วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

เมื่อต้องนำรถเข้าอู่ ทำอย่างไรดี #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

เมื่อต้องนำรถเข้าอู่ ทำอย่างไรดี  #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง
เมื่อต้องนำรถเข้าอู่ ทำอย่างไรดี #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

นำมาจากหนังสือ เทคนิคแต่งรถ รู้เรื่องรถ
ทางที่ดีท่านควรจะมีอู่ประจำและไว้ใจได้ เพราะท่านจะต้องใช้บริการในการตรวจเช็คเครื่องยนต์อยู่เสมอ ช่างที่ซ่อมประจำจะรู้จักเครื่องยนต์ของท่านเป็นอย่างดี ควรหาร้านที่มีอะไหล่ครบหรือสามารถหาเปลี่ยนให้ได้ และมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ในกรณีที่ท่านมีปัญหาในเรื่องรถยนต์แล้วจะนำรถเข้าอู่สิ่งที่ท่านจะต้องปฏิบัติคือ

-          อย่าเชื่อคนที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่มีความรู้เรื่องช่างจริง ควรจะคุยกับช่างใหญ่ดีกว่า

-          บอกอาการเสียของรถให้ละเอียด ประวัติการซ่อม หรือเปลี่ยนอะไหล่ที่เกี่ยวข้องกับการเสีย

-          ถ้าต้องทิ้งรถไว้ ควรนำข้าวของในรถที่ไม่จำเป็นออก เช่น เทป หนังสือ หรือของใช้อื่น ๆ เก็บไว้ที่บ้าน

-          ควรขอที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของร้านเพื่อจะได้โทรมาสอบถามและทิ้งที่อยู่ของคุณไว้ให้ช่างในกรณีที่ต้องการโทรมาสอบถามเรื่องการตัดสินใจเปลี่ยนอะไหล่

-          ควรเก็บคู่มือและสเปคเครื่องต่าง ๆ ไว้เพื่อให้ช่างตรวจดูเครื่องยนต์ได้สะดวก

ประกันภัยรถยนต์

-          ขอบิลที่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนอะไหล่และเก็บไว้ให้ดีเพื่อการตรวจเช็คและยืนยัน

-          ตรวจสอบอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในรถก่อนที่จะนำออกจากอู่ว่ามีอะไหล่สูญหาย หรือถูกสับเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่

-          ขอดูอะไหล่เก่าทุกชิ้นที่ช่างบอกว่าเปลี่ยนให้ใหม่

-          ขอคำแนะนำเรื่องอู่ซ่อมจากญาติหรือบุคคลที่ไว้ใจได้ แต่อย่าวางใจจนกว่าท่านจะได้พิสูจน์ฝีมือและความซื่อสัตย์ด้วยตนเอง

-          ถ้าเป็นไปได้ควรให้ผู้มีความรู้เรื่องช่างช่วยตรวจเช็คว่ามีการตรวจซ่อมสมบูรณ์และเปลี่ยนอะไหล่จริงหรือไม่

-          เมื่อนำรถออกจากอู่ หากพบว่ายังมีสิ่งผิดปกติรีบนำรถกลับไปให้ช่างตรวจเช็คใหม่โดยเร็ว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
 
Motor Insurance



วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

OVER DRIVE มีประโยชน์อย่างไร แล้วจะใช้ตอนไหนถึงจะดี #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

OVER DRIVE มีประโยชน์อย่างไร แล้วจะใช้ตอนไหนถึงจะดี #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์
OVER DRIVE มีประโยชน์อย่างไร แล้วจะใช้ตอนไหนถึงจะดี #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

ความหมายจริง ๆ ของคำว่า “Overdrive Ratio” คือ .อัตราทดเฟืองเกียร์ที่ทำให้เพลากลางหมุนได้เร็วกว่าเพลาขับตัวเมนของเกียร์” จึงช่วยให้ใช้รองเครื่องต่ำลงและรถวิ่งเร็วขึ้น ซึ่งตามความหมายนี้ก็พอจะถือได้ว่า พวกเฟืองเกียร์ที่มีอัตราทดต่ำกว่า 1 นั้นเป็นเกียร์ Overdrive ส่วนผลงานของมันจะเป็นอย่างไร ได้ผลมากน้อยขนาดไหน ก็จะต้องขึ้นอยู่กับกำลังเครื่อง อัตราทดเฟืองท้ายเส้นรอบวงยาง น้ำหนักและรูปทรงของรถประกอบกัน

