั่นจะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จ” นายธวัชชัย กล่าว

นอกจากนั้น ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทฯ ยังได้รับผลดีจากที่ผู้ประกอบการรถยนต์ค่ายใหญ่ต่างเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดแสดงนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านยานยนต์ ซึ่งจะกระตุ้นให้ยอดขายประกันภัยรถยนต์ปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และถึงแม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ใหม่ๆ จะไม่โต แต่ประเมินว่าตลาดนี้ใหญ่มากพอที่จะเป็นช่องทางให้ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เติบโตในธุรกิจประกันวินาศภัยประกันภัยรถยนต์ต่อไปได้ ด้วยการปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงเวลา  และจัดเตรียมเครื่องมือต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

กรรมการผู้จัดการ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ กล่าวต่อว่า สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะใช้ในการขยายธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยประกันภัยรถยนต์ และประกันชีวิต พร้อมกับลงทุนพัฒนาระบบ “ฐานข้อมูลอัจฉริยะ” ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลระบบไอทีที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า ได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้เหมาะกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น โดยมั่นใจว่า “ฐานข้อมูลอัจฉริยะ” จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เข้าใจทุกความต้องการของลูกค้าในอนาคต

“การตัดสินใจระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในครั้งนี้  ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของบริษัทฯ  ที่จะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจของ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ มีโอกาสเติบโตได้ดียิ่งขึ้นบนพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่าเดิม เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทมีผลประกอบการที่ขยายตัวต่อเนื่องทุกปี เมื่อผนึกกับการมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้นจะเพิ่มความสามารถในการต่อยอดธุรกิจในอนาคตได้เป็นอย่างดี  ซึ่งเชื่อว่า เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเมื่อมีการเปิดให้จองซื้อหุ้นและเข้าซื้อขายในอนาคต” นายธวัชชัย กล่าวในที่สุด

นางสาวปิ่นมณี  เมฆมัณฑนา  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ที่วางใจเลือกบริษัทเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการนำหุ้นไอพีโอเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในครั้งนี้   โดยเชื่อว่า  เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เป็นบริษัทที่จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผลประกอบการเติบโตในทิศทางที่ดีมาโดยตลอด นับตั้งแต่ก่อตั้ง และถือว่าเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยและประกันชีวิตรายแรกที่นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จึงถือเป็นอีกบริษัทที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มในอนาคตที่ยังสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมาก   ตามการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ และการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ที่จะทำให้ประชาชนหันมาให้ความความสำคัญและสนใจในการทำประกันชีวิตมากขึ้น

สำหรับผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาของเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 บริษัทมีเบี้ยรับรวม 887.70 ล้านบาท บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.17  จากปี 2556 โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้นจำนวน 153 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนของปี 2558 สิ้นสุดมิถุนายน 2558 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมทั้งสิ้นจำนวน 79 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 12 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์รวม 130 ล้านบาท หนี้สินรวม 47  ล้านบาท และมีส่วนผู้ถือหุ้นรวม 83  ล้านบาทคิดเป็นอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.56 เท่าทั้งนี้ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียน 65 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 260 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท และมีทุนเรียกชำระแล้ว 50 ล้านบาท จะเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัทต่อประชาชนในครั้งนี้รวมจำนวนทั้งสิ้น 60 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25  บาท หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 23.07 ของทุนจดทะเบียนของบริษัทฯภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนในครั้งนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูล เพื่อจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขออนุมัติการกระจายหุ้นให้กับประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)  ซึ่งคาดว่าจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลได้ภายในปีนี้และเข้าทำการซื้อขายในต้นปี 2559

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

INTV /นสพ.ตลาดวิเคราะห์ เสนอข่าว เอเอสเอ็น จับมือ 5 พันธมิตรบุกตลาดประกันรถยนต์เต็มสูบ #ข่าวเด่นวันนี้ #เรื่องเล่าเช้านี้

INTV /นสพ.ตลาดวิเคราะห์ เสนอข่าว เอเอสเอ็น จับมือ 5 พันธมิตรบุกตลาดประกันรถยนต์เต็มสูบ #ข่าวเด่นวันนี้ #เรื่องเล่าเช้านี้
INTV /นสพ.ตลาดวิเคราะห์ เสนอข่าว เอเอสเอ็น จับมือ 5 พันธมิตรบุกตลาดประกันรถยนต์เต็มสูบ #ข่าวเด่นวันนี้ #เรื่องเล่าเช้านี้

เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เปิดมิติใหม่วงการนายหน้าประกันภัยรถยนต์ ประกาศจับมือ 5พันธมิตรจัดข้อเสนอที่เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า "ธวัชชัย ชีวานนท์" บอสใหญ่มั่นใจ ดันเป้ายอดเบี้ยรับรวมปี 59 โต 25% จากปี 58 ที่คาดว่ายอดเบี้ยรับรวมจะอยู่ที่1,100 ล้านบาท ขณะที่ 5 พันธมิตรฟันธงผลิตภัณฑ์จะเหมาะสมทั้งราคาและความคุ้มครอง ทั้งเชื่อดัน เอเอสเอ็น สู่อันดับนายหน้าที่มียอดขายติด TOP 10 ของตลาดประกันภัยรถยนต์

          นายธวัชชัย ชีวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยประกันภัยรถยนต์ และประกันชีวิต ที่ได้มาตรฐานระดับแนวหน้าของไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้สร้างมิติใหม่ให้กับธุรกิจนายหน้าประกันภัยรถยนต์ ด้วยการจับมือกับ 5 บริษัทประกันภัยรถยนต์ระดับแนวหน้า ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ ด้วยการร่วมกันจัดหาแพ็คเกจประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จำหน่ายตรงถึงลูกค้าในระบบการขายผ่านโทรศัพท์ หรือ เทเล มาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) เพื่อให้การขายในแต่ละครั้งประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุดในสินค้าและบริการที่บริษัทฯได้นำเสนอ โดย 5 บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าวประกอบด้วย บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท
          นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)
          "ความร่วมมือกับ 5 พันธมิตรดังกล่าว เป็นการขยายฐานลูกค้าของบริษัทฯ และพันธมิตรให้เพิ่มขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลลูกค้าของเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ที่มุ่งพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจ ซึ่งฐานข้อมูลที่มีอยู่ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เพื่อร่วมวิเคราะห์ และจัดหาแพ็คเกจผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถในแต่ละประเภท และแต่ละยี่ห้อเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดจากการซื้อประกันภัยรถยนต์หนึ่งกรมธรรม์ โดยในช่วงแรกจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทย ก่อนจะขยายไปสู่กลุ่มอื่นๆ ต่อไป ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และเอเอสเอ็น โบรกเกอร์เอง" นายธวัชชัย กล่าว 

          กรรมการผู้จัดการ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้ง 5 รายในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นสำหรับการขยายฐานธุรกิจร่วมกันระหว่างบริษัทโบรกเกอร์และบริษัทประกัน ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ อาจมีความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่นๆ หรือขยายความร่วมมือระหว่างกันไปยังกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ต่อไป โดยใช้ฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ บริษัทฯ จะยังพัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการซื้อประกันภัยที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนให้เบี้ยรับของบริษัทฯ เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปี 2559 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมโตขึ้น 25% จากปี 2558 ที่คาดว่าเบี้ยรับรวมจะอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตในอัตราที่สูงกว่าอุตสาหกรรมประกันภัย ที่มีคาดการณ์ว่าจะเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น
          ดร.สมนึก สงวนสิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ และ สินทรัพย์ประกันภัย ในครั้งนี้ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่มีกำลังซื้อสูง และมีพฤติกรรมการใช้รถดี สถิติความเสียหายอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ซึ่งนับจากนี้ สินทรัพย์ประกันภัย จะร่วมมือกับ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ พัฒนากลุ่มลูกค้าในระยะยาวร่วมกันโดยจะปรับความสมดุลของราคาและความคุ้มครองให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อประกันได้ง่ายขึ้น
"เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เป็นบริษัทนายหน้าที่มีโครงสร้างและแนวทางการทำงานคล้ายกับเรา ซึ่งมีการทำงานที่ชัดเจน ระบบการขายมีคุณธรรม ทำให้การทำงานระหว่างกันราบรื่น เราเชื่อมั่นว่าในที่สุด เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะมียอดขายติด TOP 10 และเราจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจระหว่างกันตลอดไป อย่างมีธรรมาภิบาล ยึดมั่นตามมาตรฐานสากล ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ." ดร.สมนึก กล่าว
          นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI กล่าวว่า KPI และ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะร่วมเดินหน้าขยายโครงการใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ และจะพัฒนาบริการให้ทันสมัย รวดเร็ว สร้างรายได้จากฐานลูกค้าใหม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจร่วมกัน โดยบริษัทฯ จะส่งเสริมให้ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
          "เราเป็นบริษัทประกันภัยที่มีธนาคารกรุงไทยถือหุ้น ซึ่งถือว่าเรามีโอกาสในการขยายฐานลูกค้า ที่ถือเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจ อีกทั้งเราเป็นบริษัทหนึ่งที่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจประกันภัยมายาวนานและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง พร้อมที่จะขยายธุรกิจร่วมกับ เอเอสเอ็น เป็นอย่างดี ซึ่ง เอเอสเอ็น ก็เป็นโบรกเกอร์ที่มีศักยภาพในการบริการลูกค้า มีจรรยาบรรณในการทำงาน มีความเป็นมืออาชีพ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด" นายสมบูรณ์ กล่าว

          ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทฯ พร้อมให้การสนับสนุน เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ อย่างเต็มที่ โดยเปิดโอกาสให้ใช้ศักยภาพการทำธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความสำเร็จทางธุรกิจ ของทั้งสองฝ่าย ขณะที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ จากกรรมธรรม์ที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่เหมาะสม
          นายหลักชัย สุทธิชูจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความพึงพอใจของลูกค้า และเชื่อมั่นว่าด้วยความตั้งใจบวกกับประสบการณ์ในการทำธุรกิจมากว่า 10 ปี ในที่สุดแล้ว เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และเป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ในใจของลูกค้าตลอดไป
          นายธีระ นิลสลับ รองประธานบริหารสายงานการตลาดและการขาย บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นโครงการพิเศษ เป็นความร่วมมือระยะยาว ที่จะทำให้การทำตลาดง่ายขึ้นและมีประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้เอาประกัน, บริษัทประกันภัย และนายหน้าประกันภัย
          "จุดเด่นของ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ คือมีผู้บริหารเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวทางการทำตลาดที่ฉีกไปจากรูปแบบเดิมๆ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับ เอเชียประกันภัยที่ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด เพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ตลอดจนบุคลากรของ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และอยู่ในธุรกิจมานานกว่า 10 ปี จึงมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ความร่วมมือระหว่างกันประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก" นายธีระ กล่าว
          อย่างไรก็ตาม สำหรับจุดแข็งของ เอเชียประกันภัย คือ มีความแตกต่างจากบริษัทอื่น คือ Pot mixของบริษัทฯ จะมีอัตราส่วนของเบี้ยประกันแบบ 2+ 3+ มากกว่าประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้คิดค้นกรมธรรม์ประเภทนี้ ดังนั้นการให้ประกันภัยต่างๆ จะเน้นให้สอดคล้องกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ นอกจากนี้การพัฒนาแบบประกันภัยรถยนต์ ก็เป็นลักษณะที่หลากหลาย เช่น 2+ 3+ 35+up Moto3+เป็นต้น  

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558

Bike for dad สำรวจเส้นทางและขบวนปั่น 5ธันวาคม2558 #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้


Bike for dad สำรวจเส้นทางและขบวนปั่น 5ธันวาคม2558 #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้
Bike for dad สำรวจเส้นทางและขบวนปั่น 5ธันวาคม2558 #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ จะทรงนำคนไทยทั่วประเทศปั่นจักรยานอีกครั้ง เพื่อ “ในหลวง” ผ่านกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ” Bike for Dad ในโอกาสคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว 88 พรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ.2558 มี 67 ประเทศทั่วโลกตอบรับเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมกัน 11 ธ.ค. 2558 เวลา 15.00 น.

คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม 2558 เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบกรอบแนวทางในการจัดกิจกรรมตามพระราชปณิธานและพระราโชบายของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อแสดงความจงรักภักดี กตัญญูกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ร่วมใจทดแทนพระคุณพ่อ เพื่อความสามัคคีของชาวไทยและต่างชาติ เพื่อสุขภาพกายและใจ ตลอดจนความสดชื่นแจ่มใส และชมศิลปวัฒนธรรมของชาติ โขนกลางแปลงเฉลิมพระเกียรติ
โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร จะเป็นองค์ประธานนำขบวนจักรยานประชาชนในวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2558 เวลา 15:00 นาฬิกา เส้นทางจะเริ่มต้นและสิ้นสุดที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต โดยเริ่มจาก บริเวณลานพระราชวังดุสิต มาตามถนนราชปรารภ เข้าสู่แยกประตูน้ำ เลี้ยวขวาที่แยกราชประสงค์ เข้าสู่ถนนปทุมวันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถนนสีลม เข้าวงเวียนโอเดี่ยน ถนนเยาวราช สะพานพระปกเกล้าฯ ถนนวงเวียนใหญ่ ถนนอรุณอมรินทร์ หอประชุมกองทัพเรือ แยกศิริราช สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สนามหลวง ถนนราชดำเนินนอก มาจบที่ลานพระราชวังดุสิต รวมระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร โดยการจัดรูปขบวนแบ่งเป็น 4 ขบวน ประกอบด้วย
- ขบวน A สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงปั่นนำข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และประชาชน 500 คน
- ขบวน B พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงปั่นนำขบวนข้าราชการ และประชาชน 500 คน
- ขบวน C พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงปั่นนำขบวนข้าราชการ และประชาชน 500 คน
- ขบวน D เป็นขบวนประชาชนในกรุงเทพฯที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์รวม 100,000 คน
- ส่วนขบวน S ชุดซ่อมจักรยาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและคณะแพทย์รวม 100 คน
- สำหรับต่างจังหวัดจัดกิจกรรมพร้อมกันในวันและเวลาเดียวกันทั่วประเทศ
นอกจากนี้จะเปิดรับสมัครนักปั่นทางไกลจากต่างจังหวัด จากจังหวัดบ้านเกิดของตัวเองเข้ามายังกรุงเทพฯเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในชื่อ การปั่นจักรยานจตุรทิศ
ในการนี้ รัฐบาลขอพระบรมราชานุญาตใช้พระตราสัญลักษณ์ในการจัดงาน ประกอบด้วย พระตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์พระปรมาภิไธยย่อ ภปร.และพระนามาภิไธยย่อ มวก. บนพื้นหลังสีเหลืองทอง ต่อด้วยข้อความอักษรภาษาอังกฤษ "Dad"ปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD พร้อมพระราชทานคำว่า "ของขวัญของพ่อ ...คือลูกรู้แทนคุณ" การประชุมดังกล่าว คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ร่วมกันพิจารณาแผนประชาสัมพันธ์กิจกรรม การถ่ายทอดสดทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาค และต่างประเทศ การจัดสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมและเฝ้ารับเสด็จฯ ตลอดเส้นทาง และการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เพิ่มสิทธิผู้ประกันตน พ.ร.บ.ประกันตนใหม่ บังคับใช้ 20 ตุลาคมนี้ #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้

เพิ่มสิทธิผู้ประกันตน พ.ร.บ.ประกันตนใหม่ บังคับใช้ 20 ตุลาคมนี้ #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้
เพิ่มสิทธิผู้ประกันตน พ.ร.บ.ประกันตนใหม่ บังคับใช้ 20 ตุลาคมนี้ #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้

ใก้ลจะถึงแล้วสำหรับประกาศใหม่ของประกันสังคมที่เหล่าชาวทำงานหาเช้ากินค่ำต้องจ่ายทุกเดือน ASN Broker(ประกันภัยรถยนต์) จึงนำข้อมูลฉบับใหม่มาฝากกันกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติประกาศเป็นพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 และจะมีผลบังคับใช้ 120 วัน นับแต่วันที่ประกาศ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2558 ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนจะได้รับตามพระราชบัญญัติประกันสังคมฉบับใหม่ คลอบคลุมในหลายกรณี ได้แก่ กรณีผู้ประกันตนเจ็บป่วย ตาย ทุพพลภาพ ว่างงาน คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร โดยสาระสำคัญในการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตน อาทิเช่น
 
            กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เพิ่มค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์โดยปัจจุบันไม่ครอบคลุม ในส่วนผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเรื้อรังหรือทุพพลภาพและถึงแก่ความตายจะได้รับเพิ่มสิทธิประโยชน์ แม้ส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิ ส่วนผู้ประกันตนที่ทำให้ตนเองบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต หรือสูญเสียสมรรถภาพทางร่างกายโดยไม่เกิดจากการทำงาน จะได้รับเงินทดแทนในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าจ้าง จากเดิมไม่ได้รับสิทธิ ทั้งนี้ ในขณะที่ผู้ทุพพลภาพก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2538 ซึ่งเป็นวันที่สำนักงานประกันสังคมได้แก้ไขกฎหมายเพื่อขยายความคุ้มครองผู้ทุพพลภาพ ส่งผลให้ผู้ทุพพลภาพ 2 กลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์ไม่เท่ากัน คือกลุ่มหนึ่งได้รับสิทธิประโยชน์เพียง 15 ปี และอีกกลุ่มหนึ่งได้รับตลอดชีวิต ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตลอดชีวิตเท่ากัน
 
            กรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ๆ ละ 13,000 บาท รวมถึงได้เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วันไม่เกิน 2 ครั้งสำหรับผู้ประกันตนหญิง ส่วนกรณีสงเคราะห์บุตร สำหรับบุตรอายุ 0 - 6 ปี มีสิทธิได้รับคราวละไม่เกิน 3 คน เหมาจ่ายรายเดือน เดือนละ 400 บาท/คน จากเดิมที่กำหนดไว้ 2 คนเท่านั้น  ขณะที่กรณีว่างงาน เพิ่มให้ความคุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีนายจ้างหยุดกิจการชั่วคราว เนื่องจากเหตุสุดวิสัยโดยยังไม่มีการเลิกจ้าง และผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน เช่น โรงงานถูกน้ำท่วม จะได้รับเงินในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน จากเดิมที่ไม่ให้การคุ้มครอง รวมทั้งกรณีไม่สามารถจ่ายเงินสมทบได้จากเหตุสุดวิสัย (ปัจจุบันผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออกเท่านั้น) 
 
            กรณีตาย เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย  ได้ปรับแก้ไข : ถ้าก่อนถึงแก่ความตาย ผู้ประกันตนได้ส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 เดือน แต่ไม่ถึง 120 เดือน ให้จ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับ 50% ของค่าจ้างรายเดือน คูณด้วย 4 (เท่ากับค่าจ้างประมาณ 2 เดือน) จากเดิมจ่ายแค่ 1.5 เดือน แต่ถ้าผู้ประกันตน จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือน ให้จ่าย 50% ของค่าจ้าง คูณด้วย 12 (เท่ากับค่าจ้างประมาณ 6 เดือน) จากเดิมจ่ายแค่ 5 เดือน ปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์ เพิ่ม : ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือ ระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยมีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท หากไม่มีทายาท หรือไม่มีบุคคลที่ทำหนังสือระบุจะให้สิทธิแก่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา (ปัจจุบัน : ผู้ประกันตนที่ไม่มีทายาท (บิดา มารดา บุตร และคู่สมรส) ไม่สามารถทำหนังสือระบุบุคคลผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยเงินบำเหน็จชราภาพจะตกเป็นของกองทุน)  ทั้งนี้ รวมไปถึงผู้ประกันตนที่ไม่มีสัญชาติไทย หากทำงานครบตามสัญญาจ้างและไม่ประสงค์ทำงานต่อในประเทศไทย ให้มีสิทธิรับเงินชราภาพแม้จะส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือนก็ตาม
 
