วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เทียบสเป็ค Celerio/Mirage/Brio ใครเหนือใคร? : ASN Broker ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง



เทียบสเป็ค Celerio/Mirage/Brio ใครเหนือใคร? : ASN Broker ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

  Suzuki Celerio ถือเป็นอีโคคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดในตลาดบ้านเรา ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร รวมถึงราคาเปิดมาต่ำกว่าอีโคคาร์ทุกรุ่นในท้องตลาด แต่ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการพิจารณาเลือกรถสักคัน ก็คือความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้มา
 
     เราจึงเปรียบเทียบให้ดูระหว่าง Suzuki Celerio ใหม่ล่าสุด กับรถอีโคคาร์ที่วางตลาดอยู่ปัจจุบัน โดยเกณฑ์ในการเปรียบเทียบคือ Suzuki Celerio GLX รุ่นท็อปสุดซึ่งมีราคา 488,000 บาท กับรถอีโคคาร์เกียร์อัตโนมัติราคาไม่เกินรุ่นดังกล่าวเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบ ซึ่งครั้งนี้เราเลือก Honda Brio S AT ราคา 475,500 บาท และ Mitsubishi Mirage GLX AT ราคา 460,000 บาท มาเทียบให้ดูกัน ลองมาดูกันว่าคันไหนจะคุ้มกว่า
 
     มิติตัวถังและเครื่องยนต์
     ทั้งสามรุ่นที่เราเลือกมา เป็นตัวถังแบบแฮทช์แบ็ค 5 ประตูทั้งหมด โดย Mirage ได้เปรียบเรื่องขนาดตัวถังที่มากกว่าคู่แข่งอยู่ราว 100 มม.เลยทีเดียว รวมไปถึงระยะฐานล้อที่มากที่สุดอีกด้วย ซึ่งส่งผลต่อความกว้างภายในห้องโดยสาร ขณะที่ตัวเลขสมรรถนะต้องยกให้ Brio ที่ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า ขณะที่ทั้งสามรุ่นรองรับเชื้อเพลิงแบบ E20 เหมือนกันทั้งหมด
 
     อุปกรณ์ภายนอก
     รถยนต์ทั้ง 3 รุ่นถือเป็นรถยนต์รุ่นเริ่มต้นในตลาด ฉะนั้นอุปกรณ์มาตรฐานจึงไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก โดยมิราจเป็นรุ่นเดียวที่มาพร้อมล้อแบบกระทะพร้อมฝาครอบขนาด 14 นิ้ว ขณะที่คู่แข่งเป็นล้ออัลลอยขนาด 14 นิ้ว แต่ได้กระจกมองข้างที่มีระบบพับไฟฟ้ามาด้วย
 
     อุปกรณ์ภายใน
     ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ กระจกหน้าต่างไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่ Mirage สามารถปรับความสูงของเบาะคนขับได้ ซึ่งจะให้ความสะดวกสบายกับผู้ขับที่มีความสูงต่างกันไป ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังของ Celerio และ Mirage สามารถพับได้แบบ 60:40 ขณะที่ Brio ต้องพับลงไปทั้งหมด
     ส่วนเครื่องเสียงของ Celerio และ Mirage รองรับซีดี MP3 ได้ 1 แผ่นสามารถเชื่อมต่อ USB ได้ทั้งคู่ พร้อมลำโพง 4 จุด ซึ่งจุดนี้ Brio ไม่มีเครื่องเสียงมาให้ จึงเหมาะสำหรับผู้ต้องการหาฟร้อนท์และลำโพงดีๆมาแทนเครื่องเสียงติดรถแบบเดิม
 
     อุปกรณ์ความปลอดภัย
     Celerio และ Brio มาพร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า ขณะที่ Mirage มีเฉพาะฝั่งคนขับเท่านั้น ทุกรุ่นมีระบบป้องกันล้อล็อค ABS และระบบกระจายแรงเบรค EBD เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรคเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
 