          จุดประสงค์หลักของการใช้งานเกียร์โอเวอร์ไดรว์ คือ ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ให้ทำงานน้อยลงกว่าเกียร์อัตราทดปกติเมื่อขับเคลื่อนด้วยความเร็วที่เท่ากัน เพื่อเป็นการลดความสึกหรอและมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยลงอย่างเช่น ในเกียร์ 4 ที่มีอัตราทดเกียร์ 1.000 เมื่อวิ่งด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. จะใช้รอบเครื่อง 3,400 รอบต่อนาที แต่พอใช้เกียร์ 5 ที่มีอัตราทดเพียง 0.850 ที่ความเร็ว 100 กม./ชม. เท่ากัน ก็อาจจะใช้รอบเครื่องรถยนต์เพียงแค่ 2,800 รอบต่อนาที ย่อมมีการสึกหรอและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยกว่าเครื่องยนต์ที่ทำงาน 3,400 รอบต่อนาทีแต่นั้นหมายถึงว่าเราจะต้องวิ่งด้วยความเร็วคงที่เพราะถ้ามีการเร่งแซงและเปลี่ยนแปลงความเร็วบ่อย ๆ ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าเกียร์ 5 หรือ เกียร์โอเวอร์ไดรว์นี้จะสร้างความประหยัดให้เสมอไป เนื่องจากเกียร์ 5 จะมีอัตราเร่งน้อยกว่าเกียร์ 4 ดังนั้นเมื่อมีการ การเร่งแซงคนขับจึงต้องกดคันเร่งลึกกว่าและนานกว่าเพื่อเรียกแรงม้าแรงบิดออกมาใช้งาน เหมือนกับตอนออกรถซึ่งถ้าออกด้วยเกียร์ 1 กดคันเร่งเบา ๆ ก็ออกตัวไปได้แล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนมาออกตัวด้วยเกียร์ 3 ก็จะต้องกดคันเร่งลึกกว่าเดิมเกียร์ 3 ซึ่งมีอัตราทดต่ำกว่าเกียร์ 1 ในความเร็วเท่ากันก็ใช้รอบเครื่องน้อยกว่า แต่การออกรถด้วยเกียร์ 3 มันไม่ได้ลดการสึกหรอและให้ความประหยัด เหมือกับการออกรถด้วยเกียร์ 1 เลย
 Overdrive #ประกันภัยรถยนต์
          ด้วยเหตุนี้หากคิดจะใช้เกียร์ Over drive ให้ได้ประโยชน์จริง ๆ ก็จะต้องใช้ให้เป็น และใช้ให้ถูกวิธีด้วย
ใช้ให้ถูกวิธี

          ในการใช้เกียร์ Overdrive ให้ได้ผลเต็มที่นั้น ประการแรกคือต้องใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพการจราจร อย่างเช่น การขับขี่ในเมืองที่ใช้ความเร็วต่ำ มีการเร่งและหยุดบ่อย ๆ แบบนี้ไม่ควรเร็วต่ำ มีการเร่งและหยุดบ่อย ๆ แบบนี้ไม่ควรใช้ ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติที่มีปุ่มเปิด-ปิด ให้ใช้จังหวะ OD off จนกระทั้งเจอทางโล่ง สามารถใช้ความเร็วได้เกินกว่า 60-80 กม./ชม. (ขึ้นอยู่กับกำลังเครื่องยนต์) จึงค่อยกดสิวทซ์ OD on เพื่อให้เกียร์เปลี่ยนเป็น Overdrive
 Overdrive #ประกันรถยนต์
          พวกรถเกียร์อัตโนมัติที่มีเกียร์ Over drive จะพยายามอยู่ในตำแหน่งเกียร์สูงสุดเท่าที่จะสามารถ รถบางรุ่นนั้นขนาดคลานด้วยความเร็ว 40 กม./ชม. ยังไม่ยอมเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำเลยก็มี แบบนี้นอกจากทำให้แรงบิดเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น แทนที่จะเกิดความประหยัดตามความมุ่งหมาย หรือพวกรถเกียร์ธรรมดา เมื่อใช้เกียร์ Overdrive ในการขับขี่ที่ความเร็วต่ำมาก ๆ จะไม่มีผลเฉพาะอัตราเร่งกับอัตราสิ้นเปลืองเท่านั้น ยังทำให้ชุดขับเคลื่อนและระบบส่งกำลังตลอดจนเครื่องยนต์เกิดชำรุดเสียหายได้อีกด้วย



