วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

เคล็ดลับ? แจ้ง เคลมประกันภัยรถยนต์ ชั้น1 ให้ได้แบบฟรีๆ ! #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

เคล็ดลับ? แจ้ง เคลมประกันภัยรถยนต์ ชั้น1 ให้ได้แบบฟรีๆ ! #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์
เคล็ดลับ? แจ้ง เคลมประกันภัยรถยนต์ ชั้น1 ให้ได้แบบฟรีๆ ! #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

วิธีการแจ้งบริษัทประกันภัยขอเลขเคลมเพื่อสั่งซ่อมรถแบบไม่มีคู่กรณี


หลายครั้งที่คุณสาวๆ ทั้งหลายขับรถไปแล้วเกิดเฉี่ยวหรือชนเข้ากับวัตถุที่อยู่ริมถนนโดยไม่ตั้งใจ เช่น กระถาง กระบะปลูกต้นไม้หน้าบ้าน หรือแม้แต่กำแพง หรือเสารั้วตอนที่จะเลี้ยวเข้าบ้าน หรือบางทีก็โดนรถจักรยานยนต์เฉี่ยวเอาตัวอย่างสีแล้วหนีไปซะงั้น ไม่สามารถตามตัวได้ รู้ทั้งรู้อยู่ว่ารถเรามีประกันภัยชั้น ๑  แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะเคยได้ยินมาแต่ว่า การเคลมประกันเพื่อสั่งซ่อมนั้นต้องมีคู่กรณี ๒ ฝ่าย คือเรากับฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่คราวนี้เราเป็นผู้ก่อเหตุซะเองกับสิ่งไม่มีชีวิต หรือผู้ก่อเหตุหนีไปในกลีบถนนแล้วเนี่ย เราจะทำยังไงดี จะเคลมแบบไม่มีคู่กรณีได้มั้ย ขอเชิญติดตาม

การแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์เพื่อขอเลขเคลมสั่งซ่อมแบบไม่มีคู่กรณีนั้น สามารถทำได้ และทำกันมาหลายแล้วด้วย พอๆ กับการแจ้งเคลมแบบมีคู่กรณีนั่นแหละ เพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกวันและทุกเวลา

MotorInsurance-ประกันภัยรถยนต์

ขั้นตอนการแจ้งเพื่อนำรถเข้าซ่อม

๑. แจ้งไปที่ศูนย์บริการที่เราซื้อรถคันนี้มาว่า เราจะนำรถเข้าซ่อม โดนอะไรก็แจ้งเขาไป แล้วทางศูนย์บริการก็จะบอกให้เราไปแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อขอเลขเคลม
๒. ไปที่บริษัทประกันภัยที่เราได้ทำไว้ แล้วแจ้งทางบริษัทว่าจะขอเลขเคลมเพื่อจะนำรถเข้าซ่อม ทางบริษัทประกันภัยจะให้เขียนรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุ
ทริคการแจ้งรายละเอียดของการเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี
-แจ้งวัน เวลาของการเกิดอุบัติเหตุให้ใกล้วันที่แจ้งเคลมให้มากที่สุด เช่น แจ้งเคลม ๖ พ.ย. ก็แจ้งวันที่เกิดเหตุว่า เกิดเหตุวันที่ ๕ พ.ย. เป็นต้น หรือถ้าไปแจ้งตอนบ่าย ก็แจ้งในใบแจ้งรายละเอียดว่าเกิดเหตุตอนเช้าวันที่แจ้งไปเลย เพราะถ้าแจ้งวัน เวลาตามความเป็นจริง บริษัทอาจจะหัวหมอโดยอ้างว่าเกิดเหตุนานมาแล้วไม่รีบแจ้ง อาจจะยึกยักให้เราปวดเศียรเวียนเกล้าได้
-แจ้งการเกิดเหตุโดยแจ้งว่าได้ชนหรือเฉี่ยวกับสิ่งไม่มีชีวิต เช่น กระถาง กำแพง เสารั้ว แต่ต้องให้ดูสมจริงด้วย ไม่ใช่ว่าแผลอยู่ตรงกับแนวไฟท้าย แต่แจ้งว่าชนกระถาง ใครๆ ก็รู้ว่าไม่ใช่ แบบนี้ก็อาจโดนเล่นแง่ได้เหมือนกัน เรื่องแจ้งว่าชนกับอะไรนั้น ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่าเราขับไปชนอะไรมา แต่ในกรณีชนแล้วหนีเนี่ย ต้องแต่งเรื่องนิดหน่อย โดยอย่าบอกว่าโดนชนแล้วหนีเด็ดขาด เพราะอาจจะโดนเล่นแง่ให้ไปตามคู่กรณีได้ ดังนั้นถ้าให้ชัวร์ แจ้งว่าชนกับสิ่งไม่มีชีวิตดีที่สุดครับ
-สามารถแจ้งขอเลขเคลมได้ทั้งคัน ไม่ว่าจชนมานานแค่ไหน แต่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า ให้แจ้งวัน เวลาที่เกิดเหตุให้ใกล้วันแจ้งให้มากที่สุดจะดีที่สุด ถ้ามีหลายแผลหลายรอยก็ต้องคิดกันหน่อยตรงนี้
๓. ทางบริษัทประกันภัยอาจะขอดูรถเรา ก็ให้เขาดูไป แต่ถ้าไม่ได้เอารถมาด้วย ก็สามารถนัดวันให้บริษัทมาดูได้ แต่ถ้าเขาไม่พูดถึงเราก็ไม่ต้องถาม
๔. เมื่อได้เลขเคลมมาแล้วก็แล้วแต่เราล่ะว่าจะนำรถเข้าซ่อมเมื่อไร ไม่จำเป็นว่าได้เลขเคลมมาแล้วต้องนำรถเข้าซ่อมทันที แต่ใบเคลมนี้มีอายุประมาณ ๑ ปี
๕.เมื่อจะนำรถเข้าซ่อมก็นำรถไปที่ศูนย์บริการที่เราซื้อรถมาพร้อมนำใบเคลมติดไปด้วย ยื่นใบเคลมให้ พร้อมเซ็นชื่อสั่งซ่อม ทางศูนย์บริการจะนัดวันมารับรถ หรือหากว่าเป็นการซ่อมไมไหญ่ เช่น โดนทุบกระจก บริษัทประกันจะแนะนำอู่ให้เราถือใบเคลมไปเปลี่ยนเอง แบบนี้เราก็สามารถรอรถได้เลย
--หากชื่อเจ้าของรถไม่ตรงกับชื่อคนแจ้งเคลมก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะคนที่มีพลขับส่วนใหญ่ก็จะให้พลขับเป็นคนเซ็นใบเคลม แต่ถ้าบริษัทยึกยักเล่นแง่หัวหมอ ก็อธิบายไปตามความจริง เช่น ชื่อสามี แต่เราเป็นคนใช้รถ หรือบอกว่า เราเป็นภรรยาของเจ้าของรถ ถ้ายังเรื่องมากอีกก็ใช้ไม้ตายขุ่ว่าจะถอนประกันภัยแล้วจะไปทำประกันภัยกับบริษัทอื่น รับรองรายไหนรายนั้น ยอมทำให้แน่นอน
ปล.ที่บอกว่าเพื่อคุณสุภาพสตรีเพราะคิดว่าคุณผู้ชายคงทราบดีอยู่แล้ว

