แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โบรกเกอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โบรกเกอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558

วันที่11 และ หยุดปีใหม่ ขึ้นทางด่วนฟรี 10 ด่าน #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล

วันที่11 และ หยุดปีใหม่ ขึ้นทางด่วนฟรี 10 ด่าน #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล
วันที่11 และ หยุดปีใหม่ ขึ้นทางด่วนฟรี 10 ด่าน #เรื่องเด่นเย็นนี้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล

   ASN Broker ขอนำข้อมูลมาอัพเดท เนื่องด้วยกิจกรรม Bike For Dad 2015 ปั่นเพื่อพ่อและช่วงปีใหม่  
   การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เสนอยกเว้นการจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษเนื่องในโอกาสจัดกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อBike for dad”ในวันที่11 ธ.ค.2558 ระหว่างเวลา 09.00– 23.00 น.สำหรับทางพิเศษศรีรัชจำนวน6 ด่าน ได้แก่ด่านยมราช ด่านหัวลำโพงด่านสะพานสว่าง ด่านอุรุพงษ์ด่านสุรวงศ์ ด่านถนนจันทร์และทางพิเศษเฉลิมมหานคร(ทางด่วนขั้นที่1)จำนวน4 ด่าน
ได้แก่ด่านพระราม4-1ด่านพระราม4-2ด่านเพลินจิตและด่านเพชรบุรี รวม 10 ด่าน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ประชาชน
    นอกเหนือจากนี้ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ยังได้มีการเห็นชอบ ให้ยกเว้นเก็บค่าผ่านทางประกอบด้วยสายบูรพาวิถี (ทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี)ทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถีและทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์)กับทางพิเศษบูรพาวิถีตั้งแต่เวลา 00.01น. วันที่25ธ.ค.2558ถึงเวลา 24.00น. วันที่3 ม.ค.2559
           การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ได้ประกาศงดเก็บค่าธรรมเนียมทั้งหมด 11 ด่าน ตั้งแต่เวลา 09.00-23.00 น. ได้แก่
           ด่านยมราช
           ด่านหัวลำโพง
           ด่านสะพานสว่าง
           ด่านอุรุพงษ์
           ด่านสุรวงศ์
           ด่านจันทน์
           ด่านสาทร
           ด่านพระรามสี่ 1
           ด่านพระรามสี่ 2
           ด่านเพลินจิต
           ด่านเพชรบุรี

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออก 5 มาตรการแก้ไขปัญหารถติดในระยะเวลา 3 เดือน

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออก 5 มาตรการแก้ไขปัญหารถติดในระยะเวลา 3 เดือน
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออก 5 มาตรการแก้ไขปัญหารถติดในระยะเวลา 3 เดือน
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ออก 5 มาตรการแก้ไขปัญหารถติดในระยะเวลา3เดือน
ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่วางกรอบให้ลดปัญหารถติดให้ได้60%
ประกอบด้วย
1.บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเน้นการจอดรถที่กีดขวางการจราจรให้ยกรถที่จอดขวางออกจากพื้นที่พร้อมทั้งปรับในอัตราโทษสูงสุด
2.จัดระบบการหยุดรับส่งผู้โดยสารของรถประจำทาง ไม่ให้มีการจอดซ้อนคันบริเวณป้ายรถประจำทา เบื้องต้นมีจุดที่มีปัญหารวม46จุด
โดยมอบหมายให้แต่ละท้องที่ดำเนินการอย่างเด็ดขาด
3.จัดการจราจรในเส้นทางเข้าออกกรุงเทพฯ ทั้ง4ทิศ ในถนน11สายโดยให้ประเมินความเร็วเฉลี่ยเพื่อประเมินผลหลังปฏิบัติการ
4.จัดการจราจรบริเวณทางขึ้นลงทางด่วน ซึ่งจะต้องไม่มีปัญหาการจราจรโดยจัดตำรวจจราจรร่วมกับเจ้าหน้าที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
เข้าอำนวยความสะดวกและกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิด และ
5.ให้นายตำรวจระดับผู้กำกับการ(ผกก.)ต้องออกมาแก้ไขและอำนวยความสะดวกด้วยตนเองพร้อมกันนี้ให้ผกก.แต่ละสถานีส่งภาพถ่าย
การปฏิบัติทั้งในช่วงเช้าและเย็น รายงานผลผู้บังคับบัญชา
นอกจากนี้ บช.น.ยังสั่งการให้ทุกพื้นที่ติดป้ายประชาสัมพันธ์เบอร์โทรและชื่อของ
ผกก.ไว้ตามทางแยกต่างๆ เพื่อให้ประชาชนที่ประสบปัญหาจราจรสามารถติดต่อให้ข้อมูลกับ
ผกก.ได้โดยตรง ซึ่งขณะนี้มีการติดตั้งไปแล้วรวม 368 จุด
อย่างไรก็ตาม คำสั่งของ บช.น.ยังสามารถอนุมัติให้เรียกกำลังจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(191)
งานป้องกันปราบปราม งานอารักขาและควบคุมฝูงชน เพื่อมาช่วยปฏิบัติหน้าที่งานจราจรได้อีกด้วย
พร้อมจะมีการประเมินผลในทุก 30 วัน โดยแผนทั้งหมดจะเริ่มวันที่ 1 ธ.ค. 2558
ด้าน พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร (รอง ผบก.จร.) กล่าวว่า จำนวนรถยนต์ในกรุงเทพฯ
เพิ่มขึ้นปีละ 3-4 แสนคัน ขณะที่ถนนไม่เพิ่มเติม ทำให้ขณะนี้มีจำนวนรถมากกว่าถนนจะรองรับได้ถึง 5 เท่า
ส่งผลให้ความเร็วเฉลี่ยบนท้องถนนในชั่วโมงเร่งด่วนลดลงเหลือประมาณ 18 กิโลเมตร/ชั่วโมง
“ที่ผ่านมาเราไม่เคยคุมกำเนิดรถยนต์ ทำให้เกิดปัญหาการจราจรตามมา
อีกทั้งมีแต่การสนับสนุนให้ซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น แต่ทั้งนี้ตำรวจก็ไปห้ามประชาชนไม่ให้ใช้รถไม่ได้
จึงต้องวางแผนอำนวยความสะดวกให้รถติดน้อยที่สุด”รอง ผบก.จร. กล่าว
ASN Broker(ประกันภัยรถยนต์)ถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี
ที่ทางตำรวจเอาจริงเอาจังกับปัญหารถติดในเขตกรุงเทพหวังว่าผู้ใช้ถนนหลายๆท่านจะได้รับความสะดวกขึ้นครับ

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง #ลอยกระทง #LoyKrathong


เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง  #ลอยกระทง #LoyKrathong
เตือนภัย 53 ท่าชำรุด-ไม่พร้อมลอยกระทง #ลอยกระทง #LoyKrathong

  วันนี้ (24 พ.ย.58)เตือนภัย 53 ท่าเทียบเรือ-โป๊ะ ไม่พร้อมใช้งานลอยกระทง กทม.จัดใหญ่ พระราม 8-เอเชียทีค
             ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า กทม.ห่วงความปลอดภัยในเทศกาลวันลอยกระทงปีนี้ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พ.ย. โดยที่ผ่านมาได้ตรวจสอบท่าเรือและโป๊ะในกรุงเทพฯ 436 แห่ง พบว่าสามารถซ่อมแซมให้ปลอดภัยมีเพียง 383 แห่ง นอกจากนี้ กทม.จะจัดเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ต่ำกว่า 50 ลำ เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่
            ทั้งนี้ ท่าเทียบเรือหรือโป๊ะที่ไม่พร้อมใช้งานมีอยู่ 53 ท่า ที่ต้องปรับปรุงซ่อมแซม เช่น ท่าวังหลัง ศิริราช และพรานนก ท่าเรือเกียกกาย ท่าเทียบเรือพระอาทิตย์ ท่าเรือพระโขนง ซึ่ง กทม.ได้ดำเนินการติดป้ายห้ามใช้งานไปแล้ว
             นางเบญทราย กียปัจจ์ รองโฆษก กทม. กล่าวว่า กทม.จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยใน 203 จุด ที่ กทม.เปิดให้ลอยกระทง แบ่งเป็น สวนสาธารณะ 29 จุด และพื้นที่เอกชน 174 จุด สำหรับจุดจัดงาน อาทิ ริมคลองผดุงกรุงเกษม ใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี และเอเชียทีค
             สำหรับจุดใหญ่อยู่ที่บริเวณสะพานพระราม 8 เริ่มเวลา 17.00-24.00 น. มีกิจกรรม อาทิ ตลาดย้อนยุค การประกวดกระทง การสาธิตประดิษฐ์งานใบตอง และประดิษฐ์กระทงแจกฟรี กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย และการแสดงดนตรีของศิลปินชื่อดัง
             พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล กล่าวว่า ในเขตกรุงเทพฯ มีสถานที่จัดงานลอยกระทง 89 จุด ซึ่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก เช่น เอเชียทีค ท่าน้ำสรรพาวุธ ใต้สะพานพระปกเกล้า ใต้สะพานพุทธ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงบริเวณสะพานพระราม 8
             พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทย 1.93 ล้านคน และชาวต่างชาติ 7 หมื่นคน ร่วมงานลอยกระทง โดยจะสร้างรายได้กว่า 3,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีที่ผ่านมา ถือว่ามีความคึกคักที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากบรรยากาศการรักษาความสงบของ คสช.