ใช้ในการแซง

          เมื่อขับอยู่ในช่วงความเร็วประมาณ 60-100 กม./ชม. โดยขับเคลื่อนอยู่ในจังหวะเกียร์ Overdrive และมีความต้องการแซงรถคันข้างหน้าแบบไม่รีบร้อยเร่งด้วยอะไรมากนัก ควรกดสวิทช์เป็น OD off เพื่อเปลี่ยนเกียร์ลงมาเป็นเกียร์ต่ำก่อน แล้วกดคันเร่ง (เบา ๆ ) เพิ่มกำลังเครื่องแซงขึ้นไป พอพ้นหรือหมดความจำเป็นแล้วจึงค่อยกดสวิทช์เปลี่ยนกลับมาเป็น OD on ตามเดิม วิธีนี้จะรวดเร็วและประหยัดกว่าการเร่งแซงทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในเกียร์ Overdrive ซึ่งจะอืดอาดใช้เวลาในการแซงนานกว่า วิธีนี้จะทำให้การแซง “นิ่มนวล” กว่าการกดคันเร่งลึกให้เกียร์ Kick Down 
เปลี่ยนกลับเป็นเกียร์ต่ำ เพราะการคิกดาวน์นั้นเครื่องยนต์จะมีรอบสูง อัตราเร่งรุนแรงกระชากกระชั้นเกินความจำเป็น ซึ่งก็จะนำไปสู่การสึกหรอและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์ (อีกแล้ว)

 Overdrive #ประกันรถ

โอเวอร์ไดรว์ในที่คับขัน

          พวกเกียร์ Overdrive มีอัตราทดเกียร์ต่ำ ทำให้เครื่องยนต์ไม่มีเอนจิ้นเบรค ดังนั้นในการเบรกจะใช้ระยะเบรกยาวกว่าปกติด้วยเหตุนี้เพื่อความปลอดภัยและช่วยให้ใช้ระยะในการเบรกสั้นลง เวลาที่ขับรถในจุดคับขัน เช่น ขับลงทางลาด ลงสะพาน หรืออยู่ในจุดบอดไม่เห็นทางข้างหน้า ควรจะเปลี่ยนกลับมาใช้เกียร์ต่ำ โดยกดสวิทซ์เป็นตำแหน่ง OD off อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้นอีกครั้งละสิบยี่สิบตังค์ แต่ขอให้นึกเทียบกับค่าซ่อมรถเนื่องจากไปสะกิดบั้นท้ายคันอื่นแล้วจะรู้สึกกว่าคุ้มกว่ากันเยอะ โดยเฉพาะรถที่ใช้ระบบเบรค ABS ซึ่งปกติระยะเบรกก็จะยาวกว่ารถที่ไม่มี ABS อยู่แล้ว มาผสมโรงกับจังหวะเกียร์โอเวอร์ไดรว์อีกก็จะไปกันใหญ่ เบรคกันไม่ค่อยทัน ในบางครั้งเราจึงควรกดสวิทช์เป็น OD off ให้ลดลงมาเป็นเกียร์ต่ำเพื่อใช้ “เอนจิ้นเบรค” มาช่วยลดความเร็วของรถด้วยอีกทางหนึ่ง

Overdrive #ต่อประกันรถ
          ทำนองเดียวกันเวลาขับรถเขาโค้งด้วยความเร็ว ถ้าเรากดสวิทช์เป็น   OD  off    ลดเกียร์ลง จะเกิด
เอนจิ้นเบรคช่วยให้การทรงตัวของรถดีขึ้น สร้างความมั่นใจได้มากกว่า อีกทั้งสามารถเร่งเครื่องพาตัวรถออกจากโค้งได้รวดเร็วกว่าอีกด้วย การลดเกียร์ลงมาจะให้ความปลอดภัยได้เหนือกว่า หรือหากไปเจอเหตุกะทันหันกลางโค้งก็จะสามารถเบรกชะลอรถและเร่งส่งบังคับควบคุมรถได้ง่ายขึ้น