            อีกทั้ง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ ยังกำหนดให้รัฐบาลร่วมส่งเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนมาตรา 40 ในอัตราไม่เกินครึ่งหนึ่งที่ผู้ประกันตนนำส่ง และยังขยายการคุ้มครองไปยังลูกจ้างชั่วคราวทุกประเภทของส่วนราชการ  (ปัจจุบัน คุ้มครองเฉพาะลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน)ให้เป็นผู้ประกันตนมาตรา33 โดยส่วนราชการต้องเป็นผู้ยื่นทะเบียนและนำส่งเงินสมทบให้และจะครอบคลุมถึงลูกจ้างรายวันด้วย อย่างไรก็ตาม ยังขยายความคุ้มครองให้กับลูกจ้างไทยของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ
 
            นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อกำกับดูแลความโปร่งใส ได้มาตรฐาน และผู้ที่จะเข้ามาเป็นคณะกรรมการประกันสังคม จะต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบที่กำหนด และต้องแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2558

แชร์เต็มโซเชียล วินาทีไทยส่งต่อรับบอลกันไปมา 10 กว่าครั้ง คนแห่ชื่นชม #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้ #pantip

แชร์เต็มโซเชียล วินาทีไทยส่งต่อรับบอลกันไปมา 10 กว่าครั้ง คนแห่ชื่นชม #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้ #pantip
แชร์เต็มโซเชียล วินาทีไทยส่งต่อรับบอลกันไปมา 10 กว่าครั้ง คนแห่ชื่นชม #ยกทัพข่าวเช้า #เรื่องเล่าเช้านี้ #pantip

ASN Broker(ประกันภัยรถยนต์)ร่วมแสดงความยินดีกับชาวไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา ในการแข่งขันฟุตบอลโลก2018รอบคัดเลือก  
โซนเอเชียนที่ผ่านมา ของทีมชาติไทยโดยในระหว่างแข่งขัน ช่วงใกล้จบนาทีที่70
ฝ่ายไทยได้ครอบครองบอลและโชว์ศักยภาพ ในการต่อบอลกันไปมา10กว่าครั้ง
และทำเข้าประตูช่วยให้ไทยชนะเวียดนาม3-0

หลังเกิดกระแสในโซเชี่ยลบอกเล่าชื่นชมแชร์ส่งต่อวินาทีต่อบอลของไทย
และยกให้เป็นจังหวะต่อบอล "ติกิ ตาก้า"ของไทย  

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว ในศึกฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ รอบชิงชนะเลิศนัดแรก ที่ไทยชนะมาเลเซีย 2-0 ช่วงท้ายเกม
ซึ่งในครั้งนั้นแข้งช้างศึกต่อบอลไปมาถึง 27 ครั้ง ชนิดคู่แข่งไม่สามารถแย่งได้ ก่อนจะไปจบที่ ชาริล ชัปปุยส์ ซัดหลุดเสาออกไป

ติกิ ตาก้า คือ สไตล์การเล่นฟุตบอลที่มีลักษณะเด่นคือ การส่งและเคลื่อนไหวในระยะสั้น โดยส่งผ่านช่องหลากหลายวิธี
และรักษาการครองบอลไว้ สไตล์การเล่นนี้เริ่มมาจากสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาในลาลีกา
ในช่วงการคุมทีมของโยฮัน ไกรฟฟ์ จนมาถึงในยุคปัจจุบัน และฟุตบอลทีมชาติสเปน
โดยผู้จัดการทีมอย่าง ลุยส์ อาราโกเนส และ บีเซนเต เดล โบสเก แนวทางการเล่นตีกี-ตากา
ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนไปในลักษณะแนวคิดที่มีโซนการเล่น

 ขอบคุณคลิปจาก ไทยรัฐ (แชร์คลิปสาธารณะผ่านYoutube)

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะใช้ใบนามบุคคล เร่งเปลี่ยนก่อนโดนยึดใบ

กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะใช้ใบนามบุคคล เร่งเปลี่ยนก่อนโดนยึดใบ
กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะใช้ใบนามบุคคล เร่งเปลี่ยนก่อนโดนยึดใบ

กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ขอผ่อนผันใช้ ใบอนุญาตขับรถจัก รยานยนต์ส่วนบุคคลเป็นหลักฐานในการจดทะเบียน รถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) ให้เร่งน าใบขับขี่สาธารณะตัวจริงมาแสดงต่อ เจ้าหน้าที่ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2558 หากพ้นก าหนดระยะเวลาดังกล่าวจะถูกเพิก ถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) ทันที!!!

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อเร่งรัดการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะ ในเขตกรุงเทพมหานครให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กรมการขนส่งทางบกได้ผ่อนผันให้ผู้ขับขี่ที่ยังไม่มีใบอนุญาต ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะสามารถใช้ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเป็นหลักฐานทดแทนในการจดทะเบียน รถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) เป็นกรณีพิเศษ เพื่ออ านวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ที่ยังไม่มีใบอนุญาต ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเมื่อได้รับใบอนุญาต ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะแล้วให้ด าเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไขข้อมูลภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2558 มิฉะนั้น จะถูกเพิกถอนทะเบียนรถป้ายเหลือง หากปัจจุบันพบว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร (50 เขต) ที่ขอผ่อนผันใช้ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลยื่นเป็นหลักฐานทดแทนในการจดทะเบียนป้ายเหลืองและ ยังไม่ได้น าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะตัวจริงมาแสดงมีจ านวน 5,809 ราย จึงขอให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ สาธารณะที่ท าเรื่องขอผ่อนผันไว้ให้เร่งด าเนินการน าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะตัวจริงมาแสดงต่อ กรมการขนส่งทางบกและส านักงานขนส่งกรุงเทพมหานครในพื้นที่ที่วินตั้งอยู่ภายในระยะเวลาที่ก าหนด ซึ่งหากพ้น ระยะเวลาดังกล่าวแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะด าเนินการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะที่เคยได้รับ อนุญาตแล้วทันที

นายสนิท กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกด าเนินการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะในเขต กรุงเทพมหานครตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเริ่มบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน กระท าความผิดอย่างเข้มงวด ซึ่งก าหนดให้ผู้ขับรถ เสื้อวิน บัตรประจ าตัว และรถจักรยานยนต์รับจ้างทุกคันจะต้องถูกต้อง ตามกฎหมายและข้อมูลที่ปรากฏต้องถูกต้องตรงกัน โดยขอความร่วมมือประชาชนเลือกใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ถูกต้องจะได้รับการอบรม เกี่ยวกับกฎจราจร มารยาทการขับรถ และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรจากส านักงานต ารวจแห่งชาติก่อนได้รับ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ส าหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมายจะสังเกตได้จากแผ่น ป้ายทะเบียนรถซึ่งต้องเป็นสีเหลืองและเสื้อวินพร้อมบัตรติดเสื้อแบบใหม่ หากพบเห็นการฝ่าฝืน เอาเปรียบผู้โดยสาร หรือพบรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย สามารถจดรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ หมายเลขทะเบียนรถ เพื่อแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมที่ ส านักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
ที่มา http://www.dlt.go.th/th/attachments/plan48-51/5087_Pr-Press%20New%203%208%20October%202015.pdf

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ชาวบอร์ดดังโวย แนวคิดรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับ จราจร #pantip

ชาวบอร์ดดังโวย แนวคิดรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับ จราจร
ชาวบอร์ดดังโวย แนวคิดรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับ จราจร

ล็อคอินในบอร์ดพันทิป  นามว่า แข้งซ้ายปรมาณู ตั้งกระทู้ วิจาร์ณ นโยบาย 
เห็นคลิปนี้แล้วอยากสนับสนุนให้ยกเลิกรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับทันที นี่หรือมุมมองข้าราชการไทย ปรับทัศนคติด่วนเลย แย่มาก
ขออนุญาตแท็ก 3 ห้องนะครับ วอนผู้ดูแลระบบอย่าย้ายหรือลบแท็กผม เพราะมันกระทบกับประชาชนโดยตรง หากเขายังมีความเชื่อแบบนี้มันไม่เป็นผลดีกับประชาชนและระบบราชการไทยโดยตรง คิดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องได้ปรับเปลี่ยนมุมมองของเจ้าหน้าที่บางส่วนแล้ว แบบนี้อันตรายมากในระยะยาว
https://www.facebook.com/840706315969399/videos/vb.840706315969399/1076860649020630/?type=2&theater