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ลดหย่อนภาษี 2558 กับ 16 ตัวช่วยประหยัดภาษีฉบับมนุษย์เงินเดือนต้องรู้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล #เรื่องเล่าเช้านี้

ลดหย่อนภาษี 2558  กับ 16 ตัวช่วยประหยัดภาษีฉบับมนุษย์เงินเดือนต้องรู้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล #เรื่องเล่าเช้านี้
ลดหย่อนภาษี 2558 กับ 16 ตัวช่วยประหยัดภาษีฉบับมนุษย์เงินเดือนต้องรู้ #เช้าข่าวซัดโซเชียล #เรื่องเล่าเช้านี้

ขอบคุณที่มา http://www.ecepost.com/viewtopic.php?id=701465024
         ลดหย่อนภาษี 2558 นี้ มีวิธีดี ๆ และหลักเกณฑ์ไหนบ้าง ที่จะช่วยให้เราจ่ายภาษีได้น้อยลง ใครที่ต้องเสียภาษีคราวละมาก ๆ ทุกปี ไม่รู้ไม่ได้แล้ว !

          ใกล้สิ้นปีแบบนี้  ผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษี คงถึงช่วงเวลาที่ต้องเตรียมตัวยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันแล้ว และสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคิดถึงต่อมาคือ การขอลดหย่อนภาษี เพื่อลดภาระการจ่ายภาษีให้กับตัวเอง ซึ่งมีอยู่หลากหลายวิธี เอาล่ะ ลองไปดูกันว่าสำหรับในปีภาษี 2558 นี้ มีหนทางไหนที่ช่วยลดหย่อนภาษีให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ได้บ้าง

1. ลดหย่อนส่วนบุคคล

          ใช้ลดหย่อนภาษีได้ทันที 30,000 บาท
 
2. ลดหย่อนจากคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้

          ใช้ลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท สำหรับสามี-ภรรยาที่จดทะเบียนสมรส โดยคู่สมรสต้องไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้เเต่เลือกนำมาคำนวณภาษีพร้อมกัน


 
3. ลดหย่อนค่าเลี้ยงดูบุตร และการศึกษาบุตร

          ค่าลดหย่อนจากการเลี้ยงดูบุตร นับจากบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นได้ทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรตามกฎหมาย โดยหักลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท แต่ไม่เกิน 3 คน (มากสุด 45,000 บาท) โดยบุตรจะต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรือถ้าเกิน 20 ปี (21-25 ปี) จะต้องศึกษาอยู่ในระดับ ปวส. ขึ้นไปเท่านั้น และหากบุตรศึกษาต่อในประเทศ  (ตั้งแต่อนุบาล-ปริญญาเอก) ก็จะได้ลดหย่อนเพิ่มอีกคนละ 2,000 บาท 

          ทั้งนี้บุตรที่จะนำมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีนั้น จะต้องไม่มีรายได้ในภาษีเกิน 15,000 บาทขึ้นไป หรือรายได้ที่มีนั้นได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย เช่น บุตรที่อายุไม่เกิน 20 ปีและรับเงินปันผล ซึ่งเงินปันผลนั้นจะถือว่าเป็นเงินของผู้ปกครอง และไม่ถือว่าบุตรมีรายได้


 
4. ลดหย่อนจากดอกเบี้ยเงินกู้ยืม

          ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยเป็นดอกเบี้ยจากเงินกู้การเช่าซื้อบ้าน คอนโด หรือที่อยู่อาศัย โดยมีเงื่อนไขคือ

           ต้องเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินภายในประเทศ เช่น ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐต่าง ๆ โดยทรัพย์สินที่กู้ ต้องใช้มาเป็นหลักในการคำประกันการกู้ (จำนอง) ด้วย

           ต้องเป็นการกู้เพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่ บนที่ดินของตัวเองหรือกู้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียม

           หากมีการกู้สำหรับที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 แห่ง สามารถใช้ลดหย่อนรวมกันได้ทุกแห่ง แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

           กรณีกู้ร่วมกันหลายคน ก็ให้แบ่งดอกเบี้ยคนละเท่า ๆ กัน แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนเช่นกัน
 



5. ลดหย่อนจากค่าเลี้ยงดูบิดามารดา

          ลดหย่อนจากบิดามารดา (ตัวเอง) และบิดามารดาคู่สมรส ได้คนละ 30,000 บาท มากสุดไม่เกิน 120,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ในปีภาษีนั้นไม่เกิน 30,000 บาท ทั้งนี้ต้องให้บิดามารดาออกหนังสือรับรองการเลี้ยงดู ให้กับบุตรที่จะขอลดหย่อนภาษีด้วย เพราะลูกที่จะรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี จะสามารถใช้สิทธิ์ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

           ดาวน์โหลดหนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา


6. ลดหย่อนจากประกันชีวิต

          สำหรับการขอลดหย่อนด้วยการซื้อประกันชีวิตนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ

 ประกันชีวิตแบบทั่วไป

          ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000  บาท โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งเเต่ 10 ปี ขึ้นไป และมีผลตอบแทนคืนไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสม ส่วนเบี้ยประกันเพิ่มเติมจำพวกประกันสุขภาพ หรือประกันอุบัติเหตุ จะไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ ส่วนผู้ที่คู่สมรสมีประกันชีวิตอยู่หรือซื้อประกันชีวิตให้คู่สมรสไว้ และคู่สมรสไม่มีรายได้ แต่ยังจ่ายเบี้ยประกันอยู่ สามารถหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 10,000 บาท เพราะเมื่อไม่มีรายได้ จึงไม่จำเป็นต้องหักลดหย่อนภาษีนั่นเอง (ส่วนที่เหลืออีก 90,000 บาทเป็นการยกเว้นจากรายได้)

 ประกันชีวิตแบบบำนาญ 

          ลดหย่อนได้ 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นประกันที่มีระยะเวลาเอาประกัน 10 ปีขึ้นไป และจ่ายผลตอบแทนให้ผู้เอาประกันตั้งแต่อายุ 55 ปีต่อเนื่องไปจนถึง 85 ปี และที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท


7. ลดหย่อนจาก กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ Long term equity fund (LTF)

          LTF เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการลงทุนในระยะยาว โดยเน้นลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ซื้อหน่วยลงทุน LTF จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นผลตอบแทนด้วยคือ สามารถซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท และกำไรที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ก็ไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย ทั้งนี้ กองทุน LTF ที่ซื้อไว้ต้องไม่ต่ำกว่า 5 ปี (นับตามปี พ.ศ. เช่น ซื้อ LTF ปี 2558 จะต้องถือไว้จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นอย่างน้อย) และไม่สามารถโอนหรือจำนำไปเพื่อเป็นหลักประกันได้

          ตัวอย่างการลดหย่อนภาษีจาก LTF เช่น ผู้มีรายได้สุทธิ 3 ล้านบาทต่อปี จะต้องเสียภาษีในอัตรา 30% ตามกฎหมาย คือ 9 แสนบาท แต่เมื่อซื้อกองทุน LTF 15% ของรายได้เเล้ว จะสามารถซื้อกองทุน LTF ได้วงเงินสูงสุด 450,000 บาท จึงนำรายได้สุทธิ 3 ล้านนั้น หักลดหย่อนจากกองทุนออก 450,000 เท่ากับ 2,550,000 บาท ก็จะได้เงินสุทธิที่เหลือจริง แล้วจึงนำไปคำนวณการจ่ายภาษีที่ 2,550,000 X 30% = 765,000 บาท ซึ่งจะลดลงจากเดิมที่ต้องจ่ายภาษี 9 แสนบาท

8. ลดหย่อนจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund หรือ RMF)

          RMF เป็นกองทุนรวมที่จัดขึ้นเพื่อการออมและการลงทุนในระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมหลังเกษียณ โดยผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการลดหย่อนภาษีคือ หักลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท แต่ถ้ามีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว เมื่อนำมารวมกับเงินที่ซื้อหน่วยลงทุนใน RMF แล้วก็หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาทเช่นกัน

          สามารถคิดตามสูตรได้คือ  RMF + กบข. + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + กองทุนครูโรงเรียนเอกชน + ประกันชีวิตแบบบำนาญ  รวมกันทั้งหมดต้องไม่เกิน 500,000 บาท

9. ลดหย่อนจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

          กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นกองทุนเงินออมของสมาชิก ซึ่งกำหนดให้สมาชิกของ กบข.  ต้องจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุน กบข. 3% ในแต่ละเดือน โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้อีก 3% ด้วยเช่นกัน โดยสมาชิกที่จ่ายเงินสบทบเข้า กบข. นี้จะได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 500,000  บาท


10. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

          สมาชิกที่จ่ายเงินสบทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้ และไม่เกิน 490,000 บาท จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้เมื่อรวมกับ RMF, กบข., กองทุนครูโรงเรียนเอกชน, ประกันชีวิตแบบบำนาญ แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

11. ลดหย่อนจากกองทุนการออมแห่งชาติ

          ถือเป็นปีแรกที่ผู้ที่เป็นสมาชิกและจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. จะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถหักลดหย่อนภาษีจากเงินสะสมเข้า กอช. ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมกับเงินสะสมในลักษณะเดียวกันแล้ว ต้องไม่เกินกว่าจำนวนตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

12. ลดหย่อนจากการจ่ายประกันสังคม

          เงินสมทบกองทุนประกันสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่บุคคลที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 9,000 บาท อันมาจากการคำนวณรายได้สูงสุดที่เดือนละ 15,000 บาท

13. ลดหย่อนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์

          เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่เกิดขึ้นเป็นปีแรก  ด้วยการผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ซื้อบ้านให้กับประชาชน สามารถซื้อบ้านกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป โดยผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาไม่เกิน 3,000,000 บาท สามารถนำ 20% ของราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ ไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งสิทธิ์การลดหย่อนส่วนนี้ จะแยกกับการลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านอีกด้วย

          อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้จาก เปิด 3 มาตรการล่อใจคนซื้อบ้าน ลดค่าโอน - จำนอง เคลมภาษีได้
 

14. ลดหย่อนจากค่าเลี้ยงดูคนพิการ หรือคนทุพพลภาพ

          สามารถใช้ลดหย่อนได้สูงสุด 60,000 บาท หากเป็นผู้ที่ดูแลคนพิการตามกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือเป็นคนทุพพลภาพที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