ที่มา http://www.asnbroker.co.th

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
 
Motor Insurance


วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558

รถสนิมขึ้น ควรทำอย่างไร #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

รถสนิมขึ้น ควรทำอย่างไร  #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง
รถสนิมขึ้น ควรทำอย่างไร #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

ต้องยอมรับว่า รถยนต์ ถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของ มนุษย์ไปแล้ว แทบจะบอกได้ว่าไม่มีใครไม่เคยใช้รถยนต์ในการโดยสารหรือเดินทาง 
สำหรับผู้เป็นเจ้าของรถ ต้องคอยมั่นดูแลใส่ใจในตัวรถ และยิ่งด้วย รถทำมาจากเหล็ก ซึ่งเหล็กมีศัตรูตัวฉกาจคือสนิม  วันนี้เราจะมาดู เรื่องสนิมกับรถกันครับ
โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกกระแทก โดนขีดขูด หรือชนมา จนทำให้ตัวสีภายนอกหลุดล่อน
ส่วนใหญ่แล้ว แผลที่ชนมา แล้วยังไม่ได้ซ่อม เพราะคิดว่าเล็กน้อย มักจะเกิดปัญหาสนิม โดยสนิมนั้น เกิดขึ้นมาจากการทำปฏิกิริยาของ ธาตุเหล็กกับออกซิเจน โดยมีน้ำ และความชื้น เป็นตัวทำปฏิกิริยา
 
ซึ่งเมื่อเหล็กได้ความชื้น อิเล็กตรอนในอะตอมของเหล็กจึงเกิดการแตกตัว และทำปฏิกริยากับออกซิเจน เกิดเป็นสนิมกัดกินเนื้อเหล็กไปเรื่อยๆ
 
 
สำหรับจุดที่สามารถเกิดสนิมบ่อยๆ จะเป็นตามบานพับประตูต่างๆ รวมถึงข้อล็อคบานพับประตู ฝากระโปรงหน้า ฝาถังน้ำมัน เป็นต้น  
 

ถ้าเจอรอยสนิมต้องทำอย่างไร ? 

สำหรับการจัดการปัญหาสนิม พวกเรามีวิธีขจัดสนิมรถง่ายๆ ดังต่อไปนี้
 
1. นำผ้าเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่มีสนิม 
 
2. หลังจากนั้นให้ใช้กระดาษทรายขัด
 
3. เมื่อขัดเสร็จเรียบร้อย ให้ใช้ผ้าแห้งเช็ดคราบสนิมที่เหลือออกไป ห้ามใช้น้ำล้าง
 
4. ฉีดสเปรย์พ่นกันสนิม
 
 
หลังจากทำตามขั้นตอนเรียบร้อย ก็ให้รีบนำรถเข้าซ่อม แต่หากยังไม่มีเวลา ให้หาซื้อสีแต้มมาแต้มก่อน หรือเอาเทปปิดผิวไปเลยก็ได้ครับ
 
Cr: 3mauto
ที่มา : http://www.asnbroker.co.th/ 
 
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
 
Motor Insurance



วันพุธที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2558

อยากจะบอกให้โลกรู้ว่า ใบสั่งใบที่ 5 มาแล้วจร้า แฝดสวมทะเบียนก็ยังลอยนวล เมื่อไหร่หนอวงจรอุบาทว์จะยุติเสียที #ประกันภัยรถยนต์

อยากจะบอกให้โลกรู้ว่า ใบสั่งใบที่ 5 มาแล้วจร้า แฝดสวมทะเบียนก็ยังลอยนวล เมื่อไหร่หนอวงจรอุบาทว์จะยุติเสียที #ประกันภัยรถยนต์
อยากจะบอกให้โลกรู้ว่า ใบสั่งใบที่ 5 มาแล้วจร้า แฝดสวมทะเบียนก็ยังลอยนวล เมื่อไหร่หนอวงจรอุบาทว์จะยุติเสียที #ประกันภัยรถยนต์