ตอนแรกเฉยๆแต่พอเจอแบบนี้เห็นด้วยทันทีกับภาพนี้ทันที

หลังจากกระทู้ถูกตั้ง และขึ้นกระทู้แนะนำ ASN Broker (ประกันภัยรถยนต์) ขอนำสุดยอดความเห็นบางส่วนมาลง เพื่อใช้วิจารณญาณในการอ่าน
สมาชิกหมายเลข 2131884 
ผมนี้อยากให้ ยกเลิกรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับ กับตำรวจที่จับครับ อยากให้เงินเข้าหลวงทั้งหมด ไม่อย่างงั้นคนเก็ยขยะ คนกวาดขยะ หรือ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐส่วนอื่นก็เรียกร้องเปอร์เซ็นค่าทำงาน นอกเหนือจากเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน ได้หมด ผมว่ามันไม่เป็นธรรมกับหน่วงงานรัฐส่วนอื่นนะ นี้ละครับที่ปัจุบันหลายๆคนที่คิดไม่ดีอยากมาเป็นตำรวจ ตั้งแต่จ่ายเพื่อให้สอบได้เป็นหลักแสน พอเข้ามาเป็นตำรวจก็หาช่องทางของกฎหมายขูดรีดกับประชาชน มันไม่ควนมีตั้งแต่แรกแล้วเรื่องเปอร์เซ็นนำจับ คิดจะทำเพื่อประชาชนกับแผ่นดิน แต่มาหวังกินผลประโยชน์ทางกฎหมาย 100 บาทเข้าหลวงกี่บาทตำรวจได้กี่บาท มันไม่เหมาะอยู่แล้ว งี้วันไหนคนกวาดขยะบอกวันนี้ขยะเยอะจังก็ขอเปอร์เซ็นค่ากวาดถนนเพิ่มได้ละซิมันเอาเปรียบเกินไป
สมาชิก แข้งซ้ายปรมาณู
อุตส่าห์ขอร้องที่หัวกระทู้แล้วว่าอย่าย้ายแท็กหรือลบแท็ก จุดประสงค์ในนี้ก็อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ได้รับรู้ด้วย เผื่อจะนำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะมันส่งผลกระทบกับประชาชนโดยตรงแล้วแท็กห้องการเมืองด้วยมันไปผิดอะไรตรงไหน การแก้กฏหมายหรือการแก้ข้อกำหนดต่างๆที่มันจะมาบังคับใช้กับประชาชนมันก็ต้องผ่านระบบการเมืองหรือผู้ปกครองบ้านเมืองทั้งนั้น  แต่นี่อะไรพอแท็กห้องราชดำเนินปุ๊บย้ายแท็กลบแท็กอีกแล้ว หลายครั้งที่ผู้คตั้งกระทู้มีเจตนาที่จะสื่อถึงจุดมุ่งหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้นๆหรือมีอำนาจที่จะปรับปรุงแก้ไขปัญหานั้นๆได้อ่านหรือรับทราบ แต่จุดประสงค์ต้องตกลงไปเพราะวิจารณญาณของ wm คุณเป็นผู้ดูแลระบบก็จริงแต่คุณต้องมองให้ลึกและครอบคลุมรวมถึงวัตถุประสงค์ของกระทู้ด้วยครับ
สมาชิกหมายเลข 1362849 
บางคนทำให้อาชีพนี้ดูตกต่ำจริงๆ ไม่มีเกียรติและศักดิ์ศรีเอาเสียเลย  ประเทศชาติมันถึงไม่สงบสุขซักที เห็นแล้วเศร้าใจ ถ้าเงินเดือนไม่พอกินก็ลาออกมาหางานอื่นเถอะ ถ้าทำตัวดีๆ ก็จะเป็นอาชีพที่มีแต่คนรัก และสนับสนุน แต่ไม่รู้เป็นไร ที่เจอมีแต่แย่ๆ
สมาชิก อุบลคนโก้ ยโสบ้านเฮา
 
 
เห็นด้วยกับภาพนี้ตรงที่ว่า

"ไม่ให้ใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรม" 

ส่วนเรื่อง % จากค่าปรับ หรือรางวัลนำจับ ไม่มีความเห็นครับ 

แต่คิดว่า คนทำผิดกฎจราจร สมควรแล้วที่จะมีบทลงโทษ

หลายคนอาจจะเคยโดนปรับแบบไม่เป็นธรรม น่าเห็นใจครับ  แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีอีกหลายคนที่ทำผิดจริง แล้วผสมโรงด่าคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องไปด้วย
 

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เปิดมิติใหม่วงการโบรกเกอร์ จับมือ 5 บริษัทประกันบุกธุรกิจประกันภัยรถยนต์

เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เปิดมิติใหม่วงการโบรกเกอร์ จับมือ 5 บริษัทประกันบุกธุรกิจประกันภัยรถยนต์
เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เปิดมิติใหม่วงการโบรกเกอร์ จับมือ 5 บริษัทประกันบุกธุรกิจประกันภัยรถยนต์

เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เปิดมิติใหม่วงการนายหน้าประกันภัยรถยนต์ ประกาศจับมือ 5พันธมิตรจัดข้อเสนอที่เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า "คุณธวัชชัย ชีวานนท์" บอสใหญ่มั่นใจ ดันเป้ายอดเบี้ยรับรวมปี 59 โต 25% จากปี 58 ที่คาดว่ายอดเบี้ยรับรวมจะอยู่ที่1,100 ล้านบาท ขณะที่ 5 พันธมิตรฟันธงผลิตภัณฑ์จะเหมาะสมทั้งราคาและความคุ้มครอง ทั้งเชื่อดัน เอเอสเอ็น สู่อันดับนายหน้าที่มียอดขายติด TOP 10 ของตลาดประกันภัยรถยนต์
          คุณธวัชชัย ชีวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยประกันภัยรถยนต์ และประกันชีวิต ที่ได้มาตรฐานระดับแนวหน้าของไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้สร้างมิติใหม่ให้กับธุรกิจนายหน้าประกันภัยรถยนต์ ด้วยการจับมือกับ 5 บริษัทประกันภัยรถยนต์ระดับแนวหน้า ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ ด้วยการร่วมกันจัดหาแพ็คเกจประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จำหน่ายตรงถึงลูกค้าในระบบการขายผ่านโทรศัพท์ หรือ เทเล มาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) เพื่อให้การขายในแต่ละครั้งประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุดในสินค้าและบริการที่บริษัทฯได้นำเสนอ โดย 5 บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าวประกอบด้วย บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท
          นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)
          "ความร่วมมือกับ 5 พันธมิตรดังกล่าว เป็นการขยายฐานลูกค้าของบริษัทฯ และพันธมิตรให้เพิ่มขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลลูกค้าของเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ที่มุ่งพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจ ซึ่งฐานข้อมูลที่มีอยู่ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เพื่อร่วมวิเคราะห์ และจัดหาแพ็คเกจผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถในแต่ละประเภท และแต่ละยี่ห้อเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดจากการซื้อประกันภัยรถยนต์หนึ่งกรมธรรม์ โดยในช่วงแรกจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทย ก่อนจะขยายไปสู่กลุ่มอื่นๆ ต่อไป ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และเอเอสเอ็น โบรกเกอร์เอง" คุณธวัชชัย กล่าว
          กรรมการผู้จัดการ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้ง 5 รายในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นสำหรับการขยายฐานธุรกิจร่วมกันระหว่างบริษัทโบรกเกอร์และบริษัทประกัน ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ อาจมีความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่นๆ หรือขยายความร่วมมือระหว่างกันไปยังกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ต่อไป โดยใช้ฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ บริษัทฯ จะยังพัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการซื้อประกันภัยที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนให้เบี้ยรับของบริษัทฯ เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปี 2559 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมโตขึ้น 25% จากปี 2558 ที่คาดว่าเบี้ยรับรวมจะอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตในอัตราที่สูงกว่าอุตสาหกรรมประกันภัย ที่มีคาดการณ์ว่าจะเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น
          ดร.สมนึก สงวนสิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ และ สินทรัพย์ประกันภัย ในครั้งนี้ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่มีกำลังซื้อสูง และมีพฤติกรรมการใช้รถดี สถิติความเสียหายอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ซึ่งนับจากนี้ สินทรัพย์ประกันภัย จะร่วมมือกับ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ พัฒนากลุ่มลูกค้าในระยะยาวร่วมกันโดยจะปรับความสมดุลของราคาและความคุ้มครองให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อประกันได้ง่ายขึ้น
"เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เป็นบริษัทนายหน้าที่มีโครงสร้างและแนวทางการทำงานคล้ายกับเรา ซึ่งมีการทำงานที่ชัดเจน ระบบการขายมีคุณธรรม ทำให้การทำงานระหว่างกันราบรื่น เราเชื่อมั่นว่าในที่สุด เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะมียอดขายติด TOP 10 และเราจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจระหว่างกันตลอดไป อย่างมีธรรมาภิบาล ยึดมั่นตามมาตรฐานสากล ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ." ดร.สมนึก กล่าว
          นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI กล่าวว่า KPI และ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะร่วมเดินหน้าขยายโครงการใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ และจะพัฒนาบริการให้ทันสมัย รวดเร็ว สร้างรายได้จากฐานลูกค้าใหม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจร่วมกัน โดยบริษัทฯ จะส่งเสริมให้ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
          "เราเป็นบริษัทประกันภัยที่มีธนาคารกรุงไทยถือหุ้น ซึ่งถือว่าเรามีโอกาสในการขยายฐานลูกค้า ที่ถือเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจ อีกทั้งเราเป็นบริษัทหนึ่งที่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจประกันภัยมายาวนานและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง พร้อมที่จะขยายธุรกิจร่วมกับ เอเอสเอ็น เป็นอย่างดี ซึ่ง เอเอสเอ็น ก็เป็นโบรกเกอร์ที่มีศักยภาพในการบริการลูกค้า มีจรรยาบรรณในการทำงาน มีความเป็นมืออาชีพ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด" นายสมบูรณ์ กล่าว
          ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทฯ พร้อมให้การสนับสนุน เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ อย่างเต็มที่ โดยเปิดโอกาสให้ใช้ศักยภาพการทำธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความสำเร็จทางธุรกิจ ของทั้งสองฝ่าย ขณะที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ จากกรรมธรรม์ที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่เหมาะสม
          นายหลักชัย สุทธิชูจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความพึงพอใจของลูกค้า และเชื่อมั่นว่าด้วยความตั้งใจบวกกับประสบการณ์ในการทำธุรกิจมากว่า 10 ปี ในที่สุดแล้ว เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และเป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ในใจของลูกค้าตลอดไป
          นายธีระ นิลสลับ รองประธานบริหารสายงานการตลาดและการขาย บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นโครงการพิเศษ เป็นความร่วมมือระยะยาว ที่จะทำให้การทำตลาดง่ายขึ้นและมีประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้เอาประกัน, บริษัทประกันภัย และนายหน้าประกันภัย
          "จุดเด่นของ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ คือมีผู้บริหารเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวทางการทำตลาดที่ฉีกไปจากรูปแบบเดิมๆ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับ เอเชียประกันภัยที่ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด เพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ตลอดจนบุคลากรของ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และอยู่ในธุรกิจมานานกว่า 10 ปี จึงมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ความร่วมมือระหว่างกันประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก" นายธีระ กล่าว
          อย่างไรก็ตาม สำหรับจุดแข็งของ เอเชียประกันภัย คือ มีความแตกต่างจากบริษัทอื่น คือ Pot mixของบริษัทฯ จะมีอัตราส่วนของเบี้ยประกันแบบ 2+ 3+ มากกว่าประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้คิดค้นกรมธรรม์ประเภทนี้ ดังนั้นการให้ประกันภัยต่างๆ จะเน้นให้สอดคล้องกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ นอกจากนี้การพัฒนาแบบประกันภัยรถยนต์ ก็เป็นลักษณะที่หลากหลาย เช่น 2+ 3+ 35+up Moto3+เป็นต้น
ลิงค์อื่นๆ 
1. http://www.thaipr.net/finance/653198
2. http://www.posttoday.com/economy/insurance/392270
3.http://www.moneylifetoday.com/index.php/component/multicontent_client/showcontent/44545