           ดาวน์โหลดหนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ 
   
           ดาวน์โหลดหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูคนทุพพลภาพ
 
15. ลดหย่อนจากเงินบริจาค

         การบริจาคให้กับการกุศลต่าง ๆ สามารถลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่เหลือหลังหักลดหย่อนและยกเว้นกรณีอื่น ๆ ทั้งหมดแล้ว โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น ไม่สามารถนำการบริจาคที่เป็นสิ่งของมาหักลดหย่อนได้ และหากต้องการลดหย่อนแบบคูณ 2 จะต้องเป็นการบริจาคเงินให้กับโรงเรียนรัฐ และโรงเรียนเอกชนที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ หรือสมาคมกีฬาที่ได้รับการอนุญาติจากการกีฬาแห่งประเทศไทยแล้วเท่านั้น เช่น บริจาคให้โรงเรียนหรือสมาคมกีฬา 15,000 บาท ก็จะสามารถหักลดหย่อนได้เป็น 30,000 บาท (15,000 x 2 = 30,000)

         ทั้งนี้ การบริจาคที่จะนำมาใช้ลดหย่อนจะต้องมีใบเสร็จรับเงินบริจาค หรือใบอนุโมทนาบัตรที่ระบุชื่อผู้บริจาคชัดเจนตรงกับชื่อ-นามสกุลของผู้เสียภาษี เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐาน และหากมีการบริจาคร่วมกันหลายคน ให้เฉลี่ยเงินบริจาคออกเป็นเท่า ๆ กันตามสัดส่วน

           รายชื่อสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ให้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนเงินบริจาค

           รายชื่อหน่วยงานกีฬาที่ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากเงินบริจาค

           รายชื่อมูลนิธิสมาคม สถานสาธารณกุศล วัดวาอาราม ที่ใช้สิทธิ์ขอหักลดหย่อนเงินบริจาค

           รายชื่อสถานสงเคราะห์ สถานพักฟื้นบำบัดและฟื้นฟูเด็ก คนชรา คนพิการ ที่สามารถลดหย่อนเงินบริจาคได้
 


16. ลดหย่อนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศ

          ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาท จากทั้ง 2 เงื่อนไขรวมกันคือ

           ค่าบริการนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ (ค่าแพ็กเกจทัวร์)  อันเกิดจากการใช้บริการบริษัททัวร์ หรือบริษัทนำเที่ยว ที่จดทะเบียนกับสำนักทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

         ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้ที่กรมสรรพากร

           ค่าบริการที่พัก จะต้องเป็นค่าที่พักกับโรงแรมที่ได้จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติโรงแรม เรียบร้อยแล้วเท่านั้น ดังนั้น ค่าที่พักบางแห่งอาจจะไม่สามารถนำมาหัก เป็นค่าลดหย่อนได้ เช่น พักตาม โฮมสเตย์ หรือ บ้านพักต่าง ๆ แม้แต่บ้านพักตามอุทยานแห่งชาติ ฯลฯ เพราะไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงแรมตามกฎหมาย  โดยการนำหลักฐานสำคัญ คือใบเสร็จหรือหลักฐานการรับเงิน ที่ระบุชื่อผู้ชำระเงิน จำนวนเงิน และวันเดือนปีที่ชัดเจนมาแสดง

          ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศได้ที่กรมสรรพากร

          ทั้งนี้ ค่าลดหย่อนจากการท่องเที่ยวนี้ สามารถใช้ได้ใน 2 ปีภาษีคือ ปี 2557 ที่ผ่านมา และปี 2558 ที่กำลังจะหมดไปนี้เท่านั้น จึงทำให้ช่วงเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวและนำมาลดหย่อนภาษีได้เหลืออยู่เพียงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2558 สำหรับการยื่นภาษีก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2559 เท่านั้น
 
          หลังจากทราบเงื่อนไขเเละหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีทั้งหมดแล้ว ผู้เสียภาษีทุกคนก็เตรียมสำรวจตัวเองได้เลยว่าเราเข้าหลักเกณฑ์การลดหย่อนภาษีข้อใดบ้าง ทำตามหลักเกณฑ์ใดได้บ้าง และอย่าลืมตรวจเช็กเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องใช้สำหรับแนบไปให้ครบถ้วน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ ลดภาระการจ่ายภาษี ของทุกคนกันด้วยนะครับ สำหรับใครที่ต้องการดาวน์โหลดแบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อนภาษี สามารถเข้าไปดูได้ที่ กรมสรรพากร
 
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
กรมสรรพากร

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews

ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews
ซิโก้ ประกาศลั่น ขอแชมป์กลุ่ม ! ชม ไต้หวัน เล่นได้ดี ! #บอลไทย #เรื่องเล่าเช้านี้ #MorningNews
ที่มา http://www.gangzabaaball.com/news-details.php?item=2709

หลังจากชัยชนะอันงดงาม เชื่อว่าหลายๆคน ต่างปลื้มปิติกับชัยชนะ ASN Broker ขอนำบทสัมภาษณ์ของโค็ช ซิโก้
มาลงให้เพื่อนได้อ่านกันครับ  ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวเรือใหญ่ทีมชาติไทย หลังจาก ทัพ ช้างศึก ได้เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน ไล่ต้อน ทีมชาติ ไต้หวันไปอย่างเมามัน 4 – 2 ทำให้ทัพ ช้างศึก เข้ารอบต่อไปเกือบจะแน่นอน 100 % แล้ว ณ ตอนนี้
หลังจากที่เกมการแข่งขันของทัพช้างศึกและไต้หวัน ได้จบลงด้วยสกอร์ 4 – 2 ซิโก้ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่า
ก่อนอื่นเลยผมต้องขอขอบคุณแฟนบอลพี่น้องชาวไทยทุกคนที่คอยให้กำลังใจพวกเรามาโดยตลอด แต่ทีมเราเสียประตูเร็วไปหน่อยทำให้นักเตะทุกคนดูเร่งไปหมด แต่ก็ยังดีที่ทีมเราสามารถแซงนำ 2 – 1 จนทำให้เราห่วงเกมรุกซึ่งนำมาถึงการเสียประตูที่ 2
จุดเปลี่ยนของเกมนี้เราเปลี่ยน ธนา ลงมาทำให้มีทีเด็ดในช่วงท้ายเกมและ ธนา เองก็ทำได้ดี
ตอนนี้เรามองถึงแมตช์ต่อไปแล้วซึ่งแมตช์หน้าเราจะพบกับทีมชาติอิรักเพื่อเป็นที่ 1 ของสาย
โดยภาพรวมแล้วเราพอใจกับผลงานที่ออกมา   โดยเกมนัดต่อไปของทีมชุดใหญ่จะมีแข่งขันอีกที เดือน มีนาคม ปีหน้า
และหลังจากนี้นักเตะทุกคนแยกย้ายกันไป
สโมสร ของตัวเอง ส่วนตนก็จะไปดูทีม ปรีโอลิมปิก และในวันที่ 16
ก็จะเข้าไปหารือกับทีพีแอลเกี่ยวกับโปรแกรมของ
ชุดปรีโอลิมปิก และ ชุดใหญ่ และถ้าเราเข้ารอบที่ 3 ได้
ชุดใหญ่จะไปเก็บตัวที่ไหนบ้างในประเทศไทยหรือต่างประเทศ

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แถลงการณ์ รพ.รามาธิบดี ฉบับที่ 3 อาการปอ ทฤษฎี สหวงษ์ #strongerpor

แถลงการณ์ รพ.รามาธิบดี ฉบับที่ 3 อาการปอ ทฤษฎี สหวงษ์ #strongerpor
แถลงการณ์ รพ.รามาธิบดี ฉบับที่ 3 อาการปอ ทฤษฎี สหวงษ์ #strongerpor

แถลงการณ์ รพ.รามาธิบดี ฉบับที่ 3 อาการปอ ทฤษฎี สหวงษ์ #strongerpor

ความคืบหน้าอาการป่วยจากไข้เลือดออกของนายทฤษฏี สหวงศ์(ปอ)

อาการโดยทั่วไปยังมีเลือดออกในช่องเยื่อหุ้มปอดอยู่ ต้องได้รับเลือดและส่วนประกอบของเลือดเป็นระยะ
และยังมีภาวะ infection-associated hemophagocytic syndrome
(IAHS)

สัญญาณชีพโดยทั่วไปคงที่มากขึ้น การทำงานของตับดีขึ้น ภาวะไตวายคงที่ ยังต้องใช้เครื่องฟอกไต
และเครื่องพยุงการทำงานของปอดและหัวใจ
(Extracorporeal Membrane Oxygenator:ECMO)อย่างต่อเนื่อง

ค่าออกซิเจนในเลือด เกลือแร่ และความเป็นกรดในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ การทำงานของสมอง
อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผลตรวจไข้เลือดออกพบเป็นเชื้อไข้เลือดออกชนิดที่2 (Dengue Type2)
ยังไม่พบการติดเชื้อแทรกซ้อนเพิ่มเติมขึ้น

โดยสรุป ผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤติ และยังคงต้องได้รับการเฝ้าระวังใน CCU อย่างต่อเนื่อง
ASN Broker ขอเอาใจช่วยด้วยคนครับ

วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

จัดกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ (ปิดถนน) ครม.ไม่ประกาศให้วันที่ 11 ธ.ค.เป็นวันหยุด #MorningNews #เรื่องเล่าเช้านี้

จัดกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ (ปิดถนน) ครม.ไม่ประกาศให้วันที่ 11 ธ.ค.เป็นวันหยุด #MorningNews #เรื่องเล่าเช้านี้
จัดกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ (ปิดถนน) ครม.ไม่ประกาศให้วันที่ 11 ธ.ค.เป็นวันหยุด #MorningNews #เรื่องเล่าเช้านี้