ที่มา : http://www.asnbroker.co.th 
MotorInsurance

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

เมื่อ รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ต้องทำอย่างไร #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

เมื่อ รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ต้องทำอย่างไร #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง
เมื่อ รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ ต้องทำอย่างไร #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

ทำอย่างไรเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
1. ตั้งสติให้มั่น โทรศัพท์แจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์พร้อมจดชื่อผู้รับแจ้ง วัน เวลาทุกครั้ง
2. ขอชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และทะเบียนรถคู่กรณีทุกครั้ง
3. ท่านควรใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะเจ้าหน้าที่สำรวจอุบัติเหตุอาจจำเป็นต้องโทรศัพท์หาท่านเพื่อสอบถามราย ละเอียดเส้นทางจากท่าน
4. ถ้าลักษณะอุบัติเหตุไม่แน่ชัด ไม่มีฝ่ายใดยอมรับผิด อย่าเคลื่อนย้ายรถออกจากที่เกิดเหตุ ให้แจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจทำเครื่องหมายแสดงตำแหน่งรถทั้งสอง ฝ่ายก่อน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งแยกถึงจะเคลื่อนรถออกจากที่เกิดเหตุ และไม่ควรยินยอมหรือทำการตกลงใด ๆ ก่อนได้รับคำยินยอมจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์
5. รอพนักงานสำรวจอุบัติเหตุหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการตรวจสอบความเสีย หาย ณ ที่เกิดเหตุ และพนักงานของบริษัท ประกันภัยรถยนต์ จะออกหลักฐานการ จัดซ่อมให้ หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานรับแจ้งอุบัติเหตุ โดยทุกครั้งจะได้รับเลขที่และชื่อผู้รับแจ้งเหตุเพื่อไว้อ้างอิงในการติดต่อ คราวต่อไป หากมีผู้บาดเจ็บควรนำส่งโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลใกล้เคียงโดยเร็ว
6. เมื่อตรวจสอบแล้วผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายผิด บริษัท ประกันภัยรถยนต์ จะชดใช้ความเสียหายสำหรับรถยนต์ที่เอาประกันภัยและรถยนต์ของคู่กรณี รวมถึงหากมีความบาดเจ็บหรือการสูญเสียชีวิตภายใต้ความคุ้มครองที่ซื้อไว้ หากผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายถูกบริษัทจะชดใช้ความเสียหายของรถยนต์ของผู้เอา ประกันภัยรวมถึงค่ารักษาพยาบาลภายใต้ความคุ้มครองของพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ ส่วนที่เกินผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องได้จากคู่กรณีโดยตรง
7. การซ่อมรถ ก่อนทำการซ่อมผู้เอาประกันภัยจะต้องนำรถไปให้บริษัท ประกันภัยรถยนต์ ตรวจสอบความเสียหาย พร้อมประเมินราคาก่อนซ่อม หากมีอู่ประจำสามารถให้อู่นั้นเสนอราคาพร้อมนำใบเสนอราคามาตกลงค่าซ่อมด้วย การซ่อมอู่นอก ผู้เอาประกันภัยต้องเป็นผู้สำรองจ่ายค่าซ่อมไปก่อน แล้วนำใบเสร็จรับเงินมาแสดงต่อบริษัทเพื่อทำการจ่ายคืนให้ ยกเว้นกรณีอู่นอกนั้นยินยอมรับค่าซ่อมจากบริษัทโดยตรง และให้นำรถมาตรวจสอบ การซ่อมทั้ง 2 กรณี

MotorInsurance-#ประกันภัยรถยนต์
กรณีเป็นผู้เห็นเหตุการณ์
ผู้เห็นเหตุการณ์ขอให้รีบนำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่ใกล้และสะดวกที่สุด เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายโดยแจ้งว่าเป็นผู้บาดเจ็บโดยอุบัติเหตุจาก รถควรตรวจดูว่ารถคันที่ก่อให้เกิดเหตุ มีการประกันภัยรถยนต์หรือไม่มี ประกันภัยรถยนต์ กับบริษัทอะไร เลขที่เท่าใด จำทะเบียนรถ เพื่อที่จะแจ้งกับโรงพยาบาลและบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ได้ถูกต้อง

กรณีมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
1. ต้องแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์ให้ทราบรายละเอียดและไม่ควรเจรจาตกลงใด ๆ จนกว่าจะได้รับความยินยอมจากบริษัทฯ
2. หากท่านจะต้องถูกควบคุมตัวและซื้อความคุ้มครองประกันตัวในคดีอาญา บริษัท ประกันภัยรถยนต์ จะนำหลักทรัพย์มาประกันตัวท่านโดยเร็ว
3. พนักงานสอบสวนไม่มีสิทธิ์ควบคุมตัวหากไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัสต้องรักษาเกิน 20 วัน
4. ช่วยเหลือนำส่งผู้ประสบภัยหรือแจ้งหน่วยกู้ภัยหรือโรงพยาบาล
5. ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามความเหมาะสม


กรณีถูกชนแล้วคู่กรณีหลบหนี
1. จดหมายเลขทะเบียนรถคู่กรณี และบันทึกวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุไว้
2. แจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ โดยระบุในใบแจ้งความว่า เพื่อดำเนินคดี
3. แจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์ตามปกติ

ข้อมูลสำหรับแจ้ง บริษัทประกันภัยรถยนต์
ควรจัดเตรียมรายละเอียดได้แจ้งเจ้าหน้าที่ของบริษัท ประกันภัยรถยนต์ เพื่อมิให้เกิดความล่าช้า หรือขลุกขลัก ดังต่อไปนี้
1. ชื่อผู้เอาประกันภัย และหมายเลขกรม
ธรรม์
2. เลขทะเบียน ยี่ห้อ และสีของรถประกัน
3. ชื่อคนขับ และสาเหตุการเกิดโดยย่อ
4. สถานที่เกิดเหตุ จุดที่สังเกตุเห็นได้ชัด และจุดนัดหมาย (กรณีต้องรอเจ้าหน้าที่บริษัท ประกันภัยรถยนต์ )
5. ถามชื่อผู้รับแจ้ง พร้อมเวลาที่แจ้ง

กรณีรถสูญหาย
1. รีบแจ้งให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ทราบทันที
2. แจ้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถ โทร. 0-2245-9059, 0-2245-6951
3. แจ้ง จส.100 โทร. 1137 หรือแจ้ง ร่วมด้วยช่วยกัน โทร. 1677

ที่มา : http://www.asnbroker.co.th 


MotorInsurance



วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

พูดไม่ออก! ส่งรถเคลมประกันภัยรถยนต์ไป"ซ่อมสี" แต่อู่พาไปคว่ำพังยับ #ประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

พูดไม่ออก! ส่งรถเคลมประกันภัยรถยนต์ไป"ซ่อมสี" แต่อู่พาไปคว่ำพังยับ #ประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์
พูดไม่ออก! ส่งรถเคลมประกันภัยรถยนต์ไป"ซ่อมสี" แต่อู่พาไปคว่ำพังยับ #ประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์



สมาชิกพันทิปที่ใช่ชื่อว่า "คุณชายประสิทธิ์" ได้โพสต์กระทู้แชร์ประสบการณ์การนำรถเข้าซ่อมอู่ในเครือของบริษัทประกันภัยชื่อดัง แต่กลับได้รับความเสียหายมากขึ้น เนื่องจากทางอู่นั้นนำรถของลูกค้าออกไปใช้
โดย "คุณชายประสิทธิ์" ได้เผยว่า เดิมรถของตนนั้นได้ขับรถไปชนเสา และเป็นรอยบุบด้านหลังเล็กน้อย จึงได้โทรเคลมกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ทำไว้ ซึ่งทางพนักงานก็แจ้งให้นำรถเข้าซ่อมกับอู่แห่งหนึ่ง ใน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นอู่ในเครือของประกันเอง
หลังเวลาผ่านไปประมาณ 10 วัน ทางอู่ได้แจ้งว่า รถซ่อมเสร็จและรอประกันมาถ่ายรูป แต่แล้วจากนั้น 2 วัน ทางอู่ก็ได้แจ้งไปยังบริษัทประกันสาขาสุราษฎร์ธานี ว่าได้ขับรถไปพลิกคว่ำ แต่ไม่มีพนักงานเคลมติดต่อให้เจ้าของรถทราบแต่อย่างใด
ASNBroker-MotorInsurance
สภาพรถก่อนส่งเคลมประกัน
พอเจ้าของรถทราบเรื่อง จึงได้แจ้งไปยังบริษัทประกันสาขากรุงเทพฯ ถึงได้มีพนักงานติดต่อให้เขียนคำร้อง และให้พนักงานย้ายรถออกจากอู่ทันที
แต่หลังจากเจ้าของรถโทรไปหาทางผู้จัดการบริษัทประกัน สาขาจ.สุราษฎ์ อีกครั้ง ว่ารถของตนนั้นอยู่ที่ใด กลับได้รับคำตอบว่า "รถยังอยู่ที่อู่เดิม" จากนั้นจึงได้มีการนัดเจราไกล่เกลี่ยกันที่สถานีตำรวจ จึงได้ความว่า ทางอู่ที่นำรถไปคว่ำนั้น จะเป็นผู้ซ่อมรถเอง แล้วจำดำเนินการให้ศูนย์แบนด์รถดังกล่าวตรวจสภาพ และรับรองให้ได้ตามมาตรฐาน พร้อมจ่ายเงิน 80,000 บาท แล้วนัดเจอส่งมอบรถในวันที่ 10 ธันวาคม 2557
แต่พอถึงวันนัดหมายรับรถ อู่กลับซ่อมรถไม่เสร็จ เจ้าของรถจึงได้ไปแจ้งความที่ อ.เวียงสระ ว่าจะรถออกมาจากอู่ แต่ร้อยเวรบอกว่า ไม่สามารถนำรถออกมาได้ เนื่องจากเกรงจะติดข้อหาบุกรุก ซึ่งสร้างความประหาดใจให้กับเจ้าของรถว่า รถคันดังกล่าวนั้นเป็นของตน แต่ตำรวจกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย จากนั้นเจ้าของรถต้องดำเนินการจ้างทนายเพื่อฟ้องร้องต่อศาลเอง เนื่องจากบริษัทที่ได้ทำประกันไว้ ไม่มีทนายมาช่วยเลย พร้อมกันนี้ ยังได้ยื่นคำร้องไปที่บริษัทประกัน สำนักงานใหญ่ ความว่า
"ข้าพเจ้าได้นำรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ ทะเบียน กพ 2546 สุราษฏร์ธานี เข้าซ่อมที่อู่โอ๋เซอร์วิส เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2557 ประมาณ 10.00 น ซึ่งพนักงานสินมั่นคงระบุว่า เป็นอู่ในเครือของบริษัทสินมั่นคงประกันภัยตามใบเคลมระบุว่า รถมีความเสียหายที่กระโปรงหลังและกันชนหลังเล็กน้อย เนื่องจากถอยหลังชนเสา
สอบถามค่าใช้จ่ายในการซ่อมกับเจ้าของอู่ไม่เกินวงเงิน 20,000 บาท และใช้เวลาในการซ่อมประมาณ 1 อาทิตย์ หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน ได้โทรไปสอบถามที่อู่.... ซึ่งได้รับคำตอบว่า รถซ่อมเสร็จแล้วคอยพนักงานมาถ่ายรูปตรวจสภาพรถ
ถัดมาอีก 2 วัน ประมาณวันที่ 21 ตุลาคม 2557 อู่โทรมาแจ้งว่า ได้นำรถฮอนด้าซิตี้ ทะเบียน กพ 2546 ไปพลิกคว่ำ เมื่อข้าพเจ้าเดินทางไปดู ซึ่งขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่อู่ได้ลากรถมาไว้ที่อู่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ารถเสียหายพังยับทั้งคัน ซึ่งข้าพเจ้าไม่อนุญาตให้อู่นำรถคันดังกล่าวไปใช้เลย
และหลังจากนั้นก็ได้เจรจากับทางอู่ โดยอู่โอ๋ก็ไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ให้แก่ข้าพเจ้าเลย และในขณะเดียวกัน เมื่อรถของข้าพเจ้าโดนอู่นำไปพลิกคว่ำ และอู่ก็แจ้งมาที่บริษัทประกันแห่งหนึ่ง สาขาสุราษฏร์ธานี แต่ไม่มีพนักงานเคลมติดต่อให้ข้าพเจ้าทราบเลย
ข้าพเจ้าก็เลยโทรแจ้งมาที่บริษัทประกัน สาขากรุงเทพ ถึงมีพนักงานเคลมติดต่อมาและให้เขียนคำให้การเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม และข้าพเจ้าแจ้งกับพนักงานเคลมไปว่าให้ย้ายรถออกจากอู่ืั้นำรถไปคว่ำทันที เพราะข้าพเจ้าไม่ไว้วางใจอู่อีกต่อไป
นอกจากนี้ พนักงานเคลมแจ้งกับข้าพเจ้าภายหลังว่า อู่ดังกล่าวนั้น ไม่ใช่อู่ในเครือทั้งที่ก่อนเกิดเหตุได้ระบุในใบเคลมว่าเป็นอู่ในเครือ
ข้าพเจ้าได้ติดต่อไปที่ผู้จัดการบริษัทประกันสาขาสุราษฏร์ธานี ก็บอกกับข้าพเจ้าว่าจะนัดเจรจาระหว่างข้าพเจ้ากับอู่ แต่ก็ยังไม่ได้เจรจาซักที และตอนนี้ทำไมรถของข้าพเจ้ายังอยู่ที่อู่เดิม และอู่นั้นก็ไม่ใช่อู่ในเครือของบริษัทประกัน แต่ทำไมถึงมาซ่อมรถของข้าพเจ้าได้ เลยสอบถามมายังผู้จัดการบริษัทประกัน สาขาสุราษฏร์ธานีและได้รับคำตอบว่า "ผมไม่ทราบ"
จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าบริษัทประกันภัยต้องรับผิดชอบชดเชยค่าเสียให้กับข้าพเจ้า เพราะข้าพเจ้าได้นำรถเข้าไปซ่อมที่อู่ตามใบเคลมของบริษัทซึ่งอยู่ในความดูแลของบริษัทโดยตรง ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้บริษัทซื้อรถคันใหม่มาแทนรถคันเก่า เพราะรถคันเก่านั้นซ่อมยังไง
ก็ไม่อาจกลับสู่สภาพเดิมได้"