     ทั้ง 3 รุ่นที่เรายกมาเปรียบเทียบในครั้งนี้ ถือเป็นรถรุ่นเริ่มต้นในตลาดบ้านเราทั้งสิ้น ทำให้อุปกรณ์มาตรฐานต่างๆจัดมาแบบใกล้เคียงกัน จึงเป็นดุลยพินืจของคุณผู้อ่านแล้วว่า ถูกใจรถยนต์ค่ายใด รูปลักษณ์หน้าตาอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือศูนย์บริการ เพื่อการดูแลหลังการขายต่อไปในอนาคตนะครับ
     แม้ว่า Celerio จะถูกวางตำแหน่งทางการตลาดอยู่คนละกลุ่มกับอีก 2 รุ่นที่เปรียบเทียบกันนี้ (แม้ความจริงจะใกล้เคียงกันมากก็ตาม) แต่ด้วยปัจจัยด้านราคาที่มีความใกล้เคียงกัน ทำให้ผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ราคาระดับนี้ มักมองรุ่นที่มีราคาใกล้เคียงไว้เป็นตัวเลือก ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อยครับ
 



10 ข่าวล่าสุด

,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์เทียบสเป็ค Celerio/Mirage/Brio ใครเหนือใคร? : ASN Broker ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์การวัดน้ำมันเครื่อง เรื่องง่าย...แต่มักละเลย หรือเข้าใจผิด ! : ASN Broker ประกันภัยรถยนต์ ต่อประกันรถยนต์
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์Fast Auto Show 2014 เริ่ม 2 ก.ค. รถใหม่-มือสองจัดเต็ม : ASN Broker ประกันภัยรถยนต์ ต่อประกันรถยนต์ 140601
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์รถยนต์มือสอง วิธีเลือกซื้อ และตรวจสอบ : ASN Broker #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์จัดหนัก 3 ต่อ โปร 3 Voucher คาร์แคร์ + Voucher ประกันภัย + Voucher ช็อปชิมชิลล์ : ASN Broker #ต่อประกันรถยนต์
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์ใหม่ toyota yaris eco car 2014 ราคาเริ่มต้น 469,000 บาท :ASN Broker #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #yaris
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์Nissan Pulsar ปี 2015 โฉมยุโรป เปิดตัว หวังโค่น VW Golf : ASN Broker ประกันภัยรถยนต์ ต่อประกันรถยนต์ ประกันรถเก๋ง
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์สายพานดัง อีกปัญหาที่ต้องแก้ให้ตรงจุด : ASN Broker #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์ออกรถใหม่! ดู.ด่วน! โปรโมชั่นรถยนต์ พฤษภาคม 2557 : ASN Broker ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์
,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์Mazda เผย MX-5 รุ่นฉลอง 25 ปี พร้อมโชว์โครงรถ MX-5 ใหม่ : ASN Broker #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การวัดน้ำมันเครื่อง เรื่องง่าย...แต่มักละเลย หรือเข้าใจผิด ! : ASN Broker ประกันภัยรถยนต์ ต่อประกันรถยนต์



การวัดน้ำมันเครื่อง เรื่องง่าย...แต่มักละเลย หรือเข้าใจผิด ! : ASN Broker ประกันภัยรถยนต์ ต่อประกันรถยนต์

การวัดน้ำมันเครื่อง เรื่องง่าย...แต่มักละเลย หรือเข้าใจผิด ! (thaidriver)

          การวัดน้ำมันเครื่อง...เหมือนจะง่าย แค่วัดและเติมให้ได้ระดับ แต่ในความเป็นจริงพบว่า หลายคนยังละเลย หรือวัดบ่อยตามสมควรจริง แต่ทำผิดวิธี น่าแปลกที่หลายคนเข้าใจว่าต้องรอข้ามคืน หรือหลายชั่วโมงแล้วจึงวัด ทั้งที่คู่มือประจำรถมักระบุชัดว่า "ให้วัดหลังดับเครื่องยนต์ที่ทำงานมาแล้วประมาณ 1-5 นาที หรือแค่ดับสักครู่" เท่านั้น เรื่องง่าย ๆ แต่หลายคนเข้าใจผิด นับเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า หลายเรื่องที่คนเข้าใจเหมือนกันในวงกว้าง...อาจผิด และแสดงแบบเชื่อมโยงว่า...หลายคน (หรืออาจถึงขั้นส่วนใหญ่) ไม่อ่านคู่มือประจำรถ !