อัพเดทความเคลื่อนไหว กิจกรรมที่หลายคนรอคอยรวมทั้ง ASN Broker(ประกันภัยรถยนต์) ด้วย ล่าสุด.
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการหารือเพื่อพิจารณาประกาศให้วันที่ 11 ธ.ค.
ซึ่งเป็นวันจัดกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ BIKE FOR DAD เป็นวันหยุดราชการ โดยที่ประชุมเห็นตรงกันว่าไม่จำเป็นต้องประกาศเป็นวันหยุด
เพราะวันหยุดมีมากแล้ว แต่อาจขอความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ เป็นการเฉพาะไป

สำหรับบรรยากาศการลงทะเบียนร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อวันสุดท้ายเป็นไปอย่างคึกคัก
ประชาชนต่างทยอยซื้อรถจักรยานและเสื้อสีเหลืองเพื่อสวมใส่ในกิจกรรมกันอย่างหลากหลาย

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า มีผู้ลงทะเบียนทั่วประเทศกว่า 6 แสนราย
โดยจะไม่ขยายวันลงทะเบียนออกไปอีกแน่นอน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีความเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย
เพราะมีคนร่วมงานจำนวนมาก และเส้นทางการจราจรจะติดขัด จึงต้องดูแลอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
และทำให้กิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างสมพระเกียรติ

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า การเปิดรับลงทะเบียนในกิจกรรม “BIKE FOR DAD ปั่นเพื่อพ่อ"
ในส่วนภูมิภาค เมื่อวานนี้ เป็นวันสุดท้ายของการลงทะเบียน มีผู้มีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 456,738 คน เป็นชาย 255,561 คน
เป็นหญิง 200,105 คน  โดยจังหวัดที่มียอดลงทะเบียนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 
จังหวัดนครราชสีมา  28,881 คน 
สกลนคร  15,446  คน
สงขลา  12,498 คน
ชัยนาท 11,922 คน
และ เชียงใหม่  11,592 คน  (ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ย.58 เวลา 15.30 น.)
ทั้งนี้ มีหลายจังหวัดได้มีการซ้อมปั่นจักรยานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งสภาพร่างกาย
รถจักรยาน และสำรวจเส้นทางปั่นจักรยาน “เส้นทางสิริมงคล” ระยะทางเฉลี่ย 29 กิโลเมตร
ซึ่งทุกจังหวัดได้กำหนดเส้นทางของขบวนจักรยานผ่านสถานที่มงคลของจังหวัด ได้แก่
สถานที่สำคัญที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน โครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ และสถานที่มงคล หรือสถานสำคัญของจังหวัดที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน
นายกฤษดา กล่าวว่า  กระทรวงมหาดไทยจึงขอเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม "BIKE FOR DAD ปั่นเพื่อพ่อ"
และร่วมปั่นจักรยานบนเส้นทางสิริมงคล ในวันศุกร์ที่ 11 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
และร่วมแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพ่อและพ่อของแผ่นดินโดยพร้อมเพรียงกัน
ประชาชนสามารถเข้าไปศึกษาเส้นทางปั่นจักรยานเส้นทางสิริมงคล และรายละเอียดการจัดกิจกรรม
ได้ที่เว็บไซต์ www.bikefordad2015.moi.go.th

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ด่วน เกิดเหตุไฟไหม้ #Terminal21 เรียงลำดับเหตุการณ์ จนประกาศ ห้างปิดจนถึง17.00 น 10พย58

ด่วน เกิดเหตุไฟไหม้ #Terminal21 ห้างปิดจนถึง17.00 น
ด่วน เกิดเหตุไฟไหม้ #Terminal21 เรียงลำดับเหตุการณ์ จนประกาศ ห้างปิดจนถึง17.00 น
วันที่ 10 พ.ย.58 เกิดเหตุไฟไหม้ ห้างสรรพสินค้า Terminal21 
โดยเวลา 11.30 โดยประมาณ เกิดเหตุไฟไหม้ ที่ห้าง Terminal21 โดย ASN Broker(ประกันภัยรถยนต์) ขอนำเหตุการ์ณมาเรียงลำดับ
และรายงานล่าสุดดังนี้ครับ
ภาพลิงค์ที่แปะไว้
หลังจากนั้น ทางห้างได้อพยพคนและปิดตึกห้างสรรพสินค้าเป็นการด่วน
ภาพลิงค์ที่แปะไว้

ภาพลิงค์ที่แปะไว้

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ช่องสยามธุรกิจ เสนอข่าว ASN Broker เปิดเกมรุกตลาดนายหน้าประกัน ชูกลยุทธ์ QC การขายแบบ Tele Marketing 100%

ช่องสยามธุรกิจ เสนอข่าว ASN Broker เปิดเกมรุกตลาดนายหน้าประกัน ชูกลยุทธ์ QC การขายแบบ Tele Marketing 100%
ช่องสยามธุรกิจ เสนอข่าว ASN Broker เปิดเกมรุกตลาดนายหน้าประกัน ชูกลยุทธ์ QC การขายแบบ Tele Marketing 100%

ASN Broker เปิดเกมรุกตลาดนายหน้าประกันในไทย ประกาศใช้กลยุทธ์ QC การขายแบบ Tele Marketing 100% ยึดหลักความถูกต้องตามกฏ คปภ.และประโยชน์สูงสุดของลูกค้า มัดใจผู้บริโภคขึ้นสู่ตำแหน่ง บริษัทยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งในดวงใจ “ธวัชชัย ชีวานนท์” ผู้บริหารไฟแรงระบุ วางระบบที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างแท้จริง การันตีไม่มีมัดมือชกแน่นอนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยื่นในอนาคต  ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปีนี้ 1,100 ล้านบาท โต 25% จากปีก่อน 

           
            นายธวัชชัย ชีวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASN Broker ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย และประกันชีวิตในระบบการขายผ่านโทรศัพท์ หรือ เทเล มาร์เก็ตติ้ง (Tele Marketing) ที่ได้มาตรฐานระดับแนวหน้าของไทย เปิดเผยถึงทิศทางการขยายธุรกิจนายหน้าประกันฯ ท่ามกลางกระแสการแข่งขันรุนแรงว่า  บริษัทฯ มุ่งสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างการยอมรับในกลุ่มผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างยอดขายและรายได้ เพื่อขึ้นสู่เป้าหมายบริษัทนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดกับพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมที่จะเติบโตและก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว



            เขากล่าวว่า การขึ้นสู่เป้าหมายบริษัทนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภค ในระบบการขายแบบ Tele Marketing ในประเทศไทย บริษัทฯ ใช้กลยุทธ์ยึดมั่นในมาตรฐานความถูกต้อง โปร่งใส ตามกฎกติกาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ตั้งแต่ขั้นตอนการขายจนถึงขั้นตอนกรรมธรรม์ถึงมือลูกค้า นอกจากนั้นยังมีระยะเวลาการตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัย (Free Look Period) โดยให้สิทธิ์ผู้เอาประกันภัยสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายในเวลาถึง 30 วัน เพื่อให้ลูกค้าซื้อประกันจากบริษัทฯด้วยความเต็มใจและพึงพอใจ

           “ความแตกต่างของการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิตของ ASN Broker ที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นโดยเฉพาะรายเล็กก็คือ เรามีระบบตรวจสอบการซื้อประกันของลูกค้า(QC : Quality control) ถึง 100% อย่างชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนการขายของ Tele Sale คือหลังจบการขายแล้ว จะมีทีม QC เข้ามาตรวจสอบการเจรจาซื้อขายระหว่างพนักงานและลูกค้าในทุกๆ สัญญา ว่าให้ข้อมูลกรมธรรม์กับลูกค้าครบถ้วนหรือไม่ ถูกต้องหรือไม่ ลูกค้ายินยอมซื้อด้วยความเต็มใจหรือไม่ ก่อนดำเนินการออกเอกสารสัญญาในลำดับขั้นตอนต่อไป เพื่อให้การซื้อประกันอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเพื่อป้องกันปัญหาการซื้อประกันที่ไม่รับความยินยอมจากผู้บริโภคอย่างแท้จริง ทำให้ที่ผ่านมาเราไม่มีปัญหากับลูกค้าเรื่องการซื้อประกัน ซึ่งเราเชื่อว่าระบบ QC ที่ดีจะทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น และได้รับประโยชน์สูงสุดจากการซื้อประกันทุกรายการ และในที่สุด ASN Broker จะเข้าไปนั่งอยู่ในใจลูกค้า”  นายธวัชชัยกล่าว

          ปัจจุบัน บริษัทฯ รับเป็นนายหน้าขายประกัน 2 ประเภทคือ ประกันวินาศภัยประกันภัยรถ ให้กับบริษัทประกันชั้นนำรวมกว่า 10 บริษัท มีสัดส่วนเบี้ยประกันถึง 75% ของเบี้ยประกันทั้งหมด และประกันชีวิตให้กับบริษัทประกันชีวิต 2 ราย มีสัดส่วนเบี้ยประกัน 25% ของเบี้ยประกันทั้งหมดประมาณ 880 ล้านบาทในปี 2557 ที่ผ่านมา โดยมีทีมขาย หรือ Telesale Agent รวม 200 คน และในปี 2558 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมกว่า 1,100 ล้านบาท เติบโตขึ้น 25% จากปี 2557 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าการเติบโตของภาพรวมอุตสาหกรรม โดยในปี 2557 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยประกันภัยรถยนต์มีมูลค่ารวม 117,903 ล้านบาทเติบโตติดลบ0.47% จากปีก่อน (ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย)
 "บริษัทมีจุดแข็งในการดำ เนินงานที่มีความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น โดยเฉพาะราย เล็ก ด้วยระบบการตรวจสอบการซื้อ ประกันของลูกค้าถึง 100% ตั้งแต่ขั้น ตอนการขายของทีมขายบริการหลัง การขาย ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบการเจรจาซื้อขายระหว่างพนักงานและลูกค้า ทำให้ที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยมีปัญหากับลูกค้าเรื่องการซื้อประกัน" นายธวัชชัยกล่าว

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนหาพาร์ต เนอร์ทางธุรกิจรายใหม่เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมี 2 แห่ง คือ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต และ บมจ.พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต นอกจากนี้ ยังมีแผนเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร จากปัจจุบันที่เน้นการขายเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย คาดว่าในปี 2559 จะเริ่มรุกกลุ่มลูกค้าองค์กรผ่านช่องทางขายตรง โดยปัจจุบันบริษัทมีลูกค้ารวมประมาณ 20,000 ราย

สำหรับปีนี้ตั้งเป้ามีเบี้ยประกันภัยรับรวม 1,100 ล้านบาท เติบโต 25% และตั้งเป้ามีกำไรจากค่าคอมมิชชั่นเฉลี่ย 20% หรือประมาณ 200 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 880 ล้านบาท เติบโต 8% จากประกันวินาศภัย 75% และประกันชีวิต 25%.

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กรมสรรพสามิต เผย บริษัทรถยนต์แห่ขึ้นราคารับภาษีใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.ปีหน้า

กรมสรรพสามิต เผย บริษัทรถยนต์แห่ขึ้นราคารับภาษีใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.ปีหน้า
กรมสรรพสามิต เผย บริษัทรถยนต์แห่ขึ้นราคารับภาษีใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.ปีหน้า

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยถึงโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2559 
โดยขณะนี้บริษัทรถยนต์ได้ทยอยส่งราคารถยนต์ให้แก่กรมสรรพสามิตพิจารณาปรับอัตราภาษีใหม่แล้วประมาณ 90%
ส่วนที่เหลืออีก 10% เป็นรถยนต์หรูราคาแพง ซึ่งมีทั้งที่ผลิตภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้
บริษัทรถยนต์ที่ได้เปิดสายการผลิตรถยนต์ภายในประเทศและที่นำเข้าทุกยี่ห้อและทุกรุ่นจะส่งราคารถยนต์
ให้แก่กรมสรรพสามิตเพื่อพิจารณาจัดเก็บภาษีรถยนต์ใหม่ได้อย่างแน่นอน

สำหรับอัตราภาษีใหม่ที่บรรดาค่ายรถยนต์ได้เริ่มทยอยส่งราคาใหม่ให้แก่กรมสรรพสามิตนั้น
พิจารณาแล้วพบว่า ราคารถยนต์ที่เสนอมาใหม่มีราคาขายสูงกว่าราคารถยนต์ที่ผลิตและจำหน่ายในปัจจุบัน
โดยมีสาเหตุหลักๆ 2 ประการคือ

1. บริษัทรถยนต์ได้พัฒนาคุณภาพของเครื่องยนต์ดีขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น และ
2. ผู้ผลิตได้ออกรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาขาย ณ ราคาปัจจุบันกับราคา ในอนาคตมีความแตกต่างกัน
ซึ่งทำให้ราคารถยนต์ในปีหน้าแพงขึ้น

ขณะที่รถกระบะหรือปิกอัพจะเสียภาษีแพงขึ้นคันละ 10,000-30,000 บาท รถยนต์ราคาหลักล้านบาท
แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท จะเสียภาษีแพงขึ้นประมาณคันละ 40,000-100,000 บาท แต่หากเป็นรถยนต์หรูราคาหลายล้านบาท
อาจจะเสียภาษีแพงขึ้นตั้งแต่ 100,000 บาทจนถึง 400,000 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพลังงานที่ใช้และปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

อย่างไรก็ตามมีการยกตัวอย่างยี่ห้อรถยนต์ที่ต้องเสียภาษีเพิ่ม โดยยี่ห้อโตโยต้าเสียภาษีแพงขึ้น 12,000-450,000 บาท
ฮอนด้าเสียภาษีแพงขึ้น 5,000-120,000 บาท มาสด้า 85,000-140,000 บาท มิตซูบิชิ 8,000-140,000 บาท
เชฟโรเลต 20,000-120,00 บาท บีเอ็มดับเบิลยู 100,000-500,000 บาท และรถเบนซ์ 289,000-1 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ โครงสร้างภาษีใหม่ของกรมสรรพสามิตนั้นนอกจากการเก็บภาษีจะพิจารณาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้วยังพิจารณาจากพลังงานที่ใช้ด้วย
เช่น รถยนต์นั่งและรถโดยสารไม่เกิน 10 คน กรณีปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร
หากใช้พลังงานอี 10-20 เสียภาษี 30% แต่หากใช้พลังงานอี 85-เอ็นจีวี เสียภาษี 25% แต่หากเป็นเครื่องยนต์ไฮบริดเสียภาษี 10% เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูล  กรมสรรพสามิต

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

แท็กซี่ จอดแช่ เจอโทษปรับสูงสุด 1 พันบาท แก้วิกฤติจราจร วิภาวดี

แท็กซี่ จอดแช่ เจอโทษปรับสูงสุด 1 พันบาท แก้วิกฤติจราจร วิภาวดี
แท็กซี่ จอดแช่ เจอโทษปรับสูงสุด 1 พันบาท แก้วิกฤติจราจร วิภาวดี

พล.ต.ต.นิพนธ์ เจริญผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ช่วยงานด้านการจราจร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เร่งแก้ปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าสนามบินดอนเมืองอย่างเร่งด่วน จากพฤติกรรมแท็กซี่จอดแช่ป้าย โดยให้เปรียบเทียบปรับรถแท็กซี่ที่สร้างปัญหาในอัตราสูงสุด คือ 1,000 บาท

  พล.ต.ต.นิพนธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนจากผู้ใช้ถนนวิภาวดี เรื่องการจราจรติดขัดเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุมาจากรถแท็กซี่จอดแช่ป้ายบริเวณสะพานลอยหน้าสนามบิน เป็นเหตุให้รถติดสะสมจนท้ายแถวยาวไปถึงอนุสรณ์สถาน ทำให้ผู้ที่เดินทางจากรังสิตไปยังหลักสี่ได้รับผลกระทบทุกวัน

  ผมได้กำชับให้ สน.ในท้องที่เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วเสร็จโดยเร็ว และหากมีผู้ฝ่าฝืนจอดแช่ริมทางเท้า สร้างปัญหาการจราจร และส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้ทาง จะมีการปรับสูงสุด 1,000 บาท ทุกราย” พล.ต.ต.นิพนธ์ กล่าว

  นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ สน.ในท้องที่จัดทีมจราจรยืนประจำจุด เพื่อตรวจตราไม่ให้เกิดปัญหาการจราจรอีกเด็ดขาด

  พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการจราจร กล่าวว่า จะเริ่มดำเนินการจับปรับจริงภายในสัปดาห์นี้ โดยจะใช้อัตราโทษปรับสูงสุด 1,000 บาท ในทุกกรณี และเตรียมประสาน สน.ในท้องที่ ร่วมกับ บก.จร.ในการดำเนินการ

  พ.ต.อ.เอกรักษ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาแท็กซี่จอดแช่ป้ายเป็นปัญหาซ้ำซากมาอย่างยาวนาน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วิธีการไล่ไม่ให้จอด แต่เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่รถแท็กซี่ก็กลับมาจอดซ้ำอีก ดังนั้นถึงเวลาต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อให้ปัญหายุติลง

  ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในงานมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ขับแท็กซี่ที่ผ่านการอบรมพัฒนาศักยภาพและการบริการสำหรับผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะว่า แท็กซี่เป็นด่านแรกของการสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว ถือเป็นทูตทางวัฒนธรรมที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศ จึงต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดีบริการด้วยรอยยิ้ม

ภาพ CCTV สจส.กทม.

ที่มา http://www.asnbroker.co.th/news.php?id=726 

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

[เตือนภัย] ถูกเด็กแว้นไล่ฟันที่เลียบทางด่วนรามอินทรา บริเวณบึงพระราม 9 #เรื่องเด่นโซเชียล

[เตือนภัย] ถูกเด็กแว้นไล่ฟันที่เลียบทางด่วนรามอินทรา บริเวณบึงพระราม 9 #เรื่องเด่นโซเชียล
[เตือนภัย] ถูกเด็กแว้นไล่ฟันที่เลียบทางด่วนรามอินทรา บริเวณบึงพระราม 9 #เรื่องเด่นโซเชียล
สมาชิกเว็บไซต์พันทิปหมายเลข "688016" ได้ตั้งกระทู้

[เตือนภัย] ถูกเด็กแว้นไล่ฟันที่เลียบทางด่วนรามอินทรา บริเวณบึงพระราม 9 โดยนำมาจากเหตุการณ์ที่แชร์ในโซเชี่ยล 
ผมขอนำมาแชร์ จากเพื่อนๆชาวสองล้อ ในfacebook ท่านหนึ่ง เพิ่งประสบเหตุการณ์มาหมาดๆเมื่อคืนนี้เองครับ
อาจจะยาวไปซักหน่อยนะครับ

ใครคิดว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ ขอเชิญแชร์ครับ

ผมเริ่มเขียนสเตตัสนี้ตอน 0.46 นาที
ของวันที่ 2 สิงหาคม 2558
ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้าน ปลอดภัยดี ไม่มีบาดเจ็บที่ไหน

นี่ไม่ใช่เรื่องแต่ง
นี่คือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อเกือบชั่วโมงที่แล้ว

ผมถูกเด็กแว้นไล่ฟันที่เลียบทางด่วนรามอินทรา บริเวณบึงพระราม 9 ครับ
และดูแล้วคาดว่าน่าจะเป็นเด็กแว้นแถวๆ นั้น ซึ่งถ้ามันใกล้ สน. ขนาดนั้นแล้วยังปล่อยให้มีเด็กแว้น "พกดาบ" มาได้ ผมก็ไม่ไว้ใจตำรวจไทยหรือใครหน้าไหนอีกแล้ว

และวันนี้ทำให้ผมตัดสินใจเลิกปั่นจักรยานตอนกลางคืนเด็ดขาด
ไม่ว่าจะปั่นคนเดียว หรือปั่นแบบเป็นกลุ่ม
เลิกเด็ดขาด

------------------------------------------------------------------------------------

สถานการณ์ตอนที่ผมออกมา : ผมโทรแจ้งตำรวจ แจ้งทะเบียนรถ แจ้งเบาะแสตามที่พยานบุคคลแถวนั้นเห็นแล้ว แต่เห็นว่าต้องแจ้ง สน. แถวๆ พระราม 9 ซึ่งไม่ทันการใดๆ ทั้งสิ้นแล้ว เพราะผู้กระทำความผิดหนีไป ผมตัดสินใจหนีกลับบ้านทันที เนื่องจากเกรงว่าอาจจะย้อนกลับมาพร้อมพวกแถวๆ นั้น แต่มีพี่แท็กซี่และ รปภ. ที่ศูนย์ทางด่วนพระรามเก้ายืนยันว่าถ้ามีเจ้าหน้าที่มาจะช่วยแจ้งให้

ซึ่งเอาจริงๆ ผมไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรหรอก เอาตัวเองให้รอดก็พอแล้ว

------------------------------------------------------------------------------------

คนที่ทำร้ายผม เป็นคนอายุน้อยกว่า น่าจะสิบเก้ายี่สิบโดยประมาณ ผอม สูงประมาณ 170 เซ็นติเมตร (เท่าๆ ผม) ใส่ผ้าปิดปากเพื่ออำพรางหน้า (ซึ่งทำให้ผมคาดว่าชำนาญแล้ว และน่าจะพักอยู่แถวนั้น) พกดาบยาวประมาณครึ่งเมตร

เหตุการณ์คือ ผมปั่นจักรยานเพื่อที่จะไปที่ RCA ไปดูคอนเสิร์ตที่ Sleeping Sheep เล่น ผมปั่นชิดขอบทางด้านซ้ายมาตลอด และในเมื่อไม่มีใครไปด้วย ผมจึงจำเป็นต้องปั่นคนเดียวเพื่อไปพบรุ่นพี่ที่นั่น

พอถึงบริเวณบึงพระราม 9 มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาทางด้านซ้าย เหมือนๆ จะขับมาใกล้ๆ และหาว่าผมปั่นจักรยานไม่ดูทาง ทั้งที่เขาตั้งใจจะมาปาดผม หลังจากนั้น เขาขับไปจอดดักหน้าผมตรงปากซอยเข้าชุมชนตรงบึงพระรามเก้า (ปากซอยศูนย์บริการทางหลวงพระราม 9 เช่นกัน) และหยิบ "ดาบ" พุ่งมาเพื่อหวังจะฟัน และแทงผม

พร้อมกับพูดว่า "จะเอาไง" "จะเอาเหรอ" "มีปัญหาเหรอ"
และ "ปั่น ยิ้มอะไรไม่ดูทางเลยวะ"

"มีเงินเท่าไหร่"
"ถ้ากูล้มจะจ่ายกูเท่าไหร่"
ผมไม่มีเงิน

มันกลับไปที่รถผม แล้วบอกว่ารถแพงนี่ แล้วฟันล้อหน้า ฟันล้อหลัง ฟันไฟที่รถผม รื้อกระเป๋าหน้าที่ผมติดที่หน้ารถ

เมื่อไม่พบเงิน มันจึงกลับมาหาผมอีกรอบแล้วบอกว่า "มีเงินเท่าไหร่ ค้นเจอกูเอาหมดนะไอ้สัส"
สิ่งที่ผมทำได้คือถอย และมันเดินมาเงื้อดาบ เนื่องจากผมไม่ได้พกเงินไปเยอะเลยในตอนนั้น และเริ่มไล่ฟันผม

สิ่งที่ผมทำได้คือเอาหมวกกันน๊อคจักรยานกันดาบมันไว้ครั้งนึงด้วยความกลัว
พอคนเริ่มมาเยอะ มันเลยหนีไปพร้อมดาบของมัน

พยานแถวนั้นไม่มีใครเห็นรูปพรรณสัณฐานที่ชัดเจนเลย
และที่แย่กว่านั้นคือผมจำเลขทะเบียนไม่ได้

โชคดีที่ผมไม่ได้รับบาดเจ็บ

-------------------------------------------------------------------------------

ไม่ว่าคุณจะปั่นมาคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม
สิ่งที่เราจะได้เจอในประเทศไทยคือเด็กแว๊นติดอาวุธพร้อมปล้นชิงทรัพย์
หรือรถซิ่งที่เหยียบไม่สนจักรยาน จนมีข่าวนักปั่นเสียชีวิตหลายรายอย่างที่ได้ทราบ

เ ร า ต้ อ ง ถื อ ปื น ไ ป ปั่ น จั ก ร ย า น ด้ ว ย ใ ช่ ไ ห ม ค รั บ ถึ ง จ ะ ป ล อ ด ภั ย

และผมขอถามตำรวจครับว่า

ป ล่ อ ย ใ ห้ มี เ ด็ ก แ ว๊ น ติ ด อ า วุ ธ อ ย่ า ง นี้ ไ ด้ ยั ง ไ ง
ร ถ ซิ่ ง อี ก
อื่ น ๆ อี ก

ค น ปั่ น จั ก ร ย า น ต้ อ ง ถื อ ว่ า เ ข า ต้ อ ง รั บ ผิ ด ช อ บ ชี วิ ต ตั ว เ อ ง
เ พี ย ง เ พ ร า ะ พ ว ก เ ร า เ สื อ ก อ ย า ก อ อ ก ม า ปั่ น เ อ ง เ ห ร อ ค รั บ

ถ้าวันนี้ผมไม่โชคดีจริงๆ ผมต้องตายโดยที่เด็กแว๊นคนนั้นก็จะถูกจับและส่งแค่สถานบำบัดสันดาน แล้วก็ อ อ ก ม า ทํ า แ บ บ เ ดิ ม ใ ช่ ไ ห ม ค รั บ

------------------------------------------------------------------------------

ถ้าทำให้บ้านเมืองปลอดภัยหรือจัดการพวกยิ้มนี่ไม่ได้

อย่าทำเลนจักรยานเลยครับ
คนเจ็บคนตายเปล่าๆ

อย่าบอกว่าบ้านเมืองเราน่าอยู่เลยครับ
เพราะกูเพิ่งจะเกือบตายมา

ต้องให้มีคนตายก่อนถึงจะมีการปรับปรุง งี้เหรอครับ

ไม่สิ มีคนตายไปกี่คนแล้วล่ะ แล้วทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมมั้ย

------------------------------------------------------------------------------

นี่ไม่ใช่เรื่องที่ว่ากูสำออยหรือไม่
นี่คือเรื่องของบรรทัดฐาน มาตรฐานความปลอดภัยของสังคมนี้
และระบบการทำงานของผู้ช่วยรักษากฎหมายที่ช้ากว่าไทยมุง

สรุปแล้ว

ถ้าไม่คิดว่าจะป้องกันตัวเองได้จริงๆ
อย่าปั่นเลยครับจักรยาน

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

อ้อ
รูปนี้ คือของที่ระลึกจากการปั่นวันนี้ของผมครับ

ดูแลตัวเองเถอะครับ อย่าคาดหวังการพัฒนาอะไรจากบ้านเมืองนี้เลย

ขอรับรองทุกอย่างว่าเรื่องที่เขียนทั้งหมดคือเรื่องจริง
ลงชื่อ ธิติวัฒน์ รองทอง

จากลิ้งนี้ครับ
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10206343575725023&set=a.1273185466508.2043010.1136046290&type=1

ในยามวิกาล การเดินทาง ทุกครั้ง ASN Broker (ประกันภัยรถยนต์) อยากแนะนำว่า เราอาจต้องคำนึงถึงความปลอดภัยบนท้องถนน มากกว่าช่วงเวลาปกติ นะครับ ทั้งตัวเราเองที่ล้ากับการเดินทางในยามกลางคืน หรือ คนที่ไม่ประสงค์ดีต่อเราครับ

ที่มา http://asnbroker.co.th/news.php?id=723

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ดีเดย์! 17 ส.ค. ปิดถนนพหลโยธิน เปิดทางสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ดีเดย์! 17 ส.ค. ปิดถนนพหลโยธิน เปิดทางสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว
ดีเดย์! 17 ส.ค. ปิดถนนพหลโยธิน เปิดทางสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว

เริ่ม! 17 สิงหาคมนี้ เตรียมปิดการจราจรตลอดแนวถนนพหลโยธิน บริเวณหมอชิต - คูคต ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว(หมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต)


นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป จะเริ่มปิดการจราจรตลอดแนวถนนพหลโยธิน จากบริเวณหมอชิต - คูคต รวมระยะทาง 18.7 กิโลเมตร ในเวลา 22.00 - 05.00 น. เพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต)




"การปิดจราจรดังกล่าว เพื่อให้ผู้รับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวทำการสำรวจระบบสาธารณูปโภคที่จะต้องรื้อย้าย เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และจะมีการปิดการจราจรถาวรเพื่อก่อสร้างโครงสร้างงานโยธาอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี"  นายพีระยุทธ เผย

สำหรับแผนการปิดการจราจรนั้น จะปิดฝั่งละ 1 ช่องจราจร และปิดช่องจราจรฝั่งละครึ่งเลน ในกรณีที่ลงพื้นที่โดยใช้เครื่องมือขนาดเบาก่อสร้าง ถ้าใช้เครื่องมือขนาดใหญ่ อาทิ ตัวขุดเจาะวางฐานราก สามารถปิด 1 ช่องจราจรได้

ทั้งนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต) จะสร้างเป็นทางยกระดับตลอดสาย ระยะทาง 18.7 กิโลเมตร มี 16 สถานี ตามแผนคาดว่าจะเปิดบริการราวเดือนกุมภาพันธ์ 2563

สำหรับใครที่เดินทางประจำเส้นพหลโยธิน ช่วง หมอชิต คูคต  ASN Broker แนะนำให้หลีกเลี่ยงไปเป็นเส้น วิภาวดี หรือ รัชดาภิเษกและวิงทะลุซอยลัดเอานะครับ น่าจะสะดวกรถที่ต้องติดบนถนนในเวลานานๆ

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิธีรู้ล่วงหน้า ก่อนรถเสีย

วิธีรู้ล่วงหน้า ก่อนรถเสีย
วิธีรู้ล่วงหน้า ก่อนรถเสีย

              มีคนสงสัยว่าเราจะมีโอกาสรู้กันล่วงหน้าก่อนรถจะเสียได้หรือไม่โดยไม่ต้องพึ่งพาหมอดูมาผูกดวงทายอนาคต ก็ต้องตอบว่า “ได้” แต่ก็คงจะไม่ทุกเรื่องไป ASN Broker(ประกันภัยรถยนต์) จึงอยากนำเสนอข้อมูลวิธีในการตรวจเช็ค และดูแล รถยนต์ยานพาหนะ ที่เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว

                ส่วนใหญ่แล้วพวกรถที่มีเรื่องเกิดการเสียหายขึ้นมา มักออกอาการหรือมีการเตือนล่วงหน้า เพียงแต่ว่าเราจะรู้หรือไม่เท่านั้นเอง ว่านี่เป็นการบ่งบอก... “ชั้นกำลังจะแย่แล้วนะ” สมควรพาไปหาหมอ...เอ๊ย...ไปเจอช่างได้แล้ว ก่อนที่จะไปหมดลมสิ้นสติกลางทาง

                เครื่องยนต์

                อย่างแรกคงต้องพูดกันถึงเรื่องเครื่องยนต์ เนื่องจากมันเป็นตัวสร้างพลังในการขับเคลื่อนถ้าสตาร์ทไม่ติดเครื่องยนต์ดับ เร่งไม่ขึ้น หรือวิ่งชักกระตุกคงไม่ดีนัก โดยเฉพาะอีตอนเครื่องดับแล้วสตาร์ทไม่ติด ช่วงการจราจรติดขัด สามารถสร้างความปวดหัวให้แก่ผู้ที่เป็นเจ้าของได้มาก


                สตาร์ทแล้วขี้เกียจ

                โอกาสที่เครื่องยนต์จะน็อคไปเฉย ๆ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนนั้น มันมีทางเป็นไปได้แต่ไม่มากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะมีการแสดงอาการให้รับรู้กันไว้ก่อน เราต้องหมั่นสังเกตและเอาใจใส่อาการของรถ เช่น สตาร์ทยากกว่าปกติ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์สตาร์ทไม่ค่อนหมุน อันนี้อาจเกิดปัญหากับตัวแบตเตอรี่ หรือมอเตอร์สตาร์ทหมุนดีแต่ต้องสตาร์ทกันยาวกว่าเคย แบบนี้ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจน่าจะลองขับรถไปให้ช่างตรวจเช็คซักหน่อย สาเหตุมันอาจเกิดขึ้นจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น  องศาไฟจุดระเบิดไม่ถูกต้อง ระบบจุดระเบิดทำงานไม่สมบูรณ์ หรือมีปัญหากับระบบจ่ายเชื้อเพลิง

                สำหรับการตรวจเช็คง่าย ๆ ว่าเป็นที่ระบบจุดระเบิดหรือไม่ ถ้าพอมีฝีมือทางช่างติดปลายนิ้วอยู่บ้าง อาจทดสอบโดยการจี้สายหัวเทียนลงเดินทดสอบประกายไฟ ในกรณีที่มีประกายไฟสมบูรณ์และแน่ใจว่าหัวเทียนไม่มีปัญหา อายุการใช้งานไม่นานมากนัก ก็น่าจะเป็นที่ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ซึ่งมีปัญหาสองประการ คือ จ่ายเชื้อเพลิงมากเกินไป ทำให้หัวเทียนบอดไม่สามารถจุดประกายไฟได้ และเกิดขึ้นจากจ่ายเชื้อเพลิงน้อย อัตราส่วนผสมบางจนไม่เพียงพอต่อการจุดระเบิด หรือทำให้เกิดอาการสตาร์ทติดยาก ส่วนจะเป็นที่น้ำมันจ่ายมาหรือน้อยเกินไปนั้นเราพอจะตรวจเช็คกันได้ง่าย ๆ โดยให้ใครลองสตาร์ทเครื่องแล้วลงมายืนอยู่ท้ายรถ คอยสังเกตจากกลิ่นของไอเสียขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ ถ้าพบว่าไอเสียมีกลิ่นเหม็นของน้ำมันคละคลุ้ง แสดงว่าจากน้ำมันมากจนหัวเทียนบอด และกรณีที่ไม่ได้กลิ่นน้ำมันเลย เป็นการแสดงว่าน้ำมันจ่ายน้อยเกินไป
 
                เบาแล้วยุกยิก

                ทั่วไปแล้วเครื่องยนต์เค้าออกแบบมาให้สามารถเดินเบาได้อย่างราบเรียบ ด้วยเหตุนี้ถ้าพบว่าช่วงเดินเบาเครื่องยนต์ไม่นิ่งเท่าที่ควร รองบเครื่องขยับไปมาไม่อยู่เฉยเดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ หรือรอบเครื่องเดินเบาตกต่ำกว่าปกติ อีแบบนี้ย่อมมีปัญหาแน่นอน สมควรที่จะนำรถไปให้ช่างเค้าตรวจเช็คดู เพราะแสดงว่ามันไม่ชอบพามากลซะแล้ว แต่ก่อนที่จะเสียกะตังค์ให้ช่าง ลองตรวจเช็คระบบพื้นฐานกันก่อน เช่น ไส้กรองอากาศสกปรกมีการอุดตันหรือเปล่า เจ้าของรถบางท่านไม่ชอบเปลี่ยนไส้กรองอากาศเล่นเป่ากันลูกเดียว ถ้าไส้กรองมีอายุการใช้งานมานาน การเป่าก็ไม่สามารถทำให้ไส้กรองปลอดโปร่งโล่งจมูกได้ แม้จะดูด้วยสายตาว่าสะอาดดีก็ตาม พวกฝุ่นผงจะเข้าไปซุกตัวซ่อนอยู่ข้างในเนื้อกระดาษกรอง ปิดกั้นทางเดินของอากาศเอาไว้ ยิ่งเป็นพวกไส้กรองชุบน้ำยานั้นเค้าห้ามเป่าทำความสะอาด เนื่องจากยิ่งเป่ายิ่งทำให้อุดตัน ถ้าสกปรกก็เปลี่ยนกันลูกเดียว หรืออาจจะใช้วิธีเคาะทำความสะอาดได้บ้าง ในกรณีที่อายุการใช้งานยังไม่เยอะเท่าไหร่นัก



                เร่งไม่ลื่นหรือมีอาการสะดุด

                เมื่อพบว่าเครื่องยนต์เร่งได้ไม่ลื่นเหมือนเคย แถมยังมีอาการสะดุดในบางจังหวะแสดงให้รับทราบว่าเครื่องยนต์มีการผิดปกติ อาการเหล่านี้อาจจะเกิดเป็นประจำหรือนาน ๆ ครั้งก็ตาม สมควรจะเอารถไปให้ช่างลง

มือตรวจเช็ค ก่อนที่อาการจะหนักหนาสาหัสถึงขั้นไม่ยอมวิ่ง จะช้าจะเร็วมันก็ต้องลงมืออยู่แล้ว รีบจัดการโดยเร็วดีกว่า เดี๋ยวรถเกิดไปเสียกลางทางจะยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ คราวนี้แทนที่จะแค่ขับรถเข้าอู่อาจต้องเปลี่ยนเป็นลากเข้าอู่แทน ทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มซะเปล่า ๆ

                ตรวจเช็คจากน้ำมันเครื่อง

                การตรวจเช็คระดับของน้ำมันเครื่องไม่ใช้เพียงแค่ดูว่ามีน้ำมันเครื่องหรือไม่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เราสามารถดูอาการของเครื่องยนต์ และปกป้องอาการเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้ก่อนลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โต เพียงแค่เพิ่มรายละเอียดในการตรวจเช็คอีกนิดหน่อยเท่านั้นเองตามความเป็นจริงทั่วไปสำหรับรถที่มีสุขภาพดีระดับน้ำเครื่องมักจะไม่ขาด กว่าจะลดระดับลงมาถึงขีดล่าง ก็มักจะถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องกันแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเติมเพิ่ม ยกเว้นมีการใช้งานหนัก หรือมีการเดินทางต่างจังหวัดด้วยความเร็วสูง อันเป็นเหตุให้น้ำมันเครื่องร้อนและเกิดการระเหยตัวมากกว่าปกติ ตรงนี้อาจทำให้น้ำมันเครื่องลดระดับลงไปได้ และถึงแม้วัดกี่ครั้งน้ำมันเครื่องยังอยู่ในระดับที่ถูกต้อง เราก็จำเป็นต้องทำการตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องกันเป็นประจำ

                วิธีตรวจเช็ควัดระดับของน้ำมันเครื่อง ตัวรถต้องอยู่ในแนวระดับเดียวกัน ไม่ใช่เอียงหน้าเอียงหลังหรือตะแคงข้างอันใด และควรทำการตรวจเช็คหลังจากปิดสวิทซ์ดับเครื่องยนต์แล้วอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่ดับเครื่องปุ๊บตรวจปั๊บแบบเด็กปั๊มที่ให้บริการตามปั๊มน้ำมันแบบนั้นวัดเท่าไหร่ก็ขาด เพราะน้ำมันเครื่องยังค้างอยู่ตามชิ้นส่วนต่าง ๆ

                ระดับน้ำมันที่ถูกต้อง ควรจะอยู่ระหว่างขีดบนกับขีดล่างของเหล็กวัด คือ ถ้าอยู่ในระหว่าง 2 ขีดนี้ถือว่าเป็นอันใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องขึ้นไปแตะอยู่ที่ขีดบนเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปน้ำมันเครื่องระหว่างขีดบนกับขีดล่างจะมีประมาณ 1 ลิตร