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

กทพ.เตรียมเพิ่มกล้องจับความเร็วเส้นทางออกนอกเมือง เผยกล้องบนทางด่วนพบผู้กระทำผิดเดือนละกว่าพันราย

กทพ.เตรียมเพิ่มกล้องจับความเร็วเส้นทางออกนอกเมือง เผยกล้องบนทางด่วนพบผู้กระทำผิดเดือนละกว่าพันราย
กทพ.เตรียมเพิ่มกล้องจับความเร็วเส้นทางออกนอกเมือง เผยกล้องบนทางด่วนพบผู้กระทำผิดเดือนละกว่าพันราย

เมื่อวันที่27 ก.ย.นายอัยณัฐ ถินอภัยผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)กล่าวว่า 
ขณะนี้กทพ.โครงการจะขยายจุดติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วในถนนกาญจนาภิเษกทางพิเศษอุดรรัถยา
ซึ่งเป็นเส้นทางออกนอกเมืองเพื่อลดความเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
จากปัจจุบันที่มีการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วบนทางด่วนจำนวน 13 ตัว

กล้องที่ติดตั้งบนทางด่วนในปัจจุบันแบ่งเป็นติดตั้งบนทางด่วนเฉลิมมหานคร2ตัว
ทางพิเศษฉลองรัช5ตัว ทางด่วนพิเศษบูรพาวิถี3ตัวและทางพิเศษศรีรัช3ตัว
โดยจะติดตั้งตามทางแยกและทางโค้งจุดเสี่ยงรวมทั้งจะมีการย้ายจุดติดตั้งทุกเดือนๆ
เพื่อให้สามารถตรวจจับได้อย่างทั่วถึงซึ่งกทพ.ได้กำหนดความเร็วไว้ที่110กิโลเมตรต่อชั่วโมง
โดยหากตรวจพบว่ารถที่วิ่งมามีความเกินกว่ากฎหมายกำหนดในรัศมี100เมตรจากจุดที่ติดตั้ง
ระบบกล้องก็จะทำการบันทึกทะเบียนรถที่กระทำผิดทันที

ทั้งนี้แต่ละเดือนพบว่ามีผู้กระทำผิดขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดกว่า1,000ราย
ซึ่งกทพ.ได้ส่งข้อมูลให้แก่ตำรวจจราจรเพื่อทำการออกใบสั่งให้มาชำระค่าปรับ

ที่มา http://www.asnbroker.co.th

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

ตามหาเจ้าของลายมือในกระดาษแผ่นนี้ เหตุเกิดที่ลานจอดรถห้าง #pantip

ตามหาเจ้าของลายมือในกระดาษแผ่นนี้ เหตุเกิดที่ลานจอดรถห้าง #pantip
ตามหาเจ้าของลายมือในกระดาษแผ่นนี้ เหตุเกิดที่ลานจอดรถห้าง #pantip

จขกท.นามล็อคอิน โจ๊กหมูใส่ไข่ใส่ผักไม่ใส่ขิง ตั้งกระทู้ตามหา เจ้าของกระดาษ เพื่อขอโทษและชี้แจง
ASN Broker (ประกันภัยรถยนต์)คิดว่าเป็นอุทาหรณ์ สำหรับการจอดรถในที่สาธารณะ จนกลายเป็นปัญหาขึ้นมา
***********************************************
ตามชื่อกระทู้เลยค่ะ ลานจอดรถชั้น 2 ครึ่ง
ขอตามหาเจ้าของลายมือกระดาษแผ่นนี้



อย่างแรก อยากขอโทษเจ้าของรถค่ะ ที่จอดรถไปเกยฝั่งคุณจริงๆ
ซึ่งทางตัวเราเองก็ผิดที่ไม่ดูให้ดีก่อนว่ามันชิดขนาดไหน พอดีมีธุระ เห็นว่าจอดได้
แม้จะยากหน่อยเลยรีบลงรถไปค่ะ

แต่

อยากให้เจ้าของรถช่วยดูนิดนึงว่า เราก็โดนเบียดมาก่อนตั้งแต่จะจอดค่ะ คือก่อนมาจอดเนี่ย
ไม่ได้ดูซองด้วยว่ามันค่อนข้างแคบ เนื่องจาดรถด้านข้างใหญ่ค่ะ ตามภาพนี้



[ขอโทษเจ้าของรถคันนี้ด้วยนะคะ ที่ติดมาในกระทู้นี้ด้วย
ถ้ายังไงเจ้าตัวมาแล้วรู้สึกไม่พอใจ หลังไมค์มาให้เราลบได้เลยค่ะ]

จากรูปด้านบน นี่คือรถคันด้านข้างก็เกยมาขนาดนี้แล้ว เราก็ถอยเข้าซองตามปกติ
และพอเราจอด มันก็เลยเกยมาแบบนี้


ปล. คิดว่ารถทางด้านขวาน่าจะพึ่งเข้ามาจอดใหม่ค่ะ ไม่ใช่คู่กรณี


ตามที่กล่าวไปข้างต้น เราไม่ได้อยากเบียดเบียนคุณนะคะ แต่คือเราก็โดนเบียดช่องมาเหมือนกัน
และเราก็คิดว่า รถเขาใหญ่ จะให้ทำไงหละ ให้เราไปด่าเขาหรอ - - หรือให้ไปประกาศตามหาเจ้าของให้
มาจอดให้ชิดซองกว่านี้ ก็ไม่ใช่

จริงๆคิดว่ามันควรจะถ้อยทีถ้อยอาศัยมากกว่านี้

ถ้าคุณมาเห็นแล้วยังไม่พอใจอะไร หรืออยากต่อว่าอะไรเรา หลังไมค์มาได้เลยค่ะ
ขอโทษ และขอบคุณค่ะ ต่อไปจะระวังมากกว่านี้

----------------------------------------------------------------------------
เพิ่มเติมค่ะ เนื่องจากบางคห. อาจจะไม่เห็น อยากรบกวนให้อ่าน คห 27 ด้วยนะคะ ; _____ ;
จากหลายๆความเห็น จขกท ต้องขอโทษจริงๆค่ะ
ที่ไม่รอบคอบ และไม่นึกถึงอีกฝั่ง

ในเหตุการนี้คือ เราเห็นซองว่างเลยรีบเข้าจอด
ไม่ได้มีเจตนาว่า ฝั่งเราออกสบาย ฝั่งนู้นช่างมัน
แต่คือ ไม่คิดเลยว่ามันชิด เพราะไม่รู้ตัวว่ากระบะ
กินเส้นแบ่งมาแต่แรก พอจอดได้
ก็ไม่ได้ลงมาตรวจสอบอีกฝั่ง เพราะรีบ+ติดนิสัยขับรถคนเดียว
ไม่มีคนนั่ง
ขอรับผิดจริงๆค่ะ ต่อไปจะระวังมากกว่านี้ จอดเสร็จ
ต้องดูรอบๆคัน

ขอบคุณทุกๆความเห็นที่เข้าใจและหวังดีค่ะ ยิ้ม
******************************************
ถือว่าเป็นกระทู้ที่ช่วยเตือนใจคนที่ชอบ จอดรถโดยไม่คิดถึงผู้อื่น จนทำให้เกิดปัญหาตามมา ของบุคคลที่สองสาม
การใช้พื้นที่สาธารณะใจเขาใจเรา ก็อย่าเบียดเบียนกันเลยครับ ........
ที่มา http://pantip.com/topic/34223917

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2558

ทำอย่างไร เมื่อน้ำมันแต่ละชนิดหยด #เรื่องเล่าเช้านี้ #pantip

ทำอย่างไร เมื่อน้ำมันแต่ละชนิดหยด #เรื่องเล่าเช้านี้ #pantip

ทำอย่างไร เมื่อน้ำมันแต่ละชนิดหยด #เรื่องเล่าเช้านี้ #pantip

จากหนังสือยานยนต์ฉบับที่ 431 ประจำเดือน เมษายน 2545
ASN Broker ขอนำมาแชร์เพื่อประโยชน์แก้ผู้ใช้รถทุกท่าน พวกรถใหม่มักจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องของน้ำมันหยดน้ำมันซึม (แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันนะ) ต่างกับพวกรถเก่าอายุเยอะ เมื่อเปิดฝากระโปรงรถมักจะเห็นห้องเครื่องเขรอะไปหมด ซึ่งเกิดจากมีน้ำมันรั่วซึมออกมาแล้วมีฝุ่นมาเกาะอันที่จริงแล้วก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเมื่อรถวิ่งจะมีไอน้ำมันหยดเลอะเทอะ ไม่ว่าจะเป็นที่ตัวเครื่องหรือหยดลงบนพื้นก็ตาม การปล่อยปละละเลยทำเป็นไม่ในใจอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ คราวนี้จุดที่น้ำมันหยดมีอยู่หลายจุด แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นน้ำมันอะไร รั่วซึมมาจากไหน มีอันตรายหรือเปล่า และที่สำคัญค่าซ่อมแพงแค่ไหน