          การวัดน้ำมันเครื่องนับเป็นเรื่องที่หลายคนคิดว่าง่าย และมักมองข้าม จากอดีตแนะนำว่าควรวัดทุกวัน ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครทำถี่ขนาดนั้น เพราะบางคนวัดแล้วก็ไม่เห็นพร่อง จึงคิดว่าทิ้งช่วงห่างได้ รถก็ไม่พัง จนหลายคนสงสัยว่า จริง ๆ แล้วควรวัดด้วยความถี่เท่าไร ? กี่วัน-กี่สัปดาห์ต่อครั้ง ? อีกเรื่องสำคัญคือ วิธีวัด หลายคนบอกว่าควรจอดนาน ๆ หรือข้ามคืนแล้วจึงวัด เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลกลับลงอ่างมากที่สุด หลายคนคิดว่าแปลก เพราะ หากต้องรอ 6-10 ชั่วโมงจริง ถ้าอยากวัดเองระหว่างวัน หรือหลังเติม จะทำอย่างไร ?

          น้ำมันเครื่องมีความสำคัญต่อเครื่องยนต์มาก เพราะไม่เพียงหล่อลื่น-ลดการสึกหรอ แต่ทำหลายอย่างควบคู่กันด้วย เช่น ระบายความร้อน, ป้องกันสนิม, ลดการกัดกร่อน ฯลฯ ดังนั้นควรใช้น้ำมันเครื่องคุณภาพดี ในปริมาณเหมาะสม และถูกต้อง คอลัมน์นี้เน้นเรื่องความถี่ และวิธีวัด 2 ประเด็น จึงขอข้ามเรื่องการเลือกเกรดคุณภาพน้ำมันเครื่อง เพราะเป็นเรื่องยาว และไม่เกี่ยวกันโดยตรง
การวัดน้ำมันเครื่อง
          - ความถี่...ไม่ต้องทุกวัน แต่อย่าละเลย

          การวัดน้ำมันเครื่องมีความถี่เปลี่ยนไป จากอดีตมักแนะนำให้ทำประจำทุกวันหรือไม่กี่วันครั้ง เปลี่ยนเป็นสัปดาห์ละครั้ง บางคนเป็นเดือนหรือนานกว่านั้น ก็ไม่เห็นเครื่องยนต์มีปัญหา น่าจะเป็นเพราะเมื่อก่อนวัสดุที่ใช้ทำซีลปะเก็นต่าง ๆ อาจด้อยกว่าปัจจุบัน รวมถึงความห่างของชิ้นส่วนภายใน (เคลียร์แรนซ์) จากการผลิตก็มากกว่า เครื่องยนต์ยุคเก่าจึงอาจมีการลดลงของน้ำมันเครื่องเร็ว แตกต่างจากปัจจุบัน สังเกตได้จากเครื่องยนต์ยุคใหม่ถูกกำหนดให้ใช้น้ำมันเครื่องเบอร์ใสขึ้น จากความหนืด SAE ลงท้ายด้วย 40-50 กลายเป็น 30 หรือบางรุ่นในปี 2012 เป็นเบอร์ใสแค่ 20 ก็มี เครื่องยนต์ยุคเก่าเมื่อผ่านการใช้งานมาก ระดับน้ำมันเครื่องอาจลดอย่างรวดเร็ว ทั้งรั่วซึมภายนอก หรือเล็ดลอดสู่กระบอกสูบ แล้วเผาไหม้ออกพร้อมไอเสียเป็นควันขาว อาจเป็นที่มาของการแนะนำให้วัดน้ำมันเครื่องบ่อย ๆ ทุกวันหรือไม่กี่วันครั้ง เพราะเกรงว่าเครื่องยนต์จะพัง เนื่องจากน้ำมันเครื่องขาด ไม่พอต่อการหล่อลื่นและอื่นๆ

การวัดน้ำมันเครื่อง
 
          - รักษาระดับ MIN-MAX อาจไม่ต้องเต็มเสมอ

          ปริมาณน้ำมันเครื่องมีผลต่อประสิทธิภาพในหลายหน้าที่  น้อยไปก็ไม่พอ มากไปก็สิ้นเปลืองและส่งผลลบ โดยมีปริมาณเป็นลิตร มาก-น้อยตามขนาดเครื่องยนต์ หรือความจุกระบอกสูบ-ซีซี เพราะเครื่องยนต์ใหญ่ มีอากาศและเชื้อเพลิงในกระบอกสูบ พร้อมเผาผลาญเป็นพลังงานมากกว่าเครื่องยนต์เล็ก จึงย่อมต้องการประสิทธิภาพการหล่อลื่นและอื่น ๆ มากกว่า น้ำมันเครื่องขาดอาจส่งผลให้เครื่องยนต์พัง

          ส่วนน้ำมันเครื่องเกิน ไม่พัง ถ้าเกินเล็กน้อย ประมาณ 0.5-1 เซนติเมตรของก้านวัด แม้ไม่ส่งผลเสียกับเครื่องยนต์ แต่ไม่ได้ประโยชน์และเปลืองเงิน เพราะน้ำมันเครื่องในปริมาณขีดบนของก้านวัด ก็เกินพอสำหรับหลายหน้าที่แล้ว  ถ้าเกินจากนั้น ระดับน้ำมันเครื่องที่สูงขึ้นในอ่าง อาจถูกเคาน์เตอร์เวทหรือตับเป็ดถ่วงสมดุลข้อเหวี่ยงตีสะบัดกระจายทั่ว ทั้งกินแรงในการตีจนเครื่องยนต์แรงตก และน้ำมันเครื่องอาจกระเซ็นโดนผนังกระบอกสูบมากกว่าปกติ ทำให้แหวนกวาดน้ำมันตัวล่างของลูกสูบทำงานหนัก จนน้ำมันเครื่องเล็ดลอดเข้าสู่กระบอกสูบ เผาไหม้เป็นควันขาว น่ารำคาญและสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

          การใช้งานควรรักษาระดับให้อยู่ช่วงขีดล่าง-บน หรือ Min-Max ของก้านวัดเสมอ ไม่จำเป็นต้องเต็ม แต่การเปลี่ยนน้ำมันเครื่องควรเติมให้ถึงขีดบน เพื่อไม่ต้องกังวลว่าจะลดต่ำกว่าขีดล่างหรือต้องวัดบ่อย ๆ ในช่วงแรกหลังเปลี่ยน (ระหว่างขีดบน-ล่าง มักต่างประมาณ 1 ลิตร) ส่วนเมื่อใช้งานสักระยะหรือใกล้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ก็ไม่จำเป็นต้องเติมเพิ่มให้สิ้นเปลือง โดยไม่ต้องกังวลว่าเครื่องยนต์จะพัง เพราะถ้าไม่ต่ำกว่าขีดล่างก็ใช้งานได้ปกติ

          อย่าเข้าใจผิดว่าต้องมีน้ำมันเครื่องสูงถึงขีดบนเสมอ ไม่อย่างนั้นจะมีขีดล่างทำไม ? และเมื่อมีทั้งขีดบน-ล่าง แสดงว่าผู้ผลิตเผื่อให้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเติมเผื่อให้เกินขีดสูงสุด นอกจากเป็นรถที่ใช้งานขึ้น-ลงเนินหรือมุมเอียงบ่อย จึงควรเติมให้ถึงขีดบนเสมอ เพราะระดับน้ำมันเครื่องอาจเอียงจนฝักบัวดูดอากาศผสมกันในบางจังหวะ

          ความถี่การวัดระดับน้ำมันเครื่องในปัจจุบัน หากวัดทุกครั้งแล้วพบว่ามีการลดระดับอย่างช้าๆ ตามปกติ (รวม 10,000 กม. ไม่ลดจากขีดบนจนต่ำกว่าขีดล่าง หรือสัปดาห์ละ 1-2 มม.) แนะนำให้วัด 1-2 สัปดาห์/ครั้ง หากละเลยก็อย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่ไม่จำเป็นต้องทำถี่ทุกวันแบบอดีต
การวัดน้ำมันเครื่อง

          - วิธีวัด แค่ดับเครื่องยนต์สักครู่ ไม่รอข้ามคืน
          นับเป็นปัญหาใหญ่ในวงกว้าง เพราะหลายคนเข้าใจผิด พร้อมปฏิบัติหรือแนะนำผิด ๆ ต่อเนื่องมานาน ทั้งที่เหมือนวัดง่าย ๆ แค่ดูหรือเติมให้ได้ระดับ ประเด็นสำคัญคือ ความเข้าใจผิดในวงกว้างฝังลึก ว่าต้องวัดน้ำมันเครื่องหลังดับเครื่องยนต์ไว้นานข้ามคืนหรือหลายชั่วโมง เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลกลับอ่างมากที่สุด หากวัดหลังดับเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ต้องเผื่อระดับให้เห็นว่าต่ำกว่าปกติเล็กน้อย เพราะน้ำมันเครื่องยังไหลลงไม่หมด

          ไม่ทราบและไม่มีทางสรุปได้ว่า ทำไมหลายคนเข้าใจผิดและเป็นวงกว้างอย่างนั้นมานาน ? เดาว่าอาจเพราะหลายคนเข้าใจว่า น้ำมันเครื่องเป็นของเหลวเหนียว ๆ ข้นกว่าน้ำ เมื่อต้องไหลเวียนในเครื่องยนต์ไปทั่ว หลังดับเครื่องยนต์ก็ต้องมีน้ำมันเครื่องเหลือเกาะอยู่ต่างชิ้นส่วนต่าง ๆ มากมาย ยังไม่ไหลกลับลงอ่างด้านล่างจนหมด คิด(ผิด ๆ) ไปเองว่า หากวัดจะคลาดเคลื่อน หรือได้น้อยกว่าความเป็นจริง ทั้งที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์ก็ทราบดี และได้เผื่อไว้แล้วว่า ถ้าวัดหลังดับเครื่องยนต์สักครู่ น้ำมันเครื่องควรจะมีระดับในช่วงใด ผู้ใช้หรือผู้วัดไม่ต้องคิดเผื่อแล้ว

          นับเป็นความเข้าใจและวิธีผิด เพราะคู่มือประจำรถเท่าที่เคยอ่าน และค้นหามาประกอบในคอลัมน์ทั้งญี่ปุ่น-ยุโรป เก่า-ใหม่ รถเก๋ง-รถกระบะ ล้วนระบุให้เครื่องยนต์ทำงานจนถึงอุณหภูมิปกติแล้วดับสักครู่ (น่าจะหมายถึง 1-5 นาที) หรือบางรุ่นระบุเป็นเลข 2, 3 และ 5 นาที อย่างชัดเจน เจ้าของบทความนี้ยังไม่เคยเห็นคู่มือประจำรถรุ่นใดระบุให้วัดหลังจอดข้ามคืน หรือรอนานหลายชั่วโมง

          ลองตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ชื่อดัง พันทิพ-ห้องรัชดา ที่มีผู้คนหมุนเวียนเข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นมากมาย คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า ต้องวัดน้ำมันเครื่องหลังดับเครื่องยนต์ข้ามคืนหรือหลายชั่วโมง แม้มีการนำภาพสำเนาจากคู่มือประจำรถบางรุ่นมายืนยัน หลายคนก็ยังยึดติดกับความเชื่อเก่าที่ผิด

          การวัดแบบนี้ (รอประมาณ 1-5 นาที) ตรงกับความสะดวกในชีวิตจริง เพราะเมื่ออยากวัด ทั้งเจ้าของรถหรือช่างก็ทำได้ในเวลาสั้นหลังดับเครื่องยนต์ และไม่ต้องกะระดับเผื่อ
คิดง่ายๆ ว่า หากต้องรอข้ามคืนหรือกว่า 6 ชั่วโมง เมื่อเราอยากวัดทันที ก็ต้องอดใจรอ หรือหลังช่างเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และสตาร์ทเครื่องยนต์เพื่อให้หมุนเวียนเข้าสู่ไส้กรองตัวใหม่จนเต็มแล้วดับ ลูกค้าต้องรอช่างวัดระดับน้ำมันเครื่องอีก 6 ชั่วโมงอย่างนั้นหรือ ?

          อาจมีรถบางรุ่นแนะนำแตกต่างออกไป แต่ไม่น่ามีให้รอข้ามคืน เพราะช่างหรือผู้ใช้รถจะวัดลำบาก ดังนั้น ใครใช้รถรุ่นใดก็ควรอ่าน และทำตามคำแนะนำของรถรุ่นนั้น

          ควรวัดระดับน้ำมันเครื่องทุก 1 หรืออย่างห่างๆ ก็ 2 สัปดาห์ พร้อมสังเกตความผิดปกติของการพร่อง หาก 10,000 กม. ไม่ลดต่ำกว่าขีดล่างก็ดี แต่ถ้าต่ำกว่าก็ต้องตรวจการรั่วซึม ถ้าไม่รั่วก็อาจพิจารณาเปลี่ยนเบอร์หนืดขึ้น เมื่อใช้งานไปแล้วไม่จำเป็นต้องเติมเต็มขีดบนเสมอ หากไม่ต่ำกว่าขีดล่าง และต้องวัดหลังจากเครื่องยนต์ทำงานปกติ โดยดับทิ้งไว้สักครู่ 1-5 นาที ไม่ต้องรอข้ามคืน ยืนยันตามหลักการที่ถูกต้องในยุคนี้
การวัดน้ำมันเครื่อง
ก้านวัดน้ำมันเครื่องก่อนเสียบวัด ควรเช็ดด้วยวัสดุที่สะอาด
                                  
การวัดน้ำมันเครื่อง
หลายตัวอย่างสำเนาจากคู่มือประจำรถ ระบุให้วัดระดับน้ำมันเครื่องหลังดับเครื่องยนต์สักครู่
 
นำเสนอข้อมูลโดย Asn Broker
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign
 
ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์
 
 ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์
 
 

วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Fast Auto Show 2014 เริ่ม 2 ก.ค. รถใหม่-มือสองจัดเต็ม : ASN Broker ประกันภัยรถยนต์ ต่อประกันรถยนต์ 140601



Fast Auto Show 2014 เริ่ม 2 ก.ค. รถใหม่-มือสองจัดเต็ม : ASN Broker ประกันภัยรถยนต์ ต่อประกันรถยนต์ 140601 

Fast Auto Show 2014 เปิดเวทีคนรักรถในคอนเซปต์ "เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่" มหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสอง ฟาส ออโต้โชว์ 2014 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

          พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธาน บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด และประธานจัดงานมหกรรม Fast Auto Show แถลงข่าวเปิดตัว มหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้วFast Auto Show Thailand 2014

          "มหกรรม Fast Auto Show Thailand 2014 ปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว จากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมงาน 270,000 คน ยอดจองรถ 3,900 คัน ปีนี้ถึงแม้ว่าสถานการณ์ตลาดโดยรวมจะชะลอตัว แต่ก็ยังมีความต้องการ รถยนต์ใหม่และรถยนต์ใหม่ใช้แล้ว โดยจุดเด่นของงานในปี 2557 นี้ จะเป็นแหล่งรวมรถยนต์ใหม่ป้ายแดงจาก 12 ค่ายรถยนต์ชั้นนำ และศูนย์รถยนต์มือสองที่เชื่อถือได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ FAST ซื้อง่าย ขายคล่อง ถูกใจคันไหนก็ตัดสินใจซื้อเป็นเจ้าของได้เลย โดยตั้งเป้าผู้เข้าชมงานปีนี้ทะลุ 300,000 คน ยอดจองรถมากกว่า 4,000 คัน
      
Fast Auto Show 2014
          งาน Fast Auto Show Thailand 2014 จะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ฮอลล์ 106 เช่นเดิม เนื่องด้วยความสะดวกในการเดินทางและจากผลสำรวจพบว่ากลุ่มผู้บริโภคใน โซนกรุงเทพตะวันออก และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่มีกำลังซื้อสูง และยังคงตอบรับงานเป็นอย่างดี เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในย่านนี้และพื้นที่ใกล้เคียงในภาคตะวันออกได้ มีโอกาสเข้าถึงรถยนต์ที่ต้องการได้ง่ายขึ้น" นายพัฒนเดช กล่าว

          รวบรวมค่ายรถยนต์ใหม่ป้ายแดงจาก 12 ค่ายรถยนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น ซีตรอง (Citroen) เดวา (Deva) ฟอร์ด (Ford) ฮอนด้า (Honda) ฮุนได (Hyundai) อีซูซุ (Isuzu) มาสด้า (Mazda) มิตซูบิชิ (Mitsubishi) นิสสัน (Nissan) สโกด้า (Skoda) ซูซูกิ (Suzuki) และ โตโยต้า(Toyota)

          และ ศูนย์รถยนต์มือสองรายใหญ่ จากทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 6 ค่าย ประกอบด้วย โต ออโต้คาร์, วิสาร ออโต้ คาร์, 54 นิวัฒน์, โย รัชดา, ก้องเจริญยนต์และ เบสท์ เซอร์วิส ซึ่งผู้ประกอบการรถยนต์มือสอง แต่ละราย ล้วนแต่มีประสบการณ์และความชำนาญมายาวนาน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพของรถยนต์ที่นำมาจำหน่ายที่ผ่านการคัด เลือกโดย น้าเดช พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

          สำหรับผู้ที่สนใจหายนต์ไว้ใช้งานสักคัน Fast Auto Show 2014 ถือเป็นโอกาสดีตลอด 5 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2557 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ฮอลล์ 106 พร้อมอัดแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษเพียบ งานนี้เข้าฟรีครับ
ภาพบรรยากาศงาน Fast Auto Show 2013     
 
Hyundai Tucson Limited

Hyundai Tucson Limited

Hyundai Tucson Limited

Hyundai Elantra

Hyundai Elantra

บูธ DAD

บูธ DAD

บูธ DAD

บูธ DAD

บูธ DAD

บูธ DAD

บูธ DAD

บูธ DAD



บูธ DAD

บูธ DAD

บูธ DAD

บูธ DAD

D-Max X-Series Speed

D-Max X-Series Speed

D-Max X-Series Speed

Fast Auto Show Thailand 2013

Fast Auto Show Thailand 2013

Fast Auto Show Thailand 2013

Fast Auto Show Thailand 2013

Fast Auto Show Thailand 2013

Fast Auto Show Thailand 2013

Fast Auto Show Thailand 2013

Fast Auto Show Thailand 2013
 
นำเสนอข้อมูลโดย Asn Broker
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
ดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Asn Broker?Campaign
 
ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันชั้น1,โบรกเกอร์,ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส,ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส,ต่อประกันรถยนต์,broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ,ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์
 
 ประกันภัยรถยนต์,ประกันรถยนต์,ประกันรถยนต์ ชั้น1, ชั้น2พลัส, 3พลัส พรบ. ต่อประกันรถยนต์ จากบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ชั้นนำ โดย ASN Broker นายหน้าประกันรถยนต์ ออนไลน์อันดับ 1 ประกันภัยรถยนต์, ประกันรถยนต์ ,ประกันชั้น1, โบรกเกอร์, ประกันชั้น2,ประกันชั้น2พลัส, ประกันชั้น3,ประกันชั้น3พลัส, ต่อประกันรถยนต์, broker,ประกันรถเก๋ง,ประกันรถกระบะ, ประกันรถยนต์ชั้น1,ชั้น2พลัส,3พลัส,บริษัทประกันภัยรถยนต์,ประกันรถกะบะ,พรบ.รถยนต์,โปรโมชั่น รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 1,พ ร บ รถยนต์,ราคา ประกัน ชั้น 1 ,เบี้ยประกันภัยรถยนต์,โปรโมชั่นรถ,ประกัน ชั้น1 ราคา,เมื่องไทย ประกันภัย รถยนต์,ประกันภัย ชั้น 3,เช็คเบี้ยประกันภัย รถยนต์