                เคยเจออยู่หลายคนที่ชอบเติมน้ำมันเครื่องเกินกำหนด เช่น พวกรถที่เครื่องยนต์ไม่สู้ดีเริ่มหลวม หรือรถที่ใช้เดินทางต่างจังหวัด โดยอ้างว่าเป็นการเติมเผื่อเอาไว้ บางคนอาจคิดว่าในการเติมน้ำมันเครื่องเกินนิดเกินหน่อยไม่เป็นไรอันที่จริงแล้วปริมาณน้ำมันเครื่องที่เกินนั้นได้ผลร้ายต่อเครื่องยนต์มากมาย และอาจรุนแรงถึงระดับเครื่องยนต์เสียหายได้เลยทีเดียว เพราะจำนวนน้ำมันที่เพิ่มจะไปกระแทกกับข้อเหวี่ยงทำให้เครื่องยนต์เกิดแรงต้านทาน เครื่องยนต์ร้อนกว่าปกติ อัราเร่งลดลง และสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น แรงกระแทกของข้อเหวี่ยงหรือก้านสูบงอ และจากการที่ข้อเหวี่ยงไปตีกับน้ำมันเครื่องจะทำให้เกิดเป็นฟองอากาศ ถ้าเครื่องยนต์ดูดเจ้าฟองอากาศเข้าไปหล่อลื่นชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ หมายความว่าช่วงนั้นจะขาดน้ำมันในการหล่อลื่นกลายเป็นอากาศแทน ทำให้ชิ้นส่วนเกิดการสึกหรอเร็วกว่าธรรมดา หรืออาจถึงระดับชำรุดเสียหายเลยก็เป็นได้ ดังนั้นถ้าตรวจพบว่าน้ำมันเครื่องเกินขีดกำหนด ควรทำการแก้ไขโดยเร็วไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
 
                น้ำมันเครื่องพร่องเร็วเกินควร ในกรณีที่มีการใช้งานปกติ ไม่ได้ใช้งานหนักหรือขับด้วยความเร็วสูงในการเดินทาง และไม่พบว่ามีควันขาวออกมาทางปลายท่อไอเสียเมื่อใช้รอบเครื่องยนเกินกว่า 2,000 รอบต่อนาทีขึ้นไป เป็นการบอกให้ทราบว่ามีการรั่วไหลในระบบหล่อลื่นเกิดขึ้นแล้ว ให้รีบตรวจเช็คดู จุดที่เป็นเรื่องมักเกิดขึ้นแถวปะเก็นฝาครอบวาล์ว ปะเก็นอ่างน้ำมันเครื่อง สกรูว์ตัวถ่ายน้ำเครื่อง และซีลหน้าเครื่อง โดยสังเกตได้จากร่องรอยสกปรกตามจุดที่รั่ว หรือรอยหยดของน้ำมันเครื่องบนพื้น แต่ถ้าไม่เจอรอยสกปรกและรอยหยอบนพื้น จุดรั่วมักเกิดขึ้นที่ตัวซีลหลังเครื่อง หรือประเก็นฝาสูบแตกแล้วน้ำมันเครื่องรั่วเข้าไปปนในระบบน้ำหล่อเย็น

                ละอองน้ำบนเหล็กวัดน้ำมันเครื่อง  มักปรากฏให้เห็นเมื่อมีความชื้นเกิดขึ้นในอ่างน้ำมันเครื่อง โดยเกิดขึ้นหลังจากการขับรถลุยน้ำ ด้วยเหตุนี้หลังจากมีรายการขับรถลุยน้ำฝ่าฝน จึงควรตรวจดูเช็คระดับน้ำมันเครื่อง และสังเกตว่ามีละอองน้ำเล็ก ๆ เกาะอยู่ที่ก้านเหล็กวัดหรือเปล่า และถ้าระดับสาหัสมีน้ำเข้าไปปะปนกับน้ำมันเครื่องเป็นจำนวนมาก น้ำมันเครื่องที่ติดปลายเหล็กวัดมาจะเปลี่ยนสีเป็นสีของกาแฟใส่นม แบบนี้ต้องรีบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรองโดยเร็วที่สุด ก่อนเครื่องยนต์จะเกิดการเสียหาย

                คุณภาพของน้ำมันเครื่อง  เราก็พอจะดูได้จากอีตอนตรวจเช็คระดับของน้ำมันเครื่องนี่แหละ ถ้าพบว่ามีฟองอากาศเกาะอยู่ที่เหล็กวัดน้ำมันเครื่อง แสดงว่าอาจเป็นน้ำมันเครื่องเสื่อมคุณภาพ หรือน้ำมันเครื่องปลอมปน เพราะในน้ำมันเครื่องเค้าจะใส่สารป้องกันการเกิดฟองเอาไว้ เป็นการป้องกันไม่ให้มีการดูดเอาฟองอากาศไปหล่อลื่นชิ้นส่วนแทนน้ำมันเครื่อง เมื่อพบว่ามีฟองอากาศให้รีบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง อย่าปล่อยเอาไว้หรือเกิดความเสียดายแม้จะเพิ่งเปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาก็ตาม เมื่อเทียบกับความสึกหรอหรือเครื่องยนต์เสียหายแล้วมันไม่คุ้ม และให้สังเกตสีของน้ำมันเครื่องที่ปลายเหล็กวัด ถ้าพบว่าเปลี่ยนสีเป็นสีดำหรือเข้มขึ้นอันนี้น่าจะแปลว่า น้ำมันมีคุณภาพสูง จากคุณสมบัติของสารซะล้างที่เค้าใส่ไว้ในน้ำมันเครื่อง พวกใช้เท่าไหร่น้ำมันก็ไม่ยอมเปลี่ยนสียังคงใสสะอาดเหมือนเพิ่งเปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาเมื่อวานซืน แบบนี้กลับน่ากลัวกว่า เพราะอาจเป็นน้ำมันเครื่องปลอมซึ่งไม่มีสารเพิ่มคุณภาพในการซะล้างเขม่าก็ได้

                สิ่งปะปนในน้ำมันเครื่อง  บ่งบอกให้ทราบว่าไส้กรองน้ำมันเครื่องมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ด้วยเหตุนี้เวลาที่ตรวจเช็คระดับน้ำมันเครื่องควรยอมมือเปื้อนเล็กน้อยโดยการลองขยี้น้ำมันเครื่องที่ติดปลายเหล็กไม้วัด ตามปกติควรจะรู้สึกเหมือนมีเฉพาะฟิล์มน้ำมันไม่มีสิ่งใดเจือปน แต่ถ้าพบว่ามีลักษณะสากเหมือนมีฝุ่นผงปะปนอยู่แสดงว่ามีปัญหากับไส้กรองน้ำมันเครื่องแล้วโดยเฉพาะผู้ที่นิยมใช้น้ำมันเครื่องกันนานกว่าจะเปลี่ยนถ่าย ควรใส่ใจกันเป็นพิเศษ เพราะไส้กรองน้ำมันเครื่องอาจมีอายุการใช้งานไม่นานเท่าหรืออาจไปเจอไส้กรองคุณภาพต่ำ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แห่ชื่นชม! ตร.สำราญราษฎร์ปั่นซาเล้งเคลียร์สิ่งกีดขวางบนถนน

แห่ชื่นชม! ตร.สำราญราษฎร์ปั่นซาเล้งเคลียร์สิ่งกีดขวางบนถนน
แห่ชื่นชม! ตร.สำราญราษฎร์ปั่นซาเล้งเคลียร์สิ่งกีดขวางบนถนน

แห่ชื่นชมตำรวจสน.สำราญราษฎร์ ปฎิบัติการเคลียร์ถนนด้วยรถซาเล้ง
เมื่อวันที่ 14 ก.ค. เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร - บก.02 ได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะปฎิบัติการ "clear the road"  ด้วยรถซาเล้ง พร้อมระบุข้อความว่า
"ปล่อยสายตรวจซาเล้ง ออกปฎิบัติการ clear the road วันนี้ สายตรวจซาเล้ง สน.สำราญราษฎร์ ปั่นจักรยานสามล้อ
ออกตรวจจับสิ่งของที่มาตั้งวางบนถนนอุณากรรณ และ ซอยลงสระ โดยรถซาเล้งสามารถบรรทุกสิ่งของขนาดใหญ่
ที่มีผู้นำมาตั้งวางกั๊กที่บนถนนสาธารณะได้เป็นอย่างดี และไม่ต้องใช้น้ำมัน สามารถเข้าตรวจในตรอก ซอกซอยได้
มีเจ้าหน้าที่ประจำรถ 2 นาย เพื่อควบคุมรถ ได้ของกระทำผิดมาเยอะมากครับ"
ทั้งนี้หน่วยดังกล่าวเริ่มปฏิบัติการภายใต้ชื่อ "จราจรสำราญ ชุดสายตรวจรถจักรยานและสายตรวจรถซาเล้ง" 
เนื่องจากรถกระบะหลวงอยู่ระหว่างดำเนินการซ่อม  ทางตำรวจจึงได้ขอยืมจักรยานสามล้อจากโรงน้ำแข็งศิริพงษ์
ไปปฎิบัติการเก็บกวาดสิ่งของที่ตั้งวางกีดขวางบนถนนบริพัตร ก่อนนำมาดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ ทั้งยังพบว่า
รถซาเล้งนั้นบังคับได้ดีและใช้บรรทุกของผิดกฎหมายได้จำนวนมาก
หลังภาพนี้ถูกเผยเเพร่ออกไปได้มีชาวเน็ตเป็นจำนวนมากเข้ามาแซวว่า  "สน.สำราญราษฎร์ นี่สำราญจริงๆ"
อีกหลายคนก็พากันให้กำลังใจกับการทำหน้าที่เพื่อประชาชน
ภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/152824254906413/photos/pcb.390817231107113/390817104440459/?type=1&theater