มาอีกแล้วกับการสวมรอยทะเบียน แล้วทำให้เจ้าของรถแท้จริงต้องเดือร้อนไปตามๆกัน โดยในวันนี้มีเจ้าของรถที่หลักฐานยืนยันพร้อมสรรพ
ว่าไม่ได้ทำตามข้อกล่าวหา ที่ตำรวจส่งหมายมาให้ถึงบ้าน โดยเรื่องมีดังนี้ จากคำบอกเล่าของ จขกท ล็อกอิน Caps Girl 
__________________________________________________
สืบเนื่องจากกระทู้ http://pantip.com/topic/32724691 ของเราหากใครพอจะจำได้
เราและหลายๆคนเคยคิดว่า การเปลี่ยนทะเบียนรถมันคงจบเรื่องไร้สาระน่าปวดหัวนี้ได้ ผิดละค่ะ แฝดตัวนี้มันอหังการ์ยิ่งกว่า Winter Soldier เหอะๆ

ไงล่ะ มาอีก 2 ใบ ใบที่ 4 ได้มาเมื่อกลางธันวาปีที่แล้ว ใบที่ 5 ได้มาเมื่อปลายเดือนที่แล้ว เนื่องจากไม่ได้อาศัยตามที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ทั้งคู่มาจาก สน. เดียวกัน คือ นนทบุรี
มาดูกันทีละใบ



ใบแรกของ สน. นนทบุรี สถานที่เกิดเหตุ ถนนนครอินทร์ พระราม 5 วันที่ 31 สิงหาคม 2557 เวลา 13.31 น. อันนี้ใบสั่งได้มาหลังตั้งกระทู้แรกไปได้ 2 เดือน
คราวนี้มันทำอะไร: ขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่ กม. กำหนด (อีกแล้ว ไม่ทราบจะซิ่งไปลงนรกขุมไหนคะแย่)
คุณตำรวจผู้ออกใบสั่ง พิจารณาจากลายมือที่เขียนชื่อและเลขที่บ้านของดิฉัน น่าจะอายุเยอะพอสมควร คำถามคือ เหตุเกิด 31 สิงหา เกือบ 4 เดือนทำไมเพิ่งส่งมาคะ
เห็นว่าเลยกำหนดเสียค่าปรับเลยดองไว้ก่อนเผื่อมาอีกค่อยชี้แจง และก็มาจริงซะด้วย ใบที่ 5


สถานที่เกิดเหตุ แยกแคราย อันขึ้นชื่อลือชาว่ามีกล้องถึง 20 ตัว วันที่ 31 ตุลาคม 2557 เวลา 14.19 น.
คราวนี้มันทำอะไร: ขับขี่ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร (ห้ามกลับรถ) ตามภาพประกอบ

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ดิฉันยั๊วะยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เหตุเพราะ ตรูอุตส่าห์เดินทางไปศูนย์ขนส่งของจังหวัด ทำเรื่องเปลี่ยนป้ายทะเบียนและโอนย้ายเข้าพิษณุโลกไปแล้ว ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง ครั้งนึงก็ 30 กว่าโล ไปกลับ 2 รอบรวม 4 ครั้ง เสียทั้งเวลา ค่าน้ำมันและเพิ่มความเครียด
จัดการเปลี่ยนทะเบียนใหม่เรียบร้อย มีผล 29 ตุลาคม 2557

แล้วไม่ทราบว่าคุณตำรวจเอาข้อมูลจากไหนมาอ้างว่าฉันเป็นเจ้าของรถทะเบียนนี้อีกคะ ณ 31 ตุลาคม 2557!!! อยากจะไปบุก สน. นนทบุรีให้รู้แล้วรู้รอด ว่าใครมั่วกันแน่ ระหว่างตำรวจกับขนส่งร้องไห้
ยิ่งไปกว่านั้น เราแจ้งความดำเนินคดีแล้วนะคะ บุกไป สน. ห้วยขวางมาเลย ทำไมข้อมูลแบบนี้คุณไม่ online ให้มันตรวจสอบได้บ้าง