น้ำมันเชื้อเพลิง

ก่อนอื่นเราต้องตรวจสอบก่อนว่าเจ้าหยดน้ำมันที่เราเห้นนั้นมันเป็นน้ำมันอะไร ซึ่งเราจะดูได้จากสี กลิ่น และการสัมผัส อย่างพวกน้ำมันเบ็นซินหรือดีเซล อันนี้จะได้กลิ่นชัดซึ่งคิดว่าคงจะจำกลิ่นกันได้อยู่แล้ว เจ้าน้ำมันเบ็นซินถึงจะมีคุณสมบัติระเหยตัวเร็วจะกระทั่งไมแนน้ำมันหยด แต่กลิ่นของมันจะอยู่นาน ถ้าเห็นน้ำมันหยดหรือเพียงแค่ได้กลิ่นของน้ำมันดีเซลหรือเบ็นซินในห้องเครื่อง มันก็เป็นการแสดงให้ทราบว่ามีการรั่วไหลของระบบน้ำมันเชื้อเพลิงดังนั้นจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ต้องรีบนำรถไปให้ช่างตรวจเช็คทันที มิฉะนั้นรถอาจเกิดไฟไหม้ขึ้นมาแล้วจะยุ่ง

น้ำมันพาวเวอร์

น้ำมันอีกอย่างที่มีใช้ในรถคือ น้ำมันเพาเวอร์ มีลักษณะใสกว่าน้ำมันเครื่อง แต่เหนียวข้นกว่าน้ำมันคลัทช์น้ำมันเบรคเล็กน้อย และมีกลิ่นเฉพาะตัวของมันอยู่ พวกรถที่ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ เป็นไปได้ว่าน้ำมันนี้อาจรั่วซึมมาจากชุดเพาเวอร์พวงมาลัย หรือชุดเกียร์อัตโนมัติ ลำพังชุดเกียร์อัตโนมัถ้าจอดทิ้งไว้นานพอสมควร อาจมีการหยดของน้ำมันให้เห็นกันได้บ้างนิดหน่อย อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ข้อสำคัญมันเป็นเพียงแค่การหยดไม่ใช่ไหลนองพื้น ส่วนระบบเพาเวอร์พวงมาลัยไม่สมควรมีการรั่วซึม หากพบว่ามีการรั่วซึมของเพาเวอร์พวงมาลัย ก็ต้องหาเวลาไปเจอช่างส่วนพวกรถเกียร์ธรรมดาเจอน้ำมันเพาเวอร์หยด แสดงว่ามาจากชุดพวงมาลัยเพาเวอร์แน่นอน ยกเว้นพวงมาลัยเกียร์ธรรมดาและใช้ระบบพวงมาลัยธรรมดาไม่มีเพาเวอร์หยดอยู่บนพื้นใต้ท้องรถ แบบนี้สบายใจได้เพราะต้องเป็นน้ำมันจากรถคันอื่นแน่นอน

น้ำมันเบรคและน้ำมันคลัทช์
ส่วนกรณีที่พบว่ามีน้ำมันเบรคหยดในรถหรือบนพื้น รวมทั้งน้ำมันคลัทช์สำหรับรถที่ใช้ระบบถ่ายทอดกำลังเป็นเกียร์ธรรมดา และใช้ระบบคลัทช์น้ำมันที่ไม่ได้ใช้คลัทช์สาย ทั้งน้ำมันเบรคและน้ำมันคลัทช์จะใช้เหมือนกัน โดยเฉพาะรถบางรุ่นใช้กระปุกน้ำมันใบเดียวกันด้วยซ้ำ แล้วต่อสายไปว่าจะใช้กับเบรคหรือใช้กับคลัทช์ งานนี้ก่อนอื่นควรตรวจสอบก่อนว่าใช่น้ำมันเบรคหรือเปล่า โดยการดมกลิ่นแต่ถ้าไม่รู้ว่ากลิ่นมันเป็นอย่างไร ก็เปรียบเทียบกับน้ำมันเบรคในกระปุกก็ได้ หรือให้ทดลองใช้น้ำราดลงไป ถ้าเป็นน้ำมันเบรคมันจะเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นทันที

น้ำมันเครื่อง

พวกที่เจอกันบ่อยน่าจะเป็นเรื่องการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง ซึ่งมีจุดรั่วซึมอยู่เยอะเหมือนกัน ถ้าพบว่ามีคราบน้ำมันเกาะอยู่ตามเสื้อเครื่องยนต์หรือหยดลงบริเวณพื้น ประการแรกน่าจะทำความสะอาดภายนอกเครื่องยนต์กันก่อน จะได้เห็นร่องรอยการรั่วซึมได้ง่ายขึ้น ว่ามันรั่วมาจากส่วนไหนกันแน่

ฝาครอบวาล์ว

ส่วนของฝาครอบวาล์วนื้มีจุดให้น้ำมันซึมได้หลายที่ด้วยกันต้องคอยสังเกตดูจากรอยเปรอะเปื้อนว่าอยู่ตรงไหน

-ท่อหายใจ

อันนี้จะอยู่บนฝาครอบวาล์ว แล้วทำเป็นท่อหรือสายต่อไปยังหม้อกรองอากาศ เพื่อเอาไอไปยังหม้อกรองอากาศ เพื่อเอาไปน้ำมันเครื่องส่งเข้าไปเผาไหม้อีกครั้งเป็นการลดมลภาวะ แต่คนบ้านเรามักมีความคิดริเริ่มที่แสนดี เพียงแต่ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม นิยมเอาประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง พวกรถที่มีอายุการใช้งานเยอะ เครื่องยนต์เริ่มหลวม จะเกิดไอน้ำมันเครื่องเยอะกว่าปกติ เมื่อต่อเข้าไปในไส้กรองจะทำให้ไส้กรองอุดตันเร็ว จากคราบน้ำมันเครื่องไปเกาะตามไส้กรองพวกก็เลยเล่นง่ายๆ โดยการเปลี่ยนทิศทางของท่อทางเดินหรือสายไอน้ำมันเครื่อง ถอดจากไส้กรองอากาศเอามาเป่าลงพื้นแทน ไส้กรองอากาศก็ไม่สกปรกอุดตันช้า แต่ไอน้ำมันเครื่องจะไปสร้างมลภาวะอย่างไรไม่รู้และไม่สนใจ

ถ้าพบว่ามีคราบน้ำมันเครื่องมาจากท่อหายใจ เป็นไปได้ว่าตัวยึดท่ออาจหลุดหลวมคลายตัว ท่อชำรุดเสื่อมสภาพมีรอยแตกและบางทีอาจเป็นที่ปลอกวาล์วหลวม ยางตีนวาล์วเสื่อมสภาพ หรือเครื่องหลวมมากแล้ว แบบนี้ไม่ควรทนใช้น่าจะยกเครื่องไปเลยดีกว่า เพราะจะช้าหรือเร็วก็ต้องทำอยู่ดี

-ฝาปิดช่องเติน้ำมันเครื่อง สำหรับปิดกั้นไม่ให้ไอน้ำมันเครื่องและน้ำมันเครื่องกระเซ็นออกมา เมื่อพบว่ามีคราบน้ำมันเครื่องเกาะอยู่แถวฝาปิดก็แสดงว่ามันมีปัญหาแล้ว อย่างเช่น บางครั้งช่างได้เปลี่ยนถ่ายและเติมน้ำมันเครื่อง แล้วอีตอนปิดฝาหมุนไม่แน่น หรือเวลาขับรถมีการสั่นสะเทือนฝาปิดอาจคลายตัว และอีกกรณีเกิดขึ้นจากตัวฝาปิดชำรุด โดยเฉพาะส่วนของปะเก็น ซึ่งสามารถจะซื้อหามาเปลี่ยนหรือตัดเองก็ได้ราคาไม่กี่ตังค์

-ปะเก็นฝาครอบวาล์ว
วนใหญ่มักนิยมเรียกกันสั้น ๆ แค่ “ปะเก็นฝาวาล์ว” และบางทีก็หดสั้นลงไปอีกเป็น “ปะเก็นวาล์ว” ก็มี ทั้งหมดนี้มันคือ ตัวเดียวกัน

บริเวณฝาสูบของเครื่องยนต์ อันใช้เป็นที่ติดตั้งอุปกรณ์พวกวาล์วต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีน้ำมันเครื่องมาหล่อเลี้ยงเอาไว้ป้องกันการสึกหรอ ทำความสะอาด หล่อลื่น ลดเสียงดัง และลดการสึกหรอ คราวนี้จากแรงดันของน้ำมันเครื่องที่ฉีดมาตามท่อ หรือการทำงานของวาล์วก็ดีย่อมสามารถฉีดและดีดน้ำมันเครื่องให้กระจายปลิวว่อนไปทั่วได้ เค้าจึงจำเป็นต้องมี “ฝาครอบวาล์ว” มาปิดเอาไว้ ช่วงที่เค้าปะกบเจ้าฝาครอบวาล์วปิดลงไปบนฝาสูบนี้ มันต้องมีปะเก็นรองเอาไว้ป้องกันการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง ต่อเมื่อใช้ไประยะหนึ่งตัวปะเก็นนี้อาจเกิดการแข็งตัวชำรุด หรือพวกสกรูว์ยึดฝาครอบวาล์วคลายตัวหลุดหลวม ซึ่งบางครั้งสกรูว์ก็ยังอยู่ของมันดี ๆ เพียงแต่เจ้าปะเก็นแข็งตัวหรือยุบตัวลงมาเอง ทำให้กลายเป็นว่าสกรูว์ขันไม่แน่น เมื่อพบว่ามีคราบน้ำมันเครื่องซึมมาจากแถวฝาครอบวาล์ว ให้ทดลองขันไล่สกรูว์ยึดฝาครอบวาล์วก่อน และการขันนั้นต้องว่ากันตามลำดับและแรงที่ขันที่ทางบริษัทกำหนดเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ฝาครอบวาล์วบิดเบี้ยวเสียรูปทรง แต่ถ้าไม่มีคู่มือให้พยายามขันตัวฝาตรงข้ามหรือเยื้องกัน และอย่าขันแน่นซะทีเดียว ให้ขันพออยู่ก่อนแล้วขันไล่ไปเรื่อย ๆ เพิ่มแรงทีละนิดจนกระทั่งรู้สึกตึงมือหน่อย ๆ การขันแน่นหรือแรงเกินไป มักทำให้ปะเก็นชำรุดและเกิดน้ำมันรั่วซึมได้ ไม่ใช่ว่าขันแน่นแล้วจะดีเสมอไป หลังจากขันแน่นและทดลองขับใช้งานไประยะหนึ่ง หากยังพบว่ามีการรั่วซึมของน้ำมันเครื่องอีก คราวนี้ต้องซื้อหาปะเก็นฝาครอบวาล์วมาเปลื่ยน พวกรถรุ่นเก่าที่ใช้ปะเก็น “ฝาไม้ก็อก” ก็มีราคาไม่กี่สิบบาท แต่ถ้าเป็นพวกรถรุ่นใหม่คงจะหลายร้อยเหมือนกัน และก็มีรถบางรุ่นที่ไม่ได้ใช้ปะเก็น แต่ใช้พวกน้ำยาหยอดแทนปะเก็น และพวกน้ำยาเหล่านี้หลอดนึงบางทีว่ากันเป็นพันแพงกว่าปะเก็นซะอีก

ปะเก็นฝาสูบ

ในส่วนของปะเก็นฝาสูบที่ใช้รองรับฝาสูบประกบกับเสื้อสูบ เจ้าตัวนี้แทบไม่มีปัญหาทำให้น้ำมันเครื่องรั่วไหลออกมาให้เห็นกันภายนอก ส่วนใหญ่จะซึมอยู่ภายในเข้าไปวุ่นวายกับทางเกินน้ำมั่ง หรือห้องเผาไหม้ซะมากกว่า

ใส้กรองน้ำมันเครื่อง

จุดนี้พอมีให้เห็นกันได้บ่อยพอสมควร ซึ่งจะแตกต่างจากจุดอื่นตรงที่ว่าไท่ค่อยเกิดขึ้นจากการขันตัวไส้กรองไม่แน่น ถ้าจะเป็นเรื่องมักเกิดจากการขันแน่นเกินไปซะมากกว่า ทำให้ซีลยางถูกบีบอัดจนปลิ้นเกิดชำรุดฉีกขาดหรือเกิดเป็นร่องให้น้ำมันซึมออกมาได้ นอกจากนี้ก็เป็นเพราะช่างไม่ละเอียดเท่าที่ควร เวลาใส่ไส้กรองน้ำมันเครื่องตัวซีลขยับไม่เข้าที่ และที่เจออยู่หลายครั้งเกิดขึ้นจากไส้กรองของเทียมที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ตัวซีลยางอาจจะใหญ่ไป เล็กไป หนาไป หรือบางไป ทำให้ไม่สามารถสกัดกั้นแรงดันของน้ำมันเครื่องได้ เกิดเป็นการรั่วซึมออกมาบริเวณส่วนล่างของเครื่องยนต์ ตัวสำคัญก็คือ “ข้อเหวี่ยง” ที่ลูกสูบขยับขึ้นลงแล้วส่งกำลังมาทางก้านสูบกระทุ้งให้ข้อเหวี่ยงหมุน และเราจะใช้กำลังจากข้อเหวี่ยงนี่แหละมาหมุนเกียร์ และเพลาให้รถขับเคลื่อนไป จากส่วนท้ายของข้อเหวี่ยงที่ต่อไปยังฟลายวีล ส่วนทางด้านหน้าของข้อเหวี่ยงเค้าจะติดพูลเล่ย์เข้าไปใช้เป็นกำลังในการหมุนพวกไดชาร์จและคอมเพรสเซอร์แอร์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเจ้าตัวข้อเหวี่ยงมันอยู่ในเครื่อง แต่เราต่อพ่วงเอากำลังไปใช้ หมายความว่าต้องมีชิ้นส่วนของมันทะลุเสื้อเครื่องออกมา และยังเป็นการแสดงให้ทราบว่าบริเวณที่ข้อเหวี่ยงโผล่ออกมานั้น มีโอกาสที่น้ำมันเครื่องจะไหลออกมาด้วย เค้าจึงต้องทำซีลปิดกั้นเอาไว้ ถ้าอยู่ทางด้านหน้าก็เป็น “ซีลหน้าเครื่อง” ถ้าอยู่ทางด้านท้ายเครื่อง ที่มีฟลายวีลและเกียร์ประกบอยู่ ก็นเป็น “ซีลท้ายเครื่อง” ถ้าซีลหน้าเครื่องเกิดการรั่วซึม
ขึ้นมา มักจะมีน้ำมันเครื่องหยดอยู่บนพื้นให้เห็น ตรงกับตำแหน่งซีลหน้าเครื่องหรือพูลเล่ย์เครื่องยนต์นั้นเอง และถ้ามองไปที่ตัวพูลเลย์ก็จะมีคราบน้ำมันจับเขรอะ แต่ถ้าเป็นซีลท้ายเครื่องมักจะมองไม่เห็นการรั่วซึม เพราะน้ำมันเครื่องจะรั่วเข้าไปในห้องคลัทช์หรือหัวหมูคลัทช์ ลักษณะนี้มักจะเป็นประเภทน้ำมันเครื่องขาดระดับโดยไม่ทราบสาเหตุหรือหาจุดรั่วไม่เจอ

ในกรณีที่ซีลหน้าเครื่องหรือซีลหลังเครื่องรั่ว ควรรีบเปลี่ยนซีลใหม่โดยเร็ว หรือพวกรถที่ใช้สายพานขับแค็ม เมื่อถึงกำหนดเปลี่ยนสายพาน เวลาช่างเปิดหน้าเครื่องก็ควรบอกช่างให้ตรวจเช็คซีลหน้าเครื่องด้วย ถ้าพบไอน้ำมันเครื่องจับเป็นคราบแถวข้อเหวี่ยงแสดงว่าซีลเริ่มรั่วซึมแล้วให้เปลี่ยนไปเลย มิฉะนั้นไอน้ำมันเครื่องนี้จะไปจับที่สายพานทำให้สายพานลื่นเกิดอาการกระโดดข้ามร่องได้ และเวลาที่มีการถอดเกียร์เพื่อเปลี่ยนชุดคลัทช์สำหรับรถเกียร์ธรรมดา ก็ควรให้ช่างถอดตัวแผ่นฟลายวีลดูซะหน่อยว่าซีลหลังมีการรั่วซึมหรือเปล่า ถ้ายังไงจะได้ถือโอกาสเปลี่ยนซีลใหม่ไปเลย จะได้ไม่ต้องรื้อเกียร์กันบ่อย ๆ

ปะเก็นอ่างน้ำมันเครื่อง

อ่างน้ำมันเครื่องจะอยู่ตอนล่างของเครื่อง เป็นที่อยู่ของชุดฝักบัวดูดน้ำมันเครื่องไปหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์ การประกบระหว่างอ่างน้ำมันเครื่องกับเสื้อเครื่องจะมีแผ่นปะเก็นหรือบางทีเค้าก็ใช้ปะเก็นเหลวที่เป็นหลอดบีบเอาน้ำยามาแทนปะเก็น ซึ่งมีลักษณะเดียวกับฝาครอบวาล์ว คือเมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็มีโอกาสรั่วซึมได้ต้องขันสกรูว์ไล่หรือเปลี่ยนปะเก็นพวกรถรุ่นใหม่ต้องระวังให้ดี การขันสกรูว์ต้องใช้ค่าตามที่กำหนด เบามือไปก็รั่ว ใช้แรงมาไปปะเก็นชำรุดก็เกิดการรั่วได้อีก

สกรูว์ถ่ายน้ำมันเครื่อง

จุดนี้จะพบว่าน้ำมันรั่วซึมบ่อย แต่ไม่ค่อยมีอันตรายเท่าไหร่เพราะมักจะรั่วซึมเพียงเล็กน้อย แต่ก็น่ารำคาญเหมือนกัน สาเหตุที่สกรูว์ถ่ายน้ำมันเกิดการรั่วซึมนั้น มักเกิดขึ้นจากเวลาถอดสกรูว์เพื่อถ่ายน้ำมันแล้วไม่มีการเปลี่ยนแหวนรองสกรุว์ด้วยเมื่อช่างเห็นว่ามีน้ำมันหยดก็จะขันอัดให้แน่นขึ้น ดีไม่ดีอาจจะทำให้เกลียวหวาน หรือแน่นจนคลายสกรูว์ไม่ออก ก็ต้องเดือดร้อนยุ่งยากถอดอ่างน้ำมันเครื่องออกมาทำเกลียวใหม่ หรือใช้ไฟเป่าให้ขยายตัวเพื่อคลายสกรูว์ออกมา

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

ประกันภัยคาดน้ำท่วมภาคตะวันออกรถยนต์เสียหายร่วม 1,000 คัน แต่ความเสียหายรวมยังไม่หนัก

ประกันภัยคาดน้ำท่วมภาคตะวันออกรถยนต์เสียหายร่วม 1,000 คัน แต่ความเสียหายรวมยังไม่หนัก
ประกันภัยคาดน้ำท่วมภาคตะวันออกรถยนต์เสียหายร่วม 1,000 คัน แต่ความเสียหายรวมยังไม่หนัก

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยไทยเปิดเผยว่า คาดว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคตะวันออกในพัทยา 
จ.ชลบุรีและระยองจะทำให้รถยนต์ที่มีประกันภัยได้รับความเสียหายประมาณ1,000คัน
แต่ทรัพย์สินโดยรวมเสียหายไม่มากนัก

นายอานนท์ วังวสุผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพประกันภัย
คาดว่ารถที่ทำประกันภัยกับบริษัทจะได้รับความเสียหายประมาณ 40 คัน
หากรวมความเสียหายทรัพย์สินอื่นๆ ด้วยน่าจะเสียหายประมาณ 15-20 ล้านบาท
ถือว่าไม่มาก เพราะลูกค้ารายใหญ่ เช่น โรงแรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำประกันภัยน้ำท่วมจะอยู่บริเวณชายหาด
จึงไม่ได้รับความเสียหายหนัก อาจจะมีบ้างที่น้ำท่วมแต่ถือว่าเล็กน้อย
นายเชวง รักษายศ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค3(ภาคตะวันออก)บริษัทวิริยะประกันภัยกล่าวว่า
ขณะนี้มีรถที่ทำประกันภัยกับบริษัทได้รับความเสียหายแล้ว374คันเป็นสินไหมทดแทนประมาณ15ล้านบาท
โดยเขตพัทยาได้รับความเสียหายมากที่สุด267คัน จ.ชลบุรี22คัน ศรีราชา23คัน บ่อวิน4คัน และที่ระยอง
เสียหายรวม54คัน จันทบุรี เสียหาย2คัน และฉะเชิงเทรา1คัน

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดกับตัวรถไม่รุนแรงนัก เพราะเป็นรถที่จอดแล้วเคลื่อนย้ายไม่ทัน
ทำให้น้ำไม่เข้าไปในตัวเครื่อง สามารถทำความสะอาดได้ ซึ่งความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากพรมเปียกและระดับเปียกถึงเบาะ
รวมถึงเครื่องยนต์เสียหาย ส่วนเสียหายทั้งคันไม่มาก คาดว่าความ เสียหายที่เป็นตัวเงินอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากบริษัท ทิพยประกันภัย คาดว่าจะมีรถของลูกค้าเสียหายประมาณ110คัน หรือเป็นค่าสินไหมที่ต้องชดใช้ประมาณ
5.5ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่ทำประกันเสียหายไม่มาก เช่น ธนาคารออมสิน ที่ชลบุรี น้ำไหลเข้าท่วมชั้นล่าง
แต่สามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำได้

ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัทแอกซ่าประกันภัยเปิดเผยว่ามีลูกค้าประกันของบริษัทแจ้งเคลมเข้ามาแล้ว20คัน
ซึ่งอาจจะมีอีกแต่คิดว่าคงไม่มาก

ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม ทางบริษัทวิริยะประกันภัย ได้สั่งการให้พนักงานในพื้นที่ทำงานตลอด24ชั่วโมง
เพื่อเข้ามากู้รถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ทำประกันภัยรถยนต์ไว้กับบริษัทในทุกประเภท
ในขณะที่บริษัทธนชาตประกันภัยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำตลอด24ชั่วโมง
พร้อมผนึกกำลังอู่ในเครือและศูนย์บริการดูแลรถยนต์ลูกค้าหลังน้ำลดอย่างต่อเนื่อง

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

คนภูเก็ตทนสภาพถนน ไม่ไหว ตั้งกระทู้ถาม การสร้างถนน อุโมงค์ 7 ชั่วโคตรก็ไม่เสร็จสักที #pantip

คนภูเก็ตทนสภาพถนน ไม่ไหว ตั้งกระทู้ถาม การสร้างถนน อุโมงค์ 7 ชั่วโคตรก็ไม่เสร็จสักที #pantip
คนภูเก็ตทนสภาพถนน ไม่ไหว ตั้งกระทู้ถาม การสร้างถนน อุโมงค์ 7 ชั่วโคตรก็ไม่เสร็จสักที #pantip
คนภูเก็ตทนสภาพถนน ไม่ไหว ตั้งกระทู้ถาม การสร้างถนน อุโมงค์ 7 ชั่วโคตรก็ไม่เสร็จสักที จขกท. ล็อคดิน ชื่อ นายเบนซ์อภินันท์ 
ได้ตั้งกระทู้ถามถึงผู้รับผิดชอบ ด้วยจขกท. เจอสภาพถนนตั้งแต่ ยังเด็กๆ จนล่าสุด จขกท.โตทำงานแล้ว การก่อสร้างถนน ก็ยังไม่เสร็จสิ้นเสียที่
ASN Broker (ประกันภัยรถยนต์) จึงอยากนำมาแชร์เพิ่มเติม ด้วยเราเองทุกคนต่างก็ใช้ถนนเหมือนๆกัน 

มีหลายต่อหลายท่านบ่นถึงโครงการก่อสร้างอุโมงค์ที่สี่แยกสามกอง ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ทางแยกที่จะสร้างอุโมงค์ในตัวเมืองภูเก็ตในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ โดยประกอบไปด้วย อุโมงค์ดาราสมุทร อุโมงค์สามกอง อุโมงค์บางคู และอุโมงค์ห้าแยกฉลอง ซึ่งเสร็จไปแล้ว 1 จุดคืออุโมงค์ดาราสมุทร สร้างโดย บมจ.อิตาเลียนไทยดีเวลอปเม้นท์ (อิตัลไทย)


ส่วนอุโมงค์บางคูอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโดยอิตัลไทย และอุโมงค์ห้าแยกฉลองยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง (รอก่อสร้างจริงปลายปีนี้ แต่จะเป็นบริษัทไหนผมไม่รู้นะ)

ส่วนอุโมงค์สามกองนั้น เป็นอุโมงค์ที่ขอเรียกว่า "7 ชั่วโคตร" ละกันครับ เพราะสร้างมาช่วงสมัยที่ผมเรียนอยู่บางแสน พอกลับมาภูเก็ตอีกทีปรากฏว่ามีการสร้างอุโมงค์ที่สี่แยกนี้กันแล้ว สร้างโดยบริษัท วิวัฒน์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นบริษัทโนเนมมากกกกกกกกกกก (ผมจะรู้จักบริษัทนี้เรอะ! ถ้าเป็นอิตัลไทยก็ว่าไปอย่าง เหอะๆ) เลยมีหลายต่อหลายคนดูถูกดูแคลนว่าสร้างยังไงก็ไม่เสร็จเหมือนอุโมงค์ที่สี่แยกมไหสวรรค์ หรือบางคนเรียกกันว่า "มไหนรก" (ผมก็เรียกชื่อนี้นะ)


จนถึงทุกวันนี้ ก็จะครบกำหนดส่งมอบ 9 ตุลาคม (จากเดิมครบกำหนด 9 กรกฎาคม แต่พอดีไม่ทัน เลยขอเลื่อนอีก 90 วัน) งานของบริษัทนี้ก็ไปไม่ถึงไหนเลย!

สังเกตว่าหน้าโรงพยาบาลสิริโรจน์ เมื่อช่วงเกิดอุบัติเหตุนั้นไม่ได้มีที่กั้นเลย แต่พอเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ก็เอาแท่งแบริเออร์มากั้นเอาภายหลัง วัวหายล้อมคอกชัดๆ


มองไปภายในหลุมนั้น ดูลึกพอสมควร ช่วงที่เกิดอุบัติเหตุรถตกท่อระบายน้ำเลยออกอาการบาดเจ็บ สาหัสบ้างไม่สาหัสบ้าง โชคดีนะที่เกิดหน้าโรงพยาบาล ถ้าไปเกิดเหตุที่ไม่ได้อยู่ใกล้โรงพยาบาลแล้ว คนที่ประสบเหตุอาจเสียชีวิตได้

ถัดไปหน้า Index Living Mall มีแต่เชือกกั้นเท่านั้น ไม่มีป้ายส่องสว่าง หรือป้ายสะท้อนแสงเพื่อบอกจุดอันตรายในเวลากลางคืนแม้แต่จุดเดียว!



ลองดูอีกฝั่งละกันครับ

สังเกตว่ามีเศษอาหารและผลไม้เกลื่อน ตรงนั้นคือแหล่งที่พวกหมูป่าจำพวกหนึ่งชอบมาป้วนเปี้ยนบนถนน ช่วงที่ยังไม่มีการก่อสร้างก็สกปรก และเป็นอันตรายอยู่แล้ว ยิ่งมีการก่อสร้าง ยิ่งสกปรก ยิ่งอันตรายเข้าไปอีก!




อีกฝั่งหนึ่งก็ยังทำท่อระบายน้ำไม่เสร็จสักที ไม่ทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอันเลยนะ --น่าอนาถใจนัก!

ส่วนพื้นถนนเหรอครับ? ขรุขระแบบชนิดที่.......... เดาเอาเองละกัน! (ดูที่วงกลมสีแดงนะครับ)










เอาให้ชัดๆ ครับ!






ส่วนรอยยางมะตอยในวงกลมสีส้ม อันนี้คือคนใช้ถนนซื้อเอามาถมเอง บริษัทวิวัฒน์ก่อสร้างไม่ได้ซื้อมาซ่อมแซมสักบาทเดียวเลย!!



ส่วนผลงานที่ได้เหรอ? ตามที่เห็นนี่แหละครับ --สี่แยกยังไม่เปิดให้รถเลี้ยวขวาได้เลยนะ







ซึ่งหลายต่อหลายคนได้ร้องเรียนไปถึงช่อง 3 หรือกรมทางหลวง ซึ่งกรมทางหลวงก็ได้ให้คำตอบ และไม่ได้นิ่งนอนใจอะไร แต่สำหรับบริษัทวิวัฒน์ก่อสร้างนั้น ถือว่าทำงานได้สะเพร่ามาก ทำงานช้า และไม่เคยแยแสกับคนใช้รถใช้ถนนเลย เอาแต่ทำแบบผ่านๆ ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง เช้ายามเย็นชาม
มีการประท้วงถึงอุโมงค์แห่งนี้มาแล้ว 1 ครั้ง แต่ก็เงียบหายไป คาดว่าวันที่ 27 กันยายนนี้ จะมีการรวมตัวกันประท้วงอีกครั้งหนึ่ง เพื่อขอความเป็นธรรมจากผู้รับผิดชอบทั้ง แขวงทางหลวงภูเก็ต สำนักสร้างสะพาน หรือแม้แต่บริษัทวิวัฒน์ก่อสร้างเอง
มีหลายคนที่ประสบอุบัติเหตุเพราะโครงการก่อสร้างมาหลายรายด้วยกัน รายล่าสุดเป็นทนายความที่ขับรถแล้วมาตกท่อระบายน้ำที่หน้าโรงพยาบาลสิริโรจน์ ซึ่งสัปดาห์หน้าจะมีการรวมตัวฟ้องศาลต่อบริษัทแห่งนี้แล้ว

นี่แหละหนอ... คืออุโมงค์ 7 ชั่วโคตรแห่งความอัปยศ

"อุโมงค์สามกอง"

นายเบนซ์อภินันท์-Benz_Abhinan Twitter: @benz_abhinan - Facebook: Benz Abhinan

ที่มา http://pantip.com/topic/34201607