สภาพรถหลังจากที่อู่แห่งหนึ่งนำไปใช้จนเกิดอุบัติเหตุ
ASNBroker-MotorInsurance

ASNBroker-MotorInsurance

ASNBroker-ประกันภัยรถยนต์
ASNBroker-ประกันภัยรถยนต์

ทาง ASNBROKER ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ รู้สึกเห็นใจ คุณชายประสิทธ์. หวังว่าจะได้รับการแก้ไขปัญหาจาก ผู้รับผิดชอบในเร็ววันนะครับ
สำหรับเรื่องก็ถือเป็นcase study อย่างดีแกบริษัทประกัน ในการตรวจสอบอู่ที่ดีให้แก่ลูกค้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีกไม่ว่ากับใครก็ตาม

ที่มา:  http://www.asnbroker.co.th


MotorInsurance

วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

เคลมประกันอย่างมีเชิง ประมาทเลินเล่อประกันไม่คุ้มครองจริงหรือ : #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันภัยรถยนต์

เคลมประกันอย่างมีเชิง ประมาทเลินเล่อประกันไม่คุ้มครองจริงหรือ : ASN Broker ต่อประกันรถยนต์ #ประกันภัยรถยนต์
เคลมประกันอย่างมีเชิง ประมาทเลินเล่อประกันไม่คุ้มครองจริงหรือ : #ประกันภัยรถยนต์  #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันภัยรถยนต์

เรื่อง : สุวัฒน์ สุขสัมฤทธิ์

          เล่มที่ผ่านมาทิ้งท้ายไว้ว่า ต่อแต่นี้จะเน้นเอากระบวนการเคลมประกันภัยรถยนต์มาเล่าสู่กันฟัง ทั้งนี้เพื่อบรรดามือเก๋าจะได้ทบทวนความจำ ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นแนวทางให้มือใหม่ได้ศึกษาว่าจะควรทำอย่างไร เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนและต้องเคลมประกันภัย

          โดยเฉพาะมือใหม่จากนโยบายรถยนต์คันแรกบรรดาบริษัทประกันภัยรถยนต์ต่างตาหน้าออกมาสารภาพอย่างหน้าชื่นอกดรมาว่า ทำให้สถิติการเคลมสินไหมประกันภัยพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว จึงส่งผลให้หลายบริษัทต้องจัดกระบวนทัพรับมือผู้เอาประกันภัยกลุ่มนี้เป็นการเฉพาะ