ณ จุดนี้เราขอแค่ 2 อย่างค่ะ 1. ขอให้ลบข้อมูลกระทำผิดที่เราไม่ได้ทำออกจาก lists พวกนั้นซะ 2. อย่าส่งใบสั่งที่เราไม่ได้ทำผิดจริงมาให้อีก
เราไม่หวังแล้วค่ะ ว่าคุณตำรวจจะจับคู่แฝดอหังการ์รายนั้นได้
ถ้าเราไม่อยู่เมืองไทยไปเป็นปีๆ คุณตำรวจส่งใบสั่งมาก็ไม่มีใครมีปัญญามาแก้ต่างได้แบบนี้แล้วนะคะ เห็นใจครอบครัวของเราบ้าง
ไม่รู้ว่าจะมีใครเคยได้รับใบสั่งที่ตัวเองไม่ได้ทำผิด เยอะเท่าเรามั้ย แต่ไม่ว่ากี่ใบ คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้ กรุณาไปปรับปรุงระบบการตรวจจับให้มันดีกว่านี้เถอะค่ะ หากไม่มีอะไรดีขึ้น คงต้องทำหนังสือร้องเรียนไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ไม่รู้จะพอช่วยได้หรือเปล่า
***********************************************

จากเหตุการณ์ในกรณีนี้ ทาง ASN Broker มีข้อแนะนำสำหรับเพื่อนๆทุกท่านว่า ถ้ามีใบสั่งที่เราไม่ได้เป็นคนทำ ควรปฏิบัติดังนี้

อันดับแรก ให้ใจเย็น ตั้งสติก่อน อย่าบุ่มบ่ามไปโรงพัก ที่สำคัญห้ามชำระค่าปรับเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะถือว่าเรายอมรับผิดจริง

อันดับสอง ให้ลองทบทวนว่าวันเวลาที่ใบสั่งระบุนั้น จริงๆแล้วเราอยู่ที่ไหน หรือเคยไปแถวนั้นในช่วงเวลานั้นหรือเปล่า

อันดับสาม หากจำได้แม่นว่าไม่ใช่เรา หาพยาน ณ.ที่เกิดเหตุ เพื่อนหรือร้านค้าที่เราไปใช้บริการ ที่มีการยืนยันตัวตนแน่ชัด

อันดับสี่ ไปโรงพักพร้อมพยานแจ้งบันทึกประจำวันและเคียร์กับทางตำรวจ

อันดับห้า ไม่ว่ากรณีใดห้ามชำระค่าปรับในสิ่งที่เราไม่ได้ทำ เพราะไม่เช่นนั้น จะเป็นการยืนยันการรับผิดของเรา ทำให้ประวัติเสีย

อันดับหก ทำเรื่องเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ อย่าปล่อยให้ลากยาว เพราะคนร้าย จะนำไปใช้เรื่อยเพื่อสร้างความผิดให้กับเรา

ทั้งนี้ก็หวังว่าวิธีแก้ ที่ เอเอสโบรกเกอร์ เป็นไกด์ไลน์ ให้นั้น ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆผู้ใช้รถกันทุกคนครับ

ที่มา pantip.com
และบทความเพิ่มเติมโดย asnbroker.co.th 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
 
Motor Insurance


วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

บริษัทประกันหาวิธีให้พ่อแม่ควักเงินซื้อให้ลูกรักได้ง่ายๆ เอาเด็กไม่เคยจับเปียโนมาแสดงในวงออเคสตร้าภายใน 5 สัปดาห์! #ประกันภัยรถยนต์

บริษัทประกันหาวิธีให้พ่อแม่ควักเงินซื้อให้ลูกรักได้ง่ายๆ เอาเด็กไม่เคยจับเปียโนมาแสดงในวงออเคสตร้าภายใน 5 สัปดาห์! #ประกันภัยรถยนต์
บริษัทประกันหาวิธีให้พ่อแม่ควักเงินซื้อให้ลูกรักได้ง่ายๆ เอาเด็กไม่เคยจับเปียโนมาแสดงในวงออเคสตร้าภายใน 5 สัปดาห์! #ประกันภัยรถยนต์

Folksam บริษัทประกันชั้นนำในสวีเดนที่มีประกันหลายรูปแบบและหนึ่งในแพคเกจประกันที่ต้องการโปรโมทเป็นพิเศษก็คือทำประกันเงินออมเพื่อการศึกษาของบุตร เพราะพ่อแม่ทุกคนบนโลกก็หวังที่ลูกจะมีการศึกษาที่ดี อนาคตที่ก้าวหน้า และเพื่อฉายภาพให้เห็นว่าเด็กทุกคนