แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วันที่10, 11 และ 16 ธ.ค. มีปิดถนนใดบ้าง สรุปเพื่อทราบครับ #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล

วันที่ 7, 10, 11 และ 16 ธ.ค. มีปิดถนนใดบ้าง สรุปเพื่อทราบครับ #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล
วันที่  10, 11 และ 16 ธ.ค. มีปิดถนนใดบ้าง สรุปเพื่อทราบครับ #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล

ASN Broker ขออัพเดท กิจกรรมพิเศษ ในช่วงวันที่  10, 11 และ 16 ธ.ค. มีปิดถนนใดบ้าง สรุปเพื่อทราบครับ 
วันที่ 10 ธันวาคม 2558 ปิดถนน ซ้อมเคลื่อนพระศพสังฆราช
- ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่ แยกป้อมมหากาฬถึงแยกผ่านฟ้า
- ถนนหลานหลวง ตั้งแต่ แยกผ่านฟ้า ถึง แยกสะพานขาว
- ถนนกรุงเกษม ตั้งแต่ แยกสะพานขาว ถึง แยกนพวงศ์
- ถนนหลวงตั้งแต่ แยกนพวงศ์ ถึง แยกพลับพลาไชย
-----------------------------------------------------
วันที่ 11 ธันวาคม 2558 Bike for dad “วันจริง”! ปิดถนน
1 พระลานพระราชวังดุสิต
2 แยกราชประสงค์
3 จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย
4 สวนลุมพินี
5 วงเวียนโอเดียน
6 เยาวราช
7 วงเวียนใหญ่
8 กองบัญชาการกองทัพเรือ
9 โรงพยาบาลศิริราช
10 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
----------------------------------------------
วันที่ 16 ธันวาคม 2558 “พิธีจริง” เคลื่อนพระศพพระสังฆราช
- ถนนพระสุเมรุตั้งแต่แยกบางลำพูถึงแยกสิบสามห้าง
- ถนนสิบสามห้างตลอดสาย
- ถนนบวรนิเวศน์ ตลอดสาย
- ถนนบ้านพานถมตลอดสาย
- ถนนดินสอตั้งแต่อนุเสาวรีย์ชัยปรชาธิปไตยถึง ถนนพระสุเมรุ
- ถนนพระสุเมรุตั้งแต่ถนนสิบสามห้าง ถึง แยกป้อมมหากาฬ
- ถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่แยกป้อมมหากาฬถึงแยกผ่านฟ้า
- ถนนหลานหลวงตั้งแต่แยกผ่านฟ้าถึงแยกสะพานขาว
- ถนนกรุงเกษมตั้งแต่แยกสะพานขาวถึงแยกนพวงศ์
- ถนนหลวงตั้งแต่แยกนพวงศ์ถึงแยกพลับพลาไชย
- ถนนประชาธิปไตยตั้งแต่แยกวิสุทธิ์กษัตริย์ถึง สะพานเฉลิมวันชาติ
- ถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงแยกผ่านฟ้า
- ถนนมหาไชยตั้งแต่แยกสำราญราษฎ์ถึงแยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
- ถนนราชดำเนินนอกตั้งแต่แยกจปร.ถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
- ถนนจักรพรรดิพงษ์ตั้งแต่แยกจักรพรรดิพงษ์ถึงจุดตัดถนนพระราม4
- ถนนนครสวรรค์ตั้งแต่แยกจักรพรรดิพงษ์ถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
- ถนนพะเนียงตลอดสาย
- ถนนกรุงเกษมตั้งแต่แยกเทวกรรมถึงแยกสะพานขาว
- ถนนหลานหลวงตั้งแต่แยกยมราชถึงสะพานขาว
- ถนนอนันตนาคตลอดสาย
- ถนนพญามหาอำมาตย์ตลอดสาย
- ถนนบำรุงเมืองตั้งแต่แยกแม้นศรีถึงแยกกษัตริย์ศึก
- ถนนพระราม1ตั้งแต่แยกกษัตริย์ศึกถึงแยกพงษ์พระราม
- ถนนยศเสตลอดสาย 25.ถนนพลับพลาไชยตั้งแต่จุดจัดตัดถนนมังกรถึง- ถนนกรุงเกษม
- ถนนพลับพลาไชยตั้งแต่จุดตัดถนนมังกรถึงถนนบำรุงเมือง(แยกอนามัย)
- ถนนหลวง ตั้งแต่แยกวรจักรถึงแยกนพวงศ์
- ถนนกรุงเกษมตั้งแต่แยกหัวลำโพง ถึงแยกนพวงศ์
- ถนนมิตรพันธ์ตั้งแต่จุดตัดถนนมังกร ถึงถนนหลวง

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ขนส่งลงโทษหนัก!!! พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับรถสาธารณะกระทำความผิดซ้ำซาก #เรื่องเล่าเช้านี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล

ขนส่งลงโทษหนัก!!! พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับรถสาธารณะกระทำความผิดซ้ำซาก #เรื่องเล่าเช้านี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล
ขนส่งลงโทษหนัก!!! พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับรถสาธารณะกระทำความผิดซ้ำซาก #เรื่องเล่าเช้านี้ #เช้าข่าวชัดโซเชียล

กรมการขนส่งทางบก ลงโทษหนัก!!! พักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของผู้ขับรถสาธารณะ กระทำความผิดซ้้าซาก 
เพียงเดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 (เดือนตุลาคม 2558) พักใช้ ใบอนุญาตรถแท็กซี่ผิดซ้้าซากแล้ว 10 ราย พร้อมเผย!!!
ตั้งแต่เริ่มบังคับใช้มาตรการ พักใช้ ใบอนุญาตแล้ว 239 ราย เพิกถอน 2 ราย หากประชาชนพบเห็นการกระท้าความผิดหรือพบ
รถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัยร้องเรียน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง นายสนิท พรหมวงษ์อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

เปิดเผยถึงผลดำเนินการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ผู้ขับรถโดยสารสาธารณะที่กระท าความผิดซ้ า
ในเดือนแรกของปีงบประมาณ 2559 (เดือน ตุลาคม 2558) ตรวจพบผู้ขับรถโดยสารสาธารณะกระท้าความผิดซ้้า
และสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถแล้ว จ้านวน 10 ราย เป็นรถแท็กซี่ทั้งหมด ประกอบด้วย ความผิดฐานปฏิเสธการรับจ้างผู้โดยสารจำนวน 6 ราย
ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลง กันไว้จำนวน 2 ราย ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร จำนวน 1 ราย และแสดงกิริยา

ไม่สมควรอีกจำนวน 1 ราย นอกจากนี้ นับตั้งแต่เริ่มใช้ มาตรการลงโทษพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตผู้กระท้าผิดซ้้าซาก
(1 เมษายน 2557 – 31 ตุลาคม 2558) กรมการขนส่ง ทางบกได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตผู้ขับรถแท็กซี่ที่มีพฤติกรรม
ลามกอนาจารแล้วจ้านวน 2 ราย และสั่งพักใช้ใบอนุญาตจ้านวน ทั้งสิ้น 239 ราย เป็นรถตู้กระท้าผิดฐานใช้รถ
ไม่ตรงตามประเภทจ้านวน 19 ราย นอกนั้นเป็นรถแท็กซี่จ้านวน 220 ราย ประกอบด้วย ความผิดฐานปฏิเสธการรับจ้างผู้โดยสาร
จำนวน 166 ราย รองลงมา ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร จ านวน 28 ราย ไม่ส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลงกันไว้จ านวน 16 ราย

เก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่ทางราชการก าหนด จ านวน 4 ราย กระท า การอันควรขายหน้า จ านวน 4 ราย
แสดงกิริยาไม่สมควร จ านวน 2 ราย โดยกรมการขนส่งทางบกได้จัดเก็บประวัติการกระท า ความผิดของผู้ขับรถ
โดยสารสาธารณะทุกรายไว้ที่ศูนย์ประวัติผู้ขับรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ
ตรวจสอบและติดตามการแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมการให้บริการ และยังได้ส่งตัวผู้กระท าผิดเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับกฎหมาย
ระเบียบต่างๆ ของทางราชการ รวมถึงการสร้างจิตส านึกการให้บริการที่ดี เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทาง

ที่ดีอย่างยั่งยืน นายสนิท กล่าวเพิ่มเติมว่า การบังคับใช้มาตรการลงโทษพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถของผู้กระทำผิดซ้ำซากอย่าง
จริงจัง เป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมพฤติกรรมการให้บริการของผู้ขับรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ซึ่งจะท าให้ประชาชนได้รับ
บริการสาธารณะที่มีความสะดวกและมีความปลอดภัยในการเดินทาง โดยได้แบ่งฐานความผิดออกเป็น 2 กลุ่ม ความผิดทั่วไป
เช่น ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร แสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ และไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ได้ตกลงกันไว้
หากพบการ กระท าความผิดครั้งแรก ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และส่งตัวเข้ารับการอบรมสร้างจิตสำนึกการให้บริการ
ที่ดีความผิดซ้ำครั้งที่ 2 ปรับสูงสุด 1,000 บาท พักใช้ใบอนุญาตขับรถ 1-3 เดือน และความผิดซ้ำครั้งที่ 3 ปรับสูงสุด

และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ นาน 6 เดือน ทั้งนี้ หากกระท้าผิดซ้้าภายในระยะเวลา 1 เดือนนับจากกระท้าความผิดครั้งแรก
พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาต ขับรถทันที และส้าหรับกลุ่มความผิดร้ายแรงหรือส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย
เช่น การขู่กรรโชก การใช้สารเสพติด หรือ มีพฤติกรรมลามกอนาจาร มีสิทธิ์ถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที
เพื่อรักษาระเบียบและสร้างมาตรฐานการ ให้บริการด้วยรถโดยสารสาธารณะให้มีคุณภาพต่อไป อธิบดีกรมการขนส่งทางบก 
กล่าวในที่สุด

ASN Broker (ประกันภัยรถยนต์) หวังว่ามาตรการนี้ จะช่วย ยกระดับ การขนส่งขั้นพื้นฐานของไทย ให้ดียิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสารประจำทาง รถแท๊กซี่ หรือระบบขนส่งในรูปแบบอื่นๆครับ

ทีมา กรม ขนส่งทางบก http://goo.gl/VMK1PB

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง #ลอยกระทง #LoyKrathong


เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง  #ลอยกระทง #LoyKrathong
เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง #ลอยกระทง #LoyKrathong

  วันนี้ (24 พ.ย.58)เตือนภัย 53 ท่าเทียบเรือ-โป๊ะ ไม่พร้อมใช้งานลอยกระทง กทม.จัดใหญ่ พระราม 8-เอเชียทีค
             ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.ห่วงความปลอดภัยในเทศกาลวันลอยกระทงปีนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พ.ย. โดยที่ผ่านมาได้ตรวจสอบท่าเรือและโป๊ะในกรุงเทพฯ 436 แห่ง พบว่าสามารถซ่อมแซมให้ปลอดภัยมีเพียง 383 แห่ง นอกจากนี้ กทม.จะจัดเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ต่ำกว่า 50 ลำ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่
            ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือหรือโป๊ะที่ไม่พร้อมใช้งานมีอยู่ 53 ท่า ที่ต้องปรับปรุงซ่อมแซม เช่น ท่าวังหลัง ศิริราช และพรานนก ท่าเรือเกียกกาย ท่าเทียบเรือพระอาทิตย์ ท่าเรือพระโขนง ซึ่ง กทม.ได้ดำเนินการติดป้ายห้ามใช้งานไปแล้ว
             นางเบญทราย กียปัจจ์ รองโฆษก กทม. กล่าวว่า กทม.จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยใน 203 จุด ที่ กทม.เปิดให้ลอยกระทง แบ่งเป็น สวนสาธารณะ 29 จุด และพื้นที่เอกชน 174 จุด สำหรับจุดจัดงาน อาทิ ริมคลองผดุงกรุงเกษม ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี และเอเชียทีค
             สำหรับจุดใหญ่อยู่ที่บริเวณสะพานพระราม 8 เริ่มเวลา 17.00-24.00 น. มีกิจกรรม อาทิ ตลาดย้อนยุค การประกวดกระทง การสาธิตประดิษฐ์งานใบตอง และประดิษฐ์กระทงแจกฟรี กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และการแสดงดนตรีของศิลปินชื่อดัง
             พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล กล่าวว่า ในเขตกรุงเทพฯ มีสถานที่จัดงานลอยกระทง 89 จุด ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก เช่น เอเชียทีค ท่าน้ำสรรพาวุธ ใต้สะพานพระปกเกล้า ใต้สะพานพุทธ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงบริเวณสะพานพระราม 8
             พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทย 1.93 ล้านคน และชาวต่างชาติ 7 หมื่นคน ร่วมงานลอยกระทง โดยจะสร้างรายได้กว่า 3,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีที่ผ่านมา ถือว่ามีความคึกคักที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากบรรยากาศการรักษาความสงบของ คสช.

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ลดหย่อนภาษี 2558 กับ 16 ตัวช่วยประหยัดภาษีฉบับมนุษย์เงินเดือนต้องรู้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล #เรื่องเล่าเช้านี้

ลดหย่อนภาษี 2558  กับ 16 ตัวช่วยประหยัดภาษีฉบับมนุษย์เงินเดือนต้องรู้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล #เรื่องเล่าเช้านี้
ลดหย่อนภาษี 2558 กับ 16 ตัวช่วยประหยัดภาษีฉบับมนุษย์เงินเดือนต้องรู้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล #เรื่องเล่าเช้านี้

ขอบคุณที่มา http://www.ecepost.com/viewtopic.php?id=701465024
         ลดหย่อนภาษี 2558 นี้ มีวิธีดี ๆ และหลักเกณฑ์ไหนบ้าง ที่จะช่วยให้เราจ่ายภาษีได้น้อยลง ใครที่ต้องเสียภาษีคราวละมาก ๆ ทุกปี ไม่รู้ไม่ได้แล้ว !

          ใกล้สิ้นปีแบบนี้  ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี คงถึงช่วงเวลาที่ต้องเตรียมตัวยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันแล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคิดถึงต่อมาคือ การขอลดหย่อนภาษี เพื่อลดภาระการจ่ายภาษีให้กับตัวเอง ซึ่งมีอยู่หลากหลายวิธี เอาล่ะ ลองไปดูกันว่าสำหรับในปีภาษี 2558 นี้ มีหนทางไหนที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ได้บ้าง

1. ลดหย่อนส่วนบุคคล

          ใช้ลดหย่อนภาษีได้ทันที 30,000 บาท
 
2. ลดหย่อนจากคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้

          ใช้ลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท สำหรับสามี-ภรรยาที่จดทะเบียนสมรส โดยคู่สมรสต้องไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้เเต่เลือกนำมาคำนวณภาษีพร้อมกัน


 
3. ลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบุตร และการศึกษาบุตร

          ค่าลดหย่อนจากการเลี้ยงดูบุตร นับจากบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นได้ทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรตามกฎหมาย โดยหักลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท แต่ไม่เกิน 3 คน (มากสุด 45,000 บาท) โดยบุตรจะต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรือถ้าเกิน 20 ปี (21-25 ปี) จะต้องศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ขึ้นไปเท่านั้น และหากบุตรศึกษาต่อในประเทศ  (ตั้งแต่อนุบาล-ปริญญาเอก) ก็จะได้ลดหย่อนเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท 

          ทั้งนี้บุตรที่จะนำมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีนั้น จะต้องไม่มีรายได้ในภาษีเกิน 15,000 บาทขึ้นไป หรือรายได้ที่มีนั้นได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย เช่น บุตรที่อายุไม่เกิน 20 ปีและรับเงินปันผล ซึ่งเงินปันผลนั้นจะถือว่าเป็นเงินของผู้ปกครอง และไม่ถือว่าบุตรมีรายได้


 
4. ลดหย่อนจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืม

          ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยเป็นดอกเบี้ยจากเงินกู้การเช่าซื้อบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัย โดยมีเงื่อนไขคือ

           ต้องเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินภายในประเทศ เช่น ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐต่าง ๆ โดยทรัพย์สินที่กู้ ต้องใช้มาเป็นหลักในการคำประกันการกู้ (จำนอง) ด้วย

           ต้องเป็นการกู้เพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่ บนที่ดินของตัวเองหรือกู้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม

           หากมีการกู้สำหรับที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 แห่ง สามารถใช้ลดหย่อนรวมกันได้ทุกแห่ง แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

           กรณีกู้ร่วมกันหลายคน ก็ให้แบ่งดอกเบี้ยคนละเท่า ๆ กัน แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนเช่นกัน
 



5. ลดหย่อนจากค่าเลี้ยงดูบิดามารดา

          ลดหย่อนจากบิดามารดา (ตัวเอง) และบิดามารดาคู่สมรส ได้คนละ 30,000 บาท มากสุดไม่เกิน 120,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ในปีภาษีนั้นไม่เกิน 30,000 บาท ทั้งนี้ต้องให้บิดามารดาออกหนังสือรับรองการเลี้ยงดู ให้กับบุตรที่จะขอลดหย่อนภาษีด้วย เพราะลูกที่จะรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี จะสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

           ดาวน์โหลดหนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา


6. ลดหย่อนจากประกันชีวิต

          สำหรับการขอลดหย่อนด้วยการซื้อประกันชีวิตนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ

 ประกันชีวิตแบบทั่วไป

          ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000  บาท โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งเเต่ 10 ปี ขึ้นไป และมีผลตอบแทนคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสม ส่วนเบี้ยประกันเพิ่มเติมจำพวกประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุ จะไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ ส่วนผู้ที่คู่สมรสมีประกันชีวิตอยู่หรือซื้อประกันชีวิตให้คู่สมรสไว้ และคู่สมรสไม่มีรายได้ แต่ยังจ่ายเบี้ยประกันอยู่ สามารถหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 10,000 บาท เพราะเมื่อไม่มีรายได้ จึงไม่จำเป็นต้องหักลดหย่อนภาษีนั่นเอง (ส่วนที่เหลืออีก 90,000 บาทเป็นการยกเว้นจากรายได้)

 ประกันชีวิตแบบบำนาญ 

          ลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นประกันที่มีระยะเวลาเอาประกัน 10 ปีขึ้นไป และจ่ายผลตอบแทนให้ผู้เอาประกันตั้งแต่อายุ 55 ปีต่อเนื่องไปจนถึง 85 ปี และที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท


7. ลดหย่อนจาก กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ Long term equity fund (LTF)

          LTF เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระยะยาว โดยเน้นลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ซื้อหน่วยลงทุน LTF จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นผลตอบแทนด้วยคือ สามารถซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ก็ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย ทั้งนี้ กองทุน LTF ที่ซื้อไว้ต้องไม่ต่ำกว่า 5 ปี (นับตามปี พ.ศ. เช่น ซื้อ LTF ปี 2558 จะต้องถือไว้จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นอย่างน้อย) และไม่สามารถโอนหรือจำนำไปเพื่อเป็นหลักประกันได้

          ตัวอย่างการลดหย่อนภาษีจาก LTF เช่น ผู้มีรายได้สุทธิ 3 ล้านบาทต่อปี จะต้องเสียภาษีในอัตรา 30% ตามกฎหมาย คือ 9 แสนบาท แต่เมื่อซื้อกองทุน LTF 15% ของรายได้เเล้ว จะสามารถซื้อกองทุน LTF ได้วงเงินสูงสุด 450,000 บาท จึงนำรายได้สุทธิ 3 ล้านนั้น หักลดหย่อนจากกองทุนออก 450,000 เท่ากับ 2,550,000 บาท ก็จะได้เงินสุทธิที่เหลือจริง แล้วจึงนำไปคำนวณการจ่ายภาษีที่ 2,550,000 X 30% = 765,000 บาท ซึ่งจะลดลงจากเดิมที่ต้องจ่ายภาษี 9 แสนบาท

8. ลดหย่อนจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund หรือ RMF)

          RMF เป็นกองทุนรวมที่จัดขึ้นเพื่อการออมและการลงทุนในระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมหลังเกษียณ โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการลดหย่อนภาษีคือ หักลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท แต่ถ้ามีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว เมื่อนำมารวมกับเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนใน RMF แล้วก็หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาทเช่นกัน

          สามารถคิดตามสูตรได้คือ  RMF + กบข. + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + กองทุนครูโรงเรียนเอกชน + ประกันชีวิตแบบบำนาญ  รวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 500,000 บาท

9. ลดหย่อนจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

          กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกองทุนเงินออมของสมาชิก ซึ่งกำหนดให้สมาชิกของ กบข.  ต้องจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน กบข. 3% ในแต่ละเดือน โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้อีก 3% ด้วยเช่นกัน โดยสมาชิกที่จ่ายเงินสบทบเข้า กบข. นี้จะได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000  บาท


10. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

          สมาชิกที่จ่ายเงินสบทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้ และไม่เกิน 490,000 บาท จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้เมื่อรวมกับ RMF, กบข., กองทุนครูโรงเรียนเอกชน, ประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

11. ลดหย่อนจากกองทุนการออมแห่งชาติ

          ถือเป็นปีแรกที่ผู้ที่เป็นสมาชิกและจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. จะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถหักลดหย่อนภาษีจากเงินสะสมเข้า กอช. ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับเงินสะสมในลักษณะเดียวกันแล้ว ต้องไม่เกินกว่าจำนวนตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

12. ลดหย่อนจากการจ่ายประกันสังคม

          เงินสมทบกองทุนประกันสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่บุคคลที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 9,000 บาท อันมาจากการคำนวณรายได้สูงสุดที่เดือนละ 15,000 บาท

13. ลดหย่อนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์

          เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่เกิดขึ้นเป็นปีแรก  ด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ซื้อบ้านให้กับประชาชน สามารถซื้อบ้านกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป โดยผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาไม่เกิน 3,000,000 บาท สามารถนำ 20% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ ไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งสิทธิ์การลดหย่อนส่วนนี้ จะแยกกับการลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านอีกด้วย

          อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้จาก เปิด 3 มาตรการล่อใจคนซื้อบ้าน ลดค่าโอน - จำนอง เคลมภาษีได้
 

14. ลดหย่อนจากค่าเลี้ยงดูคนพิการ หรือคนทุพพลภาพ

          สามารถใช้ลดหย่อนได้สูงสุด 60,000 บาท หากเป็นผู้ที่ดูแลคนพิการตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

           ดาวน์โหลดหนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ 
   
           ดาวน์โหลดหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ
 
15. ลดหย่อนจากเงินบริจาค

         การบริจาคให้กับการกุศลต่าง ๆ สามารถลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่เหลือหลังหักลดหย่อนและยกเว้นกรณีอื่น ๆ ทั้งหมดแล้ว โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น ไม่สามารถนำการบริจาคที่เป็นสิ่งของมาหักลดหย่อนได้ และหากต้องการลดหย่อนแบบคูณ 2 จะต้องเป็นการบริจาคเงินให้กับโรงเรียนรัฐ และโรงเรียนเอกชนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ หรือสมาคมกีฬาที่ได้รับการอนุญาติจากการกีฬาแห่งประเทศไทยแล้วเท่านั้น เช่น บริจาคให้โรงเรียนหรือสมาคมกีฬา 15,000 บาท ก็จะสามารถหักลดหย่อนได้เป็น 30,000 บาท (15,000 x 2 = 30,000)

         ทั้งนี้ การบริจาคที่จะนำมาใช้ลดหย่อนจะต้องมีใบเสร็จรับเงินบริจาค หรือใบอนุโมทนาบัตรที่ระบุชื่อผู้บริจาคชัดเจนตรงกับชื่อ-นามสกุลของผู้เสียภาษี เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐาน และหากมีการบริจาคร่วมกันหลายคน ให้เฉลี่ยเงินบริจาคออกเป็นเท่า ๆ กันตามสัดส่วน

           รายชื่อสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ให้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนเงินบริจาค

           รายชื่อหน่วยงานกีฬาที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาค

           รายชื่อมูลนิธิสมาคม สถานสาธารณกุศล วัดวาอาราม ที่ใช้สิทธิ์ขอหักลดหย่อนเงินบริจาค

           รายชื่อสถานสงเคราะห์ สถานพักฟื้นบำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา คนพิการ ที่สามารถลดหย่อนเงินบริจาคได้
 


16. ลดหย่อนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ

          ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท จากทั้ง 2 เงื่อนไขรวมกันคือ

           ค่าบริการนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ (ค่าแพ็กเกจทัวร์)  อันเกิดจากการใช้บริการบริษัททัวร์ หรือบริษัทนำเที่ยว ที่จดทะเบียนกับสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

         ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้ที่กรมสรรพากร

           ค่าบริการที่พัก จะต้องเป็นค่าที่พักกับโรงแรมที่ได้จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติโรงแรม เรียบร้อยแล้วเท่านั้น ดังนั้น ค่าที่พักบางแห่งอาจจะไม่สามารถนำมาหัก เป็นค่าลดหย่อนได้ เช่น พักตาม โฮมสเตย์ หรือ บ้านพักต่าง ๆ แม้แต่บ้านพักตามอุทยานแห่งชาติ ฯลฯ เพราะไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงแรมตามกฎหมาย  โดยการนำหลักฐานสำคัญ คือใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงิน ที่ระบุชื่อผู้ชำระเงิน จำนวนเงิน และวันเดือนปีที่ชัดเจนมาแสดง

          ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้ที่กรมสรรพากร

          ทั้งนี้ ค่าลดหย่อนจากการท่องเที่ยวนี้ สามารถใช้ได้ใน 2 ปีภาษีคือ ปี 2557 ที่ผ่านมา และปี 2558 ที่กำลังจะหมดไปนี้เท่านั้น จึงทำให้ช่วงเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวและนำมาลดหย่อนภาษีได้เหลืออยู่เพียงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2558 สำหรับการยื่นภาษีก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2559 เท่านั้น
 
          หลังจากทราบเงื่อนไขเเละหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีทั้งหมดแล้ว ผู้เสียภาษีทุกคนก็เตรียมสำรวจตัวเองได้เลยว่าเราเข้าหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีข้อใดบ้าง ทำตามหลักเกณฑ์ใดได้บ้าง และอย่าลืมตรวจเช็กเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้สำหรับแนบไปให้ครบถ้วน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ ลดภาระการจ่ายภาษี ของทุกคนกันด้วยนะครับ สำหรับใครที่ต้องการดาวน์โหลดแบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อนภาษี สามารถเข้าไปดูได้ที่ กรมสรรพากร
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
กรมสรรพากร

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews

ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews
ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews
ที่มา http://www.gangzabaaball.com/news-details.php?item=2709

หลังจากชัยชนะอันงดงาม เชื่อว่าหลายๆคน ต่างปลื้มปิติกับชัยชนะ ASN Broker ขอนำบทสัมภาษณ์ของโค็ช ซิโก้
มาลงให้เพื่อนได้อ่านกันครับ  ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวเรือใหญ่ทีมชาติไทย หลังจาก ทัพ ช้างศึก ได้เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน ไล่ต้อน ทีมชาติ ไต้หวันไปอย่างเมามัน 4 – 2 ทำให้ทัพ ช้างศึก เข้ารอบต่อไปเกือบจะแน่นอน 100 % แล้ว ณ ตอนนี้
หลังจากที่เกมการแข่งขันของทัพช้างศึกและไต้หวัน ได้จบลงด้วยสกอร์ 4 – 2 ซิโก้ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า
ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณแฟนบอลพี่น้องชาวไทยทุกคนที่คอยให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอด แต่ทีมเราเสียประตูเร็วไปหน่อยทำให้นักเตะทุกคนดูเร่งไปหมด แต่ก็ยังดีที่ทีมเราสามารถแซงนำ 2 – 1 จนทำให้เราห่วงเกมรุกซึ่งนำมาถึงการเสียประตูที่ 2
จุดเปลี่ยนของเกมนี้เราเปลี่ยน ธนา ลงมาทำให้มีทีเด็ดในช่วงท้ายเกมและ ธนา เองก็ทำได้ดี
ตอนนี้เรามองถึงแมตช์ต่อไปแล้วซึ่งแมตช์หน้าเราจะพบกับทีมชาติอิรักเพื่อเป็นที่ 1 ของสาย
โดยภาพรวมแล้วเราพอใจกับผลงานที่ออกมา   โดยเกมนัดต่อไปของทีมชุดใหญ่จะมีแข่งขันอีกที เดือน มีนาคม ปีหน้า
และหลังจากนี้นักเตะทุกคนแยกย้ายกันไป
สโมสร ของตัวเอง ส่วนตนก็จะไปดูทีม ปรีโอลิมปิก และในวันที่ 16
ก็จะเข้าไปหารือกับทีพีแอลเกี่ยวกับโปรแกรมของ
ชุดปรีโอลิมปิก และ ชุดใหญ่ และถ้าเราเข้ารอบที่ 3 ได้
ชุดใหญ่จะไปเก็บตัวที่ไหนบ้างในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558

INTV /นสพ.ตลาดวิเคราะห์ เสนอข่าว เอเอสเอ็น จับมือ 5 พันธมิตรบุกตลาดประกันรถยนต์เต็มสูบ #ข่าวเด่นวันนี้ #เรื่องเล่าเช้านี้

INTV /นสพ.ตลาดวิเคราะห์ เสนอข่าว เอเอสเอ็น จับมือ 5 พันธมิตรบุกตลาดประกันรถยนต์เต็มสูบ #ข่าวเด่นวันนี้ #เรื่องเล่าเช้านี้
INTV /นสพ.ตลาดวิเคราะห์ เสนอข่าว เอเอสเอ็น จับมือ 5 พันธมิตรบุกตลาดประกันรถยนต์เต็มสูบ #ข่าวเด่นวันนี้ #เรื่องเล่าเช้านี้

เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เปิดมิติใหม่วงการนายหน้าประกันภัยรถยนต์ ประกาศจับมือ 5พันธมิตรจัดข้อเสนอที่เหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายผู้ซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า "ธวัชชัย ชีวานนท์" บอสใหญ่มั่นใจ ดันเป้ายอดเบี้ยรับรวมปี 59 โต 25% จากปี 58 ที่คาดว่ายอดเบี้ยรับรวมจะอยู่ที่1,100 ล้านบาท ขณะที่ 5 พันธมิตรฟันธงผลิตภัณฑ์จะเหมาะสมทั้งราคาและความคุ้มครอง ทั้งเชื่อดัน เอเอสเอ็น สู่อันดับนายหน้าที่มียอดขายติด TOP 10 ของตลาดประกันภัยรถยนต์

          นายธวัชชัย ชีวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยประกันภัยรถยนต์ และประกันชีวิต ที่ได้มาตรฐานระดับแนวหน้าของไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้สร้างมิติใหม่ให้กับธุรกิจนายหน้าประกันภัยรถยนต์ ด้วยการจับมือกับ 5 บริษัทประกันภัยรถยนต์ระดับแนวหน้า ขยายฐานลูกค้าในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ ด้วยการร่วมกันจัดหาแพ็คเกจประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จำหน่ายตรงถึงลูกค้าในระบบการขายผ่านโทรศัพท์ หรือ เทเล มาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) เพื่อให้การขายในแต่ละครั้งประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุดในสินค้าและบริการที่บริษัทฯได้นำเสนอ โดย 5 บริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เข้าร่วมในโครงการดังกล่าวประกอบด้วย บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท
          นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน)
          "ความร่วมมือกับ 5 พันธมิตรดังกล่าว เป็นการขยายฐานลูกค้าของบริษัทฯ และพันธมิตรให้เพิ่มขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลลูกค้าของเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ที่มุ่งพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจ ซึ่งฐานข้อมูลที่มีอยู่ดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เพื่อร่วมวิเคราะห์ และจัดหาแพ็คเกจผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถในแต่ละประเภท และแต่ละยี่ห้อเพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดจากการซื้อประกันภัยรถยนต์หนึ่งกรมธรรม์ โดยในช่วงแรกจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ และโตโยต้า ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทย ก่อนจะขยายไปสู่กลุ่มอื่นๆ ต่อไป ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และเอเอสเอ็น โบรกเกอร์เอง" นายธวัชชัย กล่าว 

          กรรมการผู้จัดการ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ กล่าวต่อว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้ง 5 รายในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นสำหรับการขยายฐานธุรกิจร่วมกันระหว่างบริษัทโบรกเกอร์และบริษัทประกัน ซึ่งในอนาคตบริษัทฯ อาจมีความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่นๆ หรือขยายความร่วมมือระหว่างกันไปยังกลุ่มลูกค้าอื่นๆ ต่อไป โดยใช้ฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ บริษัทฯ จะยังพัฒนาระบบฐานข้อมูลลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากการซื้อประกันภัยที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันมั่นใจว่าจะช่วยสนับสนุนให้เบี้ยรับของบริษัทฯ เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปี 2559 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมโตขึ้น 25% จากปี 2558 ที่คาดว่าเบี้ยรับรวมจะอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเติบโตในอัตราที่สูงกว่าอุตสาหกรรมประกันภัย ที่มีคาดการณ์ว่าจะเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น
          ดร.สมนึก สงวนสิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเอเอสเอ็น โบรกเกอร์ และ สินทรัพย์ประกันภัย ในครั้งนี้ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าเฉพาะที่มีกำลังซื้อสูง และมีพฤติกรรมการใช้รถดี สถิติความเสียหายอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ซึ่งนับจากนี้ สินทรัพย์ประกันภัย จะร่วมมือกับ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ พัฒนากลุ่มลูกค้าในระยะยาวร่วมกันโดยจะปรับความสมดุลของราคาและความคุ้มครองให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อประกันได้ง่ายขึ้น
"เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เป็นบริษัทนายหน้าที่มีโครงสร้างและแนวทางการทำงานคล้ายกับเรา ซึ่งมีการทำงานที่ชัดเจน ระบบการขายมีคุณธรรม ทำให้การทำงานระหว่างกันราบรื่น เราเชื่อมั่นว่าในที่สุด เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะมียอดขายติด TOP 10 และเราจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจระหว่างกันตลอดไป อย่างมีธรรมาภิบาล ยึดมั่นตามมาตรฐานสากล ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ." ดร.สมนึก กล่าว
          นายสมบูรณ์ วงศ์รัศมี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรุงไทยพานิชประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ KPI กล่าวว่า KPI และ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะร่วมเดินหน้าขยายโครงการใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ และจะพัฒนาบริการให้ทันสมัย รวดเร็ว สร้างรายได้จากฐานลูกค้าใหม่ให้เพิ่มขึ้น เพื่อเป้าหมายการเติบโตทางธุรกิจร่วมกัน โดยบริษัทฯ จะส่งเสริมให้ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ได้แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่
          "เราเป็นบริษัทประกันภัยที่มีธนาคารกรุงไทยถือหุ้น ซึ่งถือว่าเรามีโอกาสในการขยายฐานลูกค้า ที่ถือเป็นข้อได้เปรียบทางธุรกิจ อีกทั้งเราเป็นบริษัทหนึ่งที่มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจประกันภัยมายาวนานและมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง พร้อมที่จะขยายธุรกิจร่วมกับ เอเอสเอ็น เป็นอย่างดี ซึ่ง เอเอสเอ็น ก็เป็นโบรกเกอร์ที่มีศักยภาพในการบริการลูกค้า มีจรรยาบรรณในการทำงาน มีความเป็นมืออาชีพ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด" นายสมบูรณ์ กล่าว

          ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าบริษัทฯ พร้อมให้การสนับสนุน เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ อย่างเต็มที่ โดยเปิดโอกาสให้ใช้ศักยภาพการทำธุรกิจได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความสำเร็จทางธุรกิจ ของทั้งสองฝ่าย ขณะที่ลูกค้าจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ จากกรรมธรรม์ที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่เหมาะสม
          นายหลักชัย สุทธิชูจิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความพึงพอใจของลูกค้า และเชื่อมั่นว่าด้วยความตั้งใจบวกกับประสบการณ์ในการทำธุรกิจมากว่า 10 ปี ในที่สุดแล้ว เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จะประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และเป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ในใจของลูกค้าตลอดไป
          นายธีระ นิลสลับ รองประธานบริหารสายงานการตลาดและการขาย บริษัท เอเชียประกันภัย 1950 จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นโครงการพิเศษ เป็นความร่วมมือระยะยาว ที่จะทำให้การทำตลาดง่ายขึ้นและมีประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งผู้เอาประกัน, บริษัทประกันภัย และนายหน้าประกันภัย
          "จุดเด่นของ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ คือมีผู้บริหารเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวทางการทำตลาดที่ฉีกไปจากรูปแบบเดิมๆ ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับ เอเชียประกันภัยที่ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด เพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน ตลอดจนบุคลากรของ เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และอยู่ในธุรกิจมานานกว่า 10 ปี จึงมั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ความร่วมมือระหว่างกันประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก" นายธีระ กล่าว
          อย่างไรก็ตาม สำหรับจุดแข็งของ เอเชียประกันภัย คือ มีความแตกต่างจากบริษัทอื่น คือ Pot mixของบริษัทฯ จะมีอัตราส่วนของเบี้ยประกันแบบ 2+ 3+ มากกว่าประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง เนื่องจากบริษัทฯ เป็นผู้คิดค้นกรมธรรม์ประเภทนี้ ดังนั้นการให้ประกันภัยต่างๆ จะเน้นให้สอดคล้องกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ นอกจากนี้การพัฒนาแบบประกันภัยรถยนต์ ก็เป็นลักษณะที่หลากหลาย เช่น 2+ 3+ 35+up Moto3+เป็นต้น  

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะใช้ใบนามบุคคล เร่งเปลี่ยนก่อนโดนยึดใบ

กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะใช้ใบนามบุคคล เร่งเปลี่ยนก่อนโดนยึดใบ
กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะใช้ใบนามบุคคล เร่งเปลี่ยนก่อนโดนยึดใบ

กรมการขนส่งทางบก เตือน!!! ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ขอผ่อนผันใช้ ใบอนุญาตขับรถจัก รยานยนต์ส่วนบุคคลเป็นหลักฐานในการจดทะเบียน รถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) ให้เร่งน าใบขับขี่สาธารณะตัวจริงมาแสดงต่อ เจ้าหน้าที่ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2558 หากพ้นก าหนดระยะเวลาดังกล่าวจะถูกเพิก ถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) ทันที!!!

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อเร่งรัดการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะ ในเขตกรุงเทพมหานครให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กรมการขนส่งทางบกได้ผ่อนผันให้ผู้ขับขี่ที่ยังไม่มีใบอนุญาต ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะสามารถใช้ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเป็นหลักฐานทดแทนในการจดทะเบียน รถจักรยานยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) เป็นกรณีพิเศษ เพื่ออ านวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ที่ยังไม่มีใบอนุญาต ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเมื่อได้รับใบอนุญาต ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะแล้วให้ด าเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อแก้ไขข้อมูลภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2558 มิฉะนั้น จะถูกเพิกถอนทะเบียนรถป้ายเหลือง หากปัจจุบันพบว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร (50 เขต) ที่ขอผ่อนผันใช้ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลยื่นเป็นหลักฐานทดแทนในการจดทะเบียนป้ายเหลืองและ ยังไม่ได้น าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะตัวจริงมาแสดงมีจ านวน 5,809 ราย จึงขอให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ สาธารณะที่ท าเรื่องขอผ่อนผันไว้ให้เร่งด าเนินการน าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะตัวจริงมาแสดงต่อ กรมการขนส่งทางบกและส านักงานขนส่งกรุงเทพมหานครในพื้นที่ที่วินตั้งอยู่ภายในระยะเวลาที่ก าหนด ซึ่งหากพ้น ระยะเวลาดังกล่าวแล้ว กรมการขนส่งทางบกจะด าเนินการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะที่เคยได้รับ อนุญาตแล้วทันที

นายสนิท กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกด าเนินการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะในเขต กรุงเทพมหานครตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และเริ่มบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน กระท าความผิดอย่างเข้มงวด ซึ่งก าหนดให้ผู้ขับรถ เสื้อวิน บัตรประจ าตัว และรถจักรยานยนต์รับจ้างทุกคันจะต้องถูกต้อง ตามกฎหมายและข้อมูลที่ปรากฏต้องถูกต้องตรงกัน โดยขอความร่วมมือประชาชนเลือกใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ถูกต้องจะได้รับการอบรม เกี่ยวกับกฎจราจร มารยาทการขับรถ และผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรจากส านักงานต ารวจแห่งชาติก่อนได้รับ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ส าหรับรถจักรยานยนต์สาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมายจะสังเกตได้จากแผ่น ป้ายทะเบียนรถซึ่งต้องเป็นสีเหลืองและเสื้อวินพร้อมบัตรติดเสื้อแบบใหม่ หากพบเห็นการฝ่าฝืน เอาเปรียบผู้โดยสาร หรือพบรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย สามารถจดรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ หมายเลขทะเบียนรถ เพื่อแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องเรียน สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมที่ ส านักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-5 อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด
ที่มา http://www.dlt.go.th/th/attachments/plan48-51/5087_Pr-Press%20New%203%208%20October%202015.pdf

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ชาวบอร์ดดังโวย แนวคิดรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับ จราจร #pantip

ชาวบอร์ดดังโวย แนวคิดรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับ จราจร
ชาวบอร์ดดังโวย แนวคิดรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับ จราจร

ล็อคอินในบอร์ดพันทิป  นามว่า แข้งซ้ายปรมาณู ตั้งกระทู้ วิจาร์ณ นโยบาย 
เห็นคลิปนี้แล้วอยากสนับสนุนให้ยกเลิกรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับทันที นี่หรือมุมมองข้าราชการไทย ปรับทัศนคติด่วนเลย แย่มาก
ขออนุญาตแท็ก 3 ห้องนะครับ วอนผู้ดูแลระบบอย่าย้ายหรือลบแท็กผม เพราะมันกระทบกับประชาชนโดยตรง หากเขายังมีความเชื่อแบบนี้มันไม่เป็นผลดีกับประชาชนและระบบราชการไทยโดยตรง คิดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงต้องได้ปรับเปลี่ยนมุมมองของเจ้าหน้าที่บางส่วนแล้ว แบบนี้อันตรายมากในระยะยาว
https://www.facebook.com/840706315969399/videos/vb.840706315969399/1076860649020630/?type=2&theater

ตอนแรกเฉยๆแต่พอเจอแบบนี้เห็นด้วยทันทีกับภาพนี้ทันที

หลังจากกระทู้ถูกตั้ง และขึ้นกระทู้แนะนำ ASN Broker (ประกันภัยรถยนต์) ขอนำสุดยอดความเห็นบางส่วนมาลง เพื่อใช้วิจารณญาณในการอ่าน
สมาชิกหมายเลข 2131884 
ผมนี้อยากให้ ยกเลิกรางวัลส่วนแบ่งค่าปรับ กับตำรวจที่จับครับ อยากให้เงินเข้าหลวงทั้งหมด ไม่อย่างงั้นคนเก็ยขยะ คนกวาดขยะ หรือ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐส่วนอื่นก็เรียกร้องเปอร์เซ็นค่าทำงาน นอกเหนือจากเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชน ได้หมด ผมว่ามันไม่เป็นธรรมกับหน่วงงานรัฐส่วนอื่นนะ นี้ละครับที่ปัจุบันหลายๆคนที่คิดไม่ดีอยากมาเป็นตำรวจ ตั้งแต่จ่ายเพื่อให้สอบได้เป็นหลักแสน พอเข้ามาเป็นตำรวจก็หาช่องทางของกฎหมายขูดรีดกับประชาชน มันไม่ควนมีตั้งแต่แรกแล้วเรื่องเปอร์เซ็นนำจับ คิดจะทำเพื่อประชาชนกับแผ่นดิน แต่มาหวังกินผลประโยชน์ทางกฎหมาย 100 บาทเข้าหลวงกี่บาทตำรวจได้กี่บาท มันไม่เหมาะอยู่แล้ว งี้วันไหนคนกวาดขยะบอกวันนี้ขยะเยอะจังก็ขอเปอร์เซ็นค่ากวาดถนนเพิ่มได้ละซิมันเอาเปรียบเกินไป
สมาชิก แข้งซ้ายปรมาณู
อุตส่าห์ขอร้องที่หัวกระทู้แล้วว่าอย่าย้ายแท็กหรือลบแท็ก จุดประสงค์ในนี้ก็อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ได้รับรู้ด้วย เผื่อจะนำไปปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะมันส่งผลกระทบกับประชาชนโดยตรงแล้วแท็กห้องการเมืองด้วยมันไปผิดอะไรตรงไหน การแก้กฏหมายหรือการแก้ข้อกำหนดต่างๆที่มันจะมาบังคับใช้กับประชาชนมันก็ต้องผ่านระบบการเมืองหรือผู้ปกครองบ้านเมืองทั้งนั้น  แต่นี่อะไรพอแท็กห้องราชดำเนินปุ๊บย้ายแท็กลบแท็กอีกแล้ว หลายครั้งที่ผู้คตั้งกระทู้มีเจตนาที่จะสื่อถึงจุดมุ่งหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานั้นๆหรือมีอำนาจที่จะปรับปรุงแก้ไขปัญหานั้นๆได้อ่านหรือรับทราบ แต่จุดประสงค์ต้องตกลงไปเพราะวิจารณญาณของ wm คุณเป็นผู้ดูแลระบบก็จริงแต่คุณต้องมองให้ลึกและครอบคลุมรวมถึงวัตถุประสงค์ของกระทู้ด้วยครับ
สมาชิกหมายเลข 1362849 
บางคนทำให้อาชีพนี้ดูตกต่ำจริงๆ ไม่มีเกียรติและศักดิ์ศรีเอาเสียเลย  ประเทศชาติมันถึงไม่สงบสุขซักที เห็นแล้วเศร้าใจ ถ้าเงินเดือนไม่พอกินก็ลาออกมาหางานอื่นเถอะ ถ้าทำตัวดีๆ ก็จะเป็นอาชีพที่มีแต่คนรัก และสนับสนุน แต่ไม่รู้เป็นไร ที่เจอมีแต่แย่ๆ
สมาชิก อุบลคนโก้ ยโสบ้านเฮา
 
 
เห็นด้วยกับภาพนี้ตรงที่ว่า

"ไม่ให้ใช้ดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรม" 

ส่วนเรื่อง % จากค่าปรับ หรือรางวัลนำจับ ไม่มีความเห็นครับ 

แต่คิดว่า คนทำผิดกฎจราจร สมควรแล้วที่จะมีบทลงโทษ

หลายคนอาจจะเคยโดนปรับแบบไม่เป็นธรรม น่าเห็นใจครับ  แต่ก็ต้องยอมรับว่า มีอีกหลายคนที่ทำผิดจริง แล้วผสมโรงด่าคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องไปด้วย
 

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ชาวพันทิป ร่วมออกความเห็น คิดยังไง ? ผู้ว่า กทม. เสนอ ใครไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อ !!!

ชาวพันทิป ร่วมออกความเห็น คิดยังไง ? ผู้ว่า กทม. เสนอ ใครไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อ !!!
ชาวพันทิป ร่วมออกความเห็น คิดยังไง ? ผู้ว่า กทม. เสนอ ใครไม่มีที่จอดรถ ห้ามซื้อ !!!

ที่มา http://pantip.com/topic/34249108
ผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์แนะคุมกำเนิดรถยนต์ไม่มีที่จอดห้ามซื้อ

เมื่อเวลา 09.15 น. ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตรผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.)
กล่าวเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมระดมสมอง เรื่องท้าทายไทย:แก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานคร และปาฐกถาพิเศษ
เรื่อง “การจัดการจราจรในกรุงเทพมหานคร” ว่า ขณะนี้กทม.และปริมณฑประสบปัญหาด้านการจราจรติดขัดและมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น
ซึ่งเป็นผลจากความต้องการในการเดินทางของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น หากไม่เตรียมการแก้ไขหรือไม่มีแผนงานโคงการรองรับกับปัญหาจราจร
จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงจะส่งผลเสียต่อประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในอนาคต
ทำให้ภาครัฐมีนโยบายจะเร่งหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการผลักดันแผนงานโครงการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวของหน่วยงานต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯและปริมณฑล

แนวทางเบื้องต้นคือ
1.คุมกำเนิดรถยนต์โดยผู้ที่ต้องซื้อรถยนต์ต้องแสดงที่จอดรถ ถ้าไม่มีที่จอดรถต้องห้ามซื้อรถยนต์
2.ควบคุมการใช้รถส่วนบุคคลในกรุงเทพฯโดยเฉพาะในศูนย์กลางธุรกิจถ้าเข้าใช้อาจจะต้องมีการเสียเงิน
3.บังคับให้ผู้มีที่จอดรถในใจกลางกรุงเทพฯต้องจ่ายค่าจอดรถสูงขึ้นเพื่อมีแรงจูงใจทิ้งรถไว้ที่บ้าน
4.พัฒนาระบบรถประจำทางทั้งการขนส่งหลังและการป้อนผู้โดยสาร
5.เพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งทางเลือกให้เป็นวิถีชีวิตหลักหรือเป็นการป้อนเข้าสู่ระบบโดยใช้แม่น้ำคองเข้ามาช่วย
6.เพิ่มเส้นทางจักรยานต้องมีการดูแลถนนให้ดีเพิ่มความสะดวกให้ผู้สูงอายุและผู้พิการเพราะสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว
7. ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ต่อเนื่อง พัฒนาระบบสกายวอลค์ในศูนย์กลางธุรกิจเพื่อจูงใจให้ประชาชนเดินทางขึ้น
ที่สำคัญกทม.และปริมณฑลต้องรวมมือเรื่องผังเมือง และรัฐบาลต้องสร้างเมืองเซทเทิลไลท์ที่มีความพร้อมในเรื่องโรงเรียน
และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อไม่ให้คนในเขตปริมณฑลเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ถ้าไม่จำเป็น
 หลังจากนั้น ชาวพันทิปก็มาร่วมกันออกความเห็น ASN Broker ( ประกันภัยรถยนต์ )ขอนำความเห็น ที่เป็นสุดยอดความเห็นมาลงนะครับ
เครดิตตามภาพ




วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2558

กทพ.เตรียมเพิ่มกล้องจับความเร็วเส้นทางออกนอกเมือง เผยกล้องบนทางด่วนพบผู้กระทำผิดเดือนละกว่าพันราย

กทพ.เตรียมเพิ่มกล้องจับความเร็วเส้นทางออกนอกเมือง เผยกล้องบนทางด่วนพบผู้กระทำผิดเดือนละกว่าพันราย
กทพ.เตรียมเพิ่มกล้องจับความเร็วเส้นทางออกนอกเมือง เผยกล้องบนทางด่วนพบผู้กระทำผิดเดือนละกว่าพันราย

เมื่อวันที่27 ก.ย.นายอัยณัฐ ถินอภัยผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)กล่าวว่า 
ขณะนี้กทพ.โครงการจะขยายจุดติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วในถนนกาญจนาภิเษกทางพิเศษอุดรรัถยา
ซึ่งเป็นเส้นทางออกนอกเมืองเพื่อลดความเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
จากปัจจุบันที่มีการติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็วบนทางด่วนจำนวน 13 ตัว

กล้องที่ติดตั้งบนทางด่วนในปัจจุบันแบ่งเป็นติดตั้งบนทางด่วนเฉลิมมหานคร2ตัว
ทางพิเศษฉลองรัช5ตัว ทางด่วนพิเศษบูรพาวิถี3ตัวและทางพิเศษศรีรัช3ตัว
โดยจะติดตั้งตามทางแยกและทางโค้งจุดเสี่ยงรวมทั้งจะมีการย้ายจุดติดตั้งทุกเดือนๆ
เพื่อให้สามารถตรวจจับได้อย่างทั่วถึงซึ่งกทพ.ได้กำหนดความเร็วไว้ที่110กิโลเมตรต่อชั่วโมง
โดยหากตรวจพบว่ารถที่วิ่งมามีความเกินกว่ากฎหมายกำหนดในรัศมี100เมตรจากจุดที่ติดตั้ง
ระบบกล้องก็จะทำการบันทึกทะเบียนรถที่กระทำผิดทันที

ทั้งนี้แต่ละเดือนพบว่ามีผู้กระทำผิดขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดกว่า1,000ราย
ซึ่งกทพ.ได้ส่งข้อมูลให้แก่ตำรวจจราจรเพื่อทำการออกใบสั่งให้มาชำระค่าปรับ

ที่มา http://www.asnbroker.co.th

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

ตามหาเจ้าของลายมือในกระดาษแผ่นนี้ เหตุเกิดที่ลานจอดรถห้าง #pantip

ตามหาเจ้าของลายมือในกระดาษแผ่นนี้ เหตุเกิดที่ลานจอดรถห้าง #pantip
ตามหาเจ้าของลายมือในกระดาษแผ่นนี้ เหตุเกิดที่ลานจอดรถห้าง #pantip

จขกท.นามล็อคอิน โจ๊กหมูใส่ไข่ใส่ผักไม่ใส่ขิง ตั้งกระทู้ตามหา เจ้าของกระดาษ เพื่อขอโทษและชี้แจง
ASN Broker (ประกันภัยรถยนต์)คิดว่าเป็นอุทาหรณ์ สำหรับการจอดรถในที่สาธารณะ จนกลายเป็นปัญหาขึ้นมา
***********************************************
ตามชื่อกระทู้เลยค่ะ ลานจอดรถชั้น 2 ครึ่ง
ขอตามหาเจ้าของลายมือกระดาษแผ่นนี้



อย่างแรก อยากขอโทษเจ้าของรถค่ะ ที่จอดรถไปเกยฝั่งคุณจริงๆ
ซึ่งทางตัวเราเองก็ผิดที่ไม่ดูให้ดีก่อนว่ามันชิดขนาดไหน พอดีมีธุระ เห็นว่าจอดได้
แม้จะยากหน่อยเลยรีบลงรถไปค่ะ

แต่

อยากให้เจ้าของรถช่วยดูนิดนึงว่า เราก็โดนเบียดมาก่อนตั้งแต่จะจอดค่ะ คือก่อนมาจอดเนี่ย
ไม่ได้ดูซองด้วยว่ามันค่อนข้างแคบ เนื่องจาดรถด้านข้างใหญ่ค่ะ ตามภาพนี้



[ขอโทษเจ้าของรถคันนี้ด้วยนะคะ ที่ติดมาในกระทู้นี้ด้วย
ถ้ายังไงเจ้าตัวมาแล้วรู้สึกไม่พอใจ หลังไมค์มาให้เราลบได้เลยค่ะ]

จากรูปด้านบน นี่คือรถคันด้านข้างก็เกยมาขนาดนี้แล้ว เราก็ถอยเข้าซองตามปกติ
และพอเราจอด มันก็เลยเกยมาแบบนี้


ปล. คิดว่ารถทางด้านขวาน่าจะพึ่งเข้ามาจอดใหม่ค่ะ ไม่ใช่คู่กรณี


ตามที่กล่าวไปข้างต้น เราไม่ได้อยากเบียดเบียนคุณนะคะ แต่คือเราก็โดนเบียดช่องมาเหมือนกัน
และเราก็คิดว่า รถเขาใหญ่ จะให้ทำไงหละ ให้เราไปด่าเขาหรอ - - หรือให้ไปประกาศตามหาเจ้าของให้
มาจอดให้ชิดซองกว่านี้ ก็ไม่ใช่

จริงๆคิดว่ามันควรจะถ้อยทีถ้อยอาศัยมากกว่านี้

ถ้าคุณมาเห็นแล้วยังไม่พอใจอะไร หรืออยากต่อว่าอะไรเรา หลังไมค์มาได้เลยค่ะ
ขอโทษ และขอบคุณค่ะ ต่อไปจะระวังมากกว่านี้

----------------------------------------------------------------------------
เพิ่มเติมค่ะ เนื่องจากบางคห. อาจจะไม่เห็น อยากรบกวนให้อ่าน คห 27 ด้วยนะคะ ; _____ ;
จากหลายๆความเห็น จขกท ต้องขอโทษจริงๆค่ะ
ที่ไม่รอบคอบ และไม่นึกถึงอีกฝั่ง

ในเหตุการนี้คือ เราเห็นซองว่างเลยรีบเข้าจอด
ไม่ได้มีเจตนาว่า ฝั่งเราออกสบาย ฝั่งนู้นช่างมัน
แต่คือ ไม่คิดเลยว่ามันชิด เพราะไม่รู้ตัวว่ากระบะ
กินเส้นแบ่งมาแต่แรก พอจอดได้
ก็ไม่ได้ลงมาตรวจสอบอีกฝั่ง เพราะรีบ+ติดนิสัยขับรถคนเดียว
ไม่มีคนนั่ง
ขอรับผิดจริงๆค่ะ ต่อไปจะระวังมากกว่านี้ จอดเสร็จ
ต้องดูรอบๆคัน

ขอบคุณทุกๆความเห็นที่เข้าใจและหวังดีค่ะ ยิ้ม
******************************************
ถือว่าเป็นกระทู้ที่ช่วยเตือนใจคนที่ชอบ จอดรถโดยไม่คิดถึงผู้อื่น จนทำให้เกิดปัญหาตามมา ของบุคคลที่สองสาม
การใช้พื้นที่สาธารณะใจเขาใจเรา ก็อย่าเบียดเบียนกันเลยครับ ........
ที่มา http://pantip.com/topic/34223917

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

ประกันภัยคาดน้ำท่วมภาคตะวันออกรถยนต์เสียหายร่วม 1,000 คัน แต่ความเสียหายรวมยังไม่หนัก

ประกันภัยคาดน้ำท่วมภาคตะวันออกรถยนต์เสียหายร่วม 1,000 คัน แต่ความเสียหายรวมยังไม่หนัก
ประกันภัยคาดน้ำท่วมภาคตะวันออกรถยนต์เสียหายร่วม 1,000 คัน แต่ความเสียหายรวมยังไม่หนัก

แหล่งข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยไทยเปิดเผยว่า คาดว่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคตะวันออกในพัทยา 
จ.ชลบุรีและระยองจะทำให้รถยนต์ที่มีประกันภัยได้รับความเสียหายประมาณ1,000คัน
แต่ทรัพย์สินโดยรวมเสียหายไม่มากนัก

นายอานนท์ วังวสุผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทกรุงเทพประกันภัย
คาดว่ารถที่ทำประกันภัยกับบริษัทจะได้รับความเสียหายประมาณ 40 คัน
หากรวมความเสียหายทรัพย์สินอื่นๆ ด้วยน่าจะเสียหายประมาณ 15-20 ล้านบาท
ถือว่าไม่มาก เพราะลูกค้ารายใหญ่ เช่น โรงแรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำประกันภัยน้ำท่วมจะอยู่บริเวณชายหาด
จึงไม่ได้รับความเสียหายหนัก อาจจะมีบ้างที่น้ำท่วมแต่ถือว่าเล็กน้อย
นายเชวง รักษายศ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค3(ภาคตะวันออก)บริษัทวิริยะประกันภัยกล่าวว่า
ขณะนี้มีรถที่ทำประกันภัยกับบริษัทได้รับความเสียหายแล้ว374คันเป็นสินไหมทดแทนประมาณ15ล้านบาท
โดยเขตพัทยาได้รับความเสียหายมากที่สุด267คัน จ.ชลบุรี22คัน ศรีราชา23คัน บ่อวิน4คัน และที่ระยอง
เสียหายรวม54คัน จันทบุรี เสียหาย2คัน และฉะเชิงเทรา1คัน

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดกับตัวรถไม่รุนแรงนัก เพราะเป็นรถที่จอดแล้วเคลื่อนย้ายไม่ทัน
ทำให้น้ำไม่เข้าไปในตัวเครื่อง สามารถทำความสะอาดได้ ซึ่งความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากพรมเปียกและระดับเปียกถึงเบาะ
รวมถึงเครื่องยนต์เสียหาย ส่วนเสียหายทั้งคันไม่มาก คาดว่าความ เสียหายที่เป็นตัวเงินอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากบริษัท ทิพยประกันภัย คาดว่าจะมีรถของลูกค้าเสียหายประมาณ110คัน หรือเป็นค่าสินไหมที่ต้องชดใช้ประมาณ
5.5ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินที่ทำประกันเสียหายไม่มาก เช่น ธนาคารออมสิน ที่ชลบุรี น้ำไหลเข้าท่วมชั้นล่าง
แต่สามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำได้

ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัทแอกซ่าประกันภัยเปิดเผยว่ามีลูกค้าประกันของบริษัทแจ้งเคลมเข้ามาแล้ว20คัน
ซึ่งอาจจะมีอีกแต่คิดว่าคงไม่มาก

ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม ทางบริษัทวิริยะประกันภัย ได้สั่งการให้พนักงานในพื้นที่ทำงานตลอด24ชั่วโมง
เพื่อเข้ามากู้รถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ทำประกันภัยรถยนต์ไว้กับบริษัทในทุกประเภท
ในขณะที่บริษัทธนชาตประกันภัยจัดเจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำตลอด24ชั่วโมง
พร้อมผนึกกำลังอู่ในเครือและศูนย์บริการดูแลรถยนต์ลูกค้าหลังน้ำลดอย่างต่อเนื่อง