          นัยว่าบางบริษัทถึงขนาดอบรมพนักงานเคลม เพื่อให้บริการบรรดามือใหม่ป้ายแดงโดยตรง โดยตั้งสมมติฐานว่าพนักงานเคลมที่ไปให้บริการนั้น ต้องแจกแจงให้ผู้เอาประกันภัยเข้าใจอย่างละเอียดยิบว่า แต่ละขั้นตอนในการเคลมประกันภัยผู้เอาประกันภัยควรทำอย่างไร

          เพราะถ้าปล่อยให้หลงทางหลงประเด็นเข้าใจผิดประการใดขึ้นมา ผู้ที่เสียหายย่อมเป็นบริษัทประกันภัย เพราะภาพลักษณะจะเสียหายย่อยยับ โดยด่ามา 3 วัน 3 คืน หรือวัดความยาวตัวอักษรได้หลายร้อยกิโลเมตร แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏสังคมได้รับรู้เพียงแค่เสี้ยววินาทีด้วยข้อความสั้น...เข้าใจผิด

          แต่อย่างว่าล่ะครับ พฤติกรรมของพนักงานเคลมที่ถูกชิพฝังหัวเอาไว้ ทำหน้าที่แค่ไปให้ถึงผู้เอาประกันภัย ณ จุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด และเก็บรายละเอียดให้มากที่สุดเท่านั้นเอง ส่วนหลังจากให้ใบเคลมต่อผู้เอาประกันภัยแล้ว ก็คงปล่อยให้ผู้เอาประกันภัยงงไปไก่ตาแตกโทรฯทวงถามบริษัทโดยตรงเอาเองว่าจะทำอย่างไรต่อ

          อย่างเช่นกรณีรถปิกอัพอเนกประสงค์ของเจ้าของรีสอร์ตแห่งหนึ่งได้ไปแจ้งเคลมเอาไว้ว่าฝาท้ายรถยนต์เสียหาย ปรากฏว่ามาเร็วเคลมเร็วอย่างที่โฆษณาเอาไว้ ถ่ายรูปจดรายละเอียดเสร็จสรรพส่งใบเคลมให้แล้วหายจ๋อยไปเลย

          ล่วงมากกว่า 3 เดือนแล้วเจ้าของรีสอร์ตรายนั้นยังงง ๆ อยู่เลยว่าจะทำอย่างไรต่อ จนเรื่องราวล่วงรู้มาถึงผมนั่นแหละจึงถึงบางอ้อว่า บริษัทประกันภัยไม่อนุมัติเคลม อ้างว่าเกิดจากความประมาทของผู้เอาประกันภัยเอง

          มาตรา 879  ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในวรรคแรกบัญญัติไว้ว่าผู้รับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในเมื่อความวินาศภัยหรือเหตุอื่นซึ่งได้ระบุไว้ในสัญญานั้นได้เกิดขึ้น เพราะความทุจริตหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์
 

          การที่ฝาท้ายรถยนต์ยุบ โดยลักษณะการยุบเด้งจากด้านในไปด้านนอกอย่างนี้ ฝ่ายประเมินความเสียหายของบริษัทประกันภัย ย่อมคาดการณ์ได้ว่าต้องเกิดจากการกระทำของเจ้าของรถยนต์หรือลูกจ้างอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะทำของหนักหล่นใส่หรือบรรทุกอะไรที่หนักเกินกว่าฝาท้ายรถจะรับได้ส่วนจะถูกรถยนต์คันอื่นชนไม่น่าจะใช่ เพราะถ้ารถชนลักษณะของความเสียหาย อาการยุบจะต้องเด้งจากนอกไปด้านใน
Motor Insurance

          ซึ่งในภายหลังผู้เอาประกันภัยเจ้าของรีสอร์ตยอมรับว่าได้นำรถไปบรรทุกเสาเข็มและหล่นใส่ฝากระบะท้ายอย่างแรง

          ดังนั้นประเด็นที่จะต้องถกเถียงกันต่อไปว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือเกิดจากอุบัติเหตุในการขนย้ายวัสดุ

          คุณอำนวย สุภเวทย์ ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายประกันภัยได้ดีความถึงความประมาทเลินเล่อไว้ว่า ความประมาทเลินเล่อนั้นมี 2 ระดับคือความประมาทเลินเล่อไม่ถึงกับประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงระดับหนึ่ง และความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงอีกระดับหนึ่ง

          ประมาทเลินเล่อคือการกทำที่ปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยหรือพฤติการณ์ ส่วนความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นการกระทำที่เบี่ยงเบนไปจากมาตรฐานอย่างมาก เช่น คาดเห็นได้ว่าความเสียหายนั้นอาจเกิดขึ้นได้ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หากใช้ความระมัดระวังสักเพียงเล็กน้อย เท่านั้นก็คงคาดเห็นได้ว่าอาจเกิดความเสียหายเช่นนั้นขึ้น

          ที่สำคัญมีสุภาษิตกฎหมายบทหนึ่งว่าเลินเล่ออย่างร้ายแรงมีผลมีผลเท่ากับจงใจกระทำความผิด (Gross negligent is held equivalent to intentional wrong)

          ถ้าว่าตามการดีความดังกล่าวนี้ เจ้าของรีสอร์ตที่ผมกล่าวถึงในฐานะผู้เอาประกันภัยคงต้องจ่ายค่าซ่อมเอง เพราะเข้าข่ายประมาทเลินเล่ออย่าร้ายแรง รู้ทั้งรู้ว่าการใช้รถไปขนย้ายเสาเข็มที่มีความหนักย่อมที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวรถยนต์อย่างแน่นอน

          แต่อย่าเพิ่ง ซ.ต.พ. นะครับ ถ้าเอาคำพิพากษาฏีกามาเทียบเคียงก็จะพบความจริงของกฎหมายข้อหนึ่งว่า ข้อยกเว้นความรับผิดของผู้รับประกันภัยตามมาตรา 879 ต้องเกิดเพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับผลประโยชน์เท่านั้น

          บุคคลผู้ถือเสมือนหนึ่งผู้เอาประกันภัย เช่น ผู้ขับขี่รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้รับประกันภัยดังเช่นในกรณีตามคำพิพากษาฎีกาต่อไปนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่เข้าข่ายยกเว้นความผิดของผู้รับประกันภัย เพราะมีสุภาษิตกฎหมายกล่าวไว้ว่า “ข้อยกเว้นต้องตีความโดยเคร่งครัด”
MotorInsurance

          คำพิพากษาฎีกาที่ 1720/2639 มาตรา 879 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นบทบัญญัติยกเว้นความรับผิดของผู้เอาประกันภัย จึงต้องดีความโดยเคร่งครัด ตามมาตราดังกล่าว ผู้รับประกันภัยจะหลุดพ้นความรับผิดเมื่อความเสียหายนั้นเกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่อย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือของผู้รับประโยชน์ เท่านั้น การที่บุตรของผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ขับรถไปเกิดอุบัติเหตุ วินาศภัยที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้เกิดจากการกระทำของผู้เอาประกันภัย บริษัทจำเลย จึงไม่พ้นความรับผิด

          อ้าว! บุตรในคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวมันย่อมไม่แตกต่างไปกว่าลูกจ้างของเจ้าของรีสอร์ต งานนี้ทำไปทำมาบริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าสินไหม

          อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะบริษัทประกันภัยยึดหลักสุจริตใจ เชื่อว่าผู้เอาประกันภัยย่อไม่ตั้งใจให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับค่าซ่อมไม่สูงมากนัก เอาใจลูกค้าเพื่อได้ต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยในปีต่อไปกันดีกว่า จึงหยวนไม่ต้องมาดีความตามตัวบทกฎหมาย

          เพียงแต่ขอความกรุณาให้ผู้เอาประกันภัยทำจดหมายขออนุโลมไม่ให้นำเอาเงื่อนไขยกเว้นมาบังคับใช้ โดยเหตุที่ต้องทำจดหมายนั้นไม่ใช่ต้องทำตามกฎหมายบังคับอะไรหรอก เพียงแต่เป็นสิ่งการันตีว่าผู้จัดการสินไหมทดแทนนั้น ๆ ได้ดำเนินการถูกต้องแล้ว แต่ต้องยกเว้นให้เพราะมองประโยชน์ของการตลาดเป็นหลัก

          เรื่องของการประมาทเลินเล่อจึงเป็นสาระสำคัญประการแรกที่ผู้เอาประกันภัยจำต้องรู้เชิงเอาไว้ให้มั่น เพราะเป็นข้ออ้างยอดฮิตที่เจ้าหน้าที่สินไหมทดแทนมักจะหยิบยกมาอ้าง ไม่เบี้ยว แต่ไม่จ่ายเพราะลูกค้าประมาทเอง

          เราจึงต้องมีเชิงได้กลับเอาไว้ก่อน ฉันประมาทตรงไหน !

          เจอลูกนี้เข้ารับประกันซ่อมฟรีคงต้องเจรจากันหลายยก และในที่สุดบริษัทประกันภัยคงต้องหยวน ๆ ให้ เพราะบริษัทประกันภัยยุคนี้ยืดหลัก “ค้าขายดีกว่าค้าความ” ครับพี่น้อง !

ที่มา : http://www.asnbroker.co.th/

Motor Insurance

 

วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

การขอรับค่าเสียหาย กรณีรถประสบเหตุ จากบริษัทประกันภัยรถยนต์ #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

การขอรับค่าเสียหาย กรณีรถประสบเหตุ  จากบริษัทประกันภัยรถยนต์ #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์
การขอรับค่าเสียหาย กรณีรถประสบเหตุ จากบริษัทประกันภัยรถยนต์ #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

ประชาชนทุกคนที่ได้รับอุบัติเหตุจากรถจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ไม่ว่าผู้ประสบภัยนั้นจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน ในรถหรือนอกรถ เป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร เจ้าของรถ คนเดินถนน หากได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอันเนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

 

การที่รัฐออกกฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องจัดให้มีประกันภัย อย่างน้อยที่สุด คือ การทำประกันภัยรถยนต์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ ที่ได้รับบาดเจ็บ/ เสียชีวิต เพราะเหตุประสบภัยจากรถ โดยให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงทีกรณีบาดเจ็บ หรือช่วยเป็นค่าปลงศพกรณีเสียชีวิต เป็นหลักประกันให้กับโรงพยาบาล/สถานพยาบาลว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาล ในการรับรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยจากรถ
เป็นสวัสดิการสงเคราะห์ที่รัฐมอบให้แก่ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายเพราะเหตุประสบภัยจากรถ ส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้ามามีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือนร้อน แก่ผู้ประสบภัยและครอบครัว



ความคุ้มครองเบื้องต้นตามพ.ร.บ.
ผู้ประสบภัย จะได้รับความคุ้มครองในความเสียหายที่เกิดขึ้น เป็นค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บ เป็นค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด บริษัทจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัย/ทายาทของผู้ประสบภัย ภายใน 7 วัน นับ แต่บริษัทได้รับคำร้องขอ ค่าเสียหาย ดังกล่าว เรียกว่า “ค่าเสียหายเบื้องต้น” โดยมีจำนวนเงินดังนี้
กรณีบาดเจ็บ จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน15,000บาท
กรณีเสียชีวิต จะได้รับการชดใช้เป็นค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพ จำนวน 35,000 บาท (เฉพาะกรมธรรม์คุ้มครองตั้ง แต่ 1 เมษายน 2546 เป็นต้นมา)
กรณีเสียชีวิตภายหลังการรักษาพยาบาล จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท และค่าปลงศพ จำนวน 35,000 บาท (เฉพาะกรมธรรม์คุ้มครองตั้ง แต่ 1 เมษายน 2546 เป็นต้นมา) รวมแล้วจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 50,000 บาท
ค่าเสียหายเบื้องต้น
หมายถึงค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล เช่น ค่ายา ค่าอาหารทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน ค่าอวัยวะเทียม ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจ ค่าห้อง และค่าอาหารตลอดเวลาที่เข้ารับการรักษา รวมถึงค่าพาหนะนำผู้ประสบภัยไปโรงพยาบาล แต่ทั้งนี้ไม่รวมค่าจ้างพยาบาลพิเศษและค่าบริการอื่นทำนองเดียวกัน ค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับรักษาพยาบาลนี้ ผู้ประสบภัยจะได้รับตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท


ข้อพึงปฏิบัติเมื่อประสบภัยจากรถ

เมื่ออุบัติเหตุรถยนต์เกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ หรือผู้พบเห็นควรปฏิบัติดังนี้
กรณีมีผู้บาดเจ็บ
1. นำคนเจ็บเข้ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและสะดวกที่สุดก่อน
2. แจ้งเหตุที่เกิดให้ตำรวจทราบ และขอสำเนาประจำวันตำรวจเก็บไว้
3. แจ้งเหตุบริษัทประกันภัยทราบ แจ้งวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ
4. เตรียมเอกสาร
ถ่ายสำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถคันเกิดเหตุ ภาพถ่ายสำเนาบัตรประชาชน หรือหลักฐานอื่นใดที่ออกโดยราชการกรณีเมื่อเรียกร้องค่าเสียหาย
5. ให้ชื่อ ที่อยู่ ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์เพื่อช่วยเหลือในการเป็นพยานให้แก่คนเจ็บ

การยื่นขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นผ่านโรงพยาบาล
เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ประสบภัย
ให้เตรียมเอกสารดังนี้


1.สำเนากรมธรรม์ของรถ (ใบเสร็จรับเงินจาก บริษัทประกัน)
2.สำเนาใบบันทึกประจำวันของตำรวจประทับตราโล่และสำเนาถูกต้องเอกสาร
3.สำเนาคู่มือรถหน้าจดทะเบียนและหน้ารายการเสียภาษีหรือสำเนาสัญญาซื้อขาย(สมุดเขียว /น้ำเงิน)
4.สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย
5.สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประสบภัย
6.สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ
7.สำเนาบัตรทะเบียนบ้านเจ้าของรถ
อย่างละ 2 ชุด

การเบิกค่าเสียหายเบื้องต้น ผู้ประสบภัยมากับรถคันไหนให้เบิกค่าเสียหายเบื้องต้นจากรถคันนั้น แต่ถ้าผู้ประสบภัยเป็นบุคคลภายนอกให้เบิกค่าเสียหายเบื้อต้นจากรถที่เกิดเหตุ(หรือเบิกจากกองทุนเงินทดแทน)

ดังนั้นกรณีที่มีผู้ประสบภัยจากรถ ท่านสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนโดยที่ท่านจะรับการรักษาด้วยความสะดวกรวดเร็วไม่น้อยกว่ามาตรฐานของโรงพยาบาล เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลผู้ประสบภัยหรือญาติจะต้องแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิตามพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และให้ญาติเตรียมเอกสารดังกล่าวข้างต้นให้กับโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลจะเป็นผู้ตั้งเบิกต่อบริษัทประกันแทนผู้ประสบภัย ตามค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นจริงไม่เกิน 15,000 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์

ผู้ป่วยที่ประสบภัยจากรถ ที่ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง มีอาการปวดศีรษะ อาเจียน ซึม ควรเข้ารับการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน โดยท่านสามารถใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถปี 2535 โดยท่านจะได้รับค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น 15,000 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ วันนี้ รับ Voucher ส่วนลด Carcare และกิจกรรมท่องเที่ยว

ที่มา : http://www.asnbroker.co.th 
Motor Insurance

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

โปรโมชั่น ISUZU D-MAX อีซูซุ ดีแมคซ์ ผ่อน 4,990 ถึง 31 ม.ค. 2558 #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันภัยรถยนต์

โปรโมชั่น ISUZU D-MAX อีซูซุ ดีแมคซ์ ผ่อน 4,990 ถึง 31 ม.ค. 2558 #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันภัยรถยนต์
โปรโมชั่น ISUZU D-MAX อีซูซุ ดีแมคซ์ ผ่อน 4,990 ถึง 31 ม.ค. 2558 #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันภัยรถยนต์

โปรโมชั่น อีซูซุ ดีแมคซ์ ISUZU D-MAX Super Daylight ข้อเสนอสุดพิเศษต้อนรับปีใหม่ ผ่อน 4,990 ภายใน เริ่มวันนี้ ถึง 31 มกราคม 2558
เริ่มเดือนใหม่และเข้าสู่ช่วงต้นปี 58 กันอีกแล้วและก็ยังคงมากันอย่างต่อเนื่องอีกเช่นเคย สำหรับโปรโมชั่นเด็ดๆ จากรถกระบะยอดนิยมแห่งยุคอีกหนึ่งรุ่น นั่นก็คือรถยนต์ ดีแม็กซ์ ซึ่งคราวนี้มาพร้อมกับชื่อโปรโมชั่นที่ว่า “ซื้อง่าย ตี๊ด…เดียว ISUZU D-MAX Super Daylight” ซึ่งเมื่อผู้เขียนได้อ่านดูแล้วก็ทำให้ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องตั้งชื่อแบบนี้นั่นก็เพราะว่าข้อเสนอต่างๆ ที่ให้มานั้นเรียกได้ว่าเป็นข้อเสนอที่โดนใจจนตัดสินใจออกรถง่ายๆ นั่นเอง หากว่าท่านใดยังตัดสินใจเนื่องจากว่าจะออกรถ อีซูซุ ดีแม็กซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ในช่วงไหนดี หากได้เห็นโปรโมชั่นนี้แล้วก็อาจจะตัดสินใจได้ไม่ยากเลยก็เป็นได้
ดีแม็กซ์ โฉมใหม่ล่าสุดได้รับการตกแต่งด้วยไฟตัดหมอกสว่างสดใสหรือที่เรียกว่าไฟเดย์ไลท์ อีกทั้งยังมีการเสริมระบบ Engine Start Stop มาช่วยในการรักษาถนอมเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานอีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่ เป็นการพลิกโฉมหน้ารถกระบะได้เลยทีเดียว ทำให้นึกไปว่าการออกแบบรถกระบะนั้นได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น โดยทำให้รถดูเด่นขึ้น ผู้ขับขี่มีความอบอุ่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น และแน่นอนว่าดีแม็กซ์รุ่นนี้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเช่นกัน และได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานไม่เพียงแค่การออกแบบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ตอบสนองทุกการเร่ง คล่องตัวสูง แข็งแกร่ง ประหยัด แบบ “ตี๊ด…เดียว” นั่นเอง

โปรโมชั่น ซื้อง่าย ตี๊ด…เดียว ISUZU D-MAX Super Daylight

ออกรถ ดีแม็กซ์ ซูเปอร์ เดย์ไลท์ ภายในเดือนมกราคม รับข้อเสนอพิเศษโดนใจที่ให้คุณเลือกได้ 4 แบบ ดังต่อไปนี้
– เลือก ซื้อง่าย ตี๊ด เดียว ให้ท่านออกรถง่ายๆ แถมยังมีบัตรกำนัลจากอีซูซุมูลค่ากว่า 10,000 มอบให้อีกด้วย หรือ
– เลือกดาวน์ต่ำสุดๆ เริ่มต้นเพียงแค่ 29,100 บาท เท่านั้น หรือ
– เลือกผ่อนสบายๆ เพียงแค่เดือนละ 4,990 พร้อมรับบัตรกำนัล ISUZU มูลค่ากว่า 15,000 บาท หรือ
– เลือกรับไฟแนนซ์พิเศษ พร้อมประกันภัยรถยนต์ชั้น1
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นโปรโมชั่นที่ใช้เงื่อนไขของสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ เริ่มมอบความสุขให้ลูกค้าแล้วตั้งแต่ 1 – 31 มกราคม 2558 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ
——————————————————————
สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 089-5201999 (นิเวศร์) หรือ Line: 0895201999
โปรโมชั่น D-MAX

New-ISUZU-D-MAX



















Motor Insurance


ที่มา : http://www.asnbroker.co.th/news.php?id=564

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

โปรโมชั่น Mitsubishi Pajero Sport ดอกเบี้ย 0% ถึง 31 ม.ค. 58 #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

โปรโมชั่น Mitsubishi Pajero Sport ดอกเบี้ย 0% ถึง 31 ม.ค. 58 #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์
โปรโมชั่น Mitsubishi Pajero Sport ดอกเบี้ย 0% ถึง 31 ม.ค. 58 #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

โปรโมชั่น มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ให้ท่านประหยัดด้วยการรับดอกเบี้ยพิเศษต่ำสุดๆ เพียง 0% พร้อมรับฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง ภายใน 31 ธันวาคม 2558
เป็นอีกหนึ่งรถยนต์อเนกประสงค์ที่ปัจจุบันนี้มีผู้คนจำนวนมากไว้วางใจ นั่นก็คือรถยนต์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ที่มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น หรูหราและที่สำคัญคือความดุดัน มีสมรรถนะที่บ่งบอกถึงความบึกบึนและแข็งแกร่ง พร้อมที่จะตอบสนองความต้องการในทุกสภาพถนน เพื่อที่จะนำพาทุกท่านไปได้ทุกที่ตามความต้องการ
Mitsubishi Pajero Sport 2014 ยังเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีเบาะนั่ง 7 ที่นั่ง เหมาะกับชีวิตครอบครัวมากที่สุด ภายในตกแต่งด้วยวัสดุที่หรูหรา สัมผัสถึงภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง พื้นที่ด้านท้ายรถกว้างขวางเพื่อบรรจุสัมภาระได้อย่างจุใจ เพิ่มพื้นที่การใช้งานให้กว้างขึ้นตามความต้องการได้ด้วยเบาะนั่งแบบพับเก็บได้หลากหลายสไตล์เพื่อปรับพื้นที่ให้ตรงกับสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ และสัมผัสถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อมอบความบันเทิงในระหว่างการเดินทางที่ทันสมัยและเต็มรูปแบบ
และสำหรับวันนี้ทางค่ายมิตซูบิชิ ก็ได้จัดข้อเสนอสุดพิเศษของรถยนต์อเนกประสงค์ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ มาให้แฟนๆ ที่ต้องการจับจองเป็นเจ้าของได้ตัดสินใจกันอีกแล้ว ข้อเสนอนี้มีระยะเวลาถึงปลายเดือนมกราคม 2558 นี้เท่านั้น โดยรายละเอียดต่างๆ มีดังต่อไปนี้

โปรโมชั่นรถยนต์ Mitsubishi Pajero Sport 2014 มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต

พิเศษเหนือใคร เมื่อท่านในช่วงปีใหม่กับ Mitsubishi Happy Festival รับไปเลยบัตรกำนัล บัตรของขวัญมูลค่าสูงสุด 25,000 บาท ฟรี, ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมงอุ่นใจในยามฉุกเฉิน และยังมีเสื้อยืดภาพวาดฝีพระหัตถ์ “มะแม แพะน่ารัก” มอบให้ด้วย
แล้วเลือกรับข้อเสนอพิเศษ:
ข้อเสอนที่ 1 ดอกเบี้ยต่ำสุดๆ เพียงแค่ 0% เมื่อดาวน์ที่ 25% และผ่อนนานกว่า 48 เดือน เป็นการคำนวนราคาจากรุ่น GT 2.5 AT 4WD โดยการเลือกข้อเสนอนี้ท่านจะได้ประหยัดค่าดอกเบี้ยถึง 94,000 บาท เลยทีเดียว
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมิตซูบิชิทั่วประเทศ ก่อนหมดเขตวันที่ 31 มกราคม 2558 นี้
ราคา ปาเจโร สปอร์ต
Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 2.5 GT 4WD ราคา 1,397,000 บาท
Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 3.0 GT 2WD ราคา 1,310,000 บาท
Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 2.5 GT 2WD ราคา 1,225,000 บาท
Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 2.5 GLS 2WD ราคา 1,031,000 บาท
Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 2.4 GLS 2WD ราคา 928,000 บาท
โปรโมชั่น Mitsubishi Pajero Sport




















Motor Insurance


ที่มา : http://www.asnbroker.co.th/news.php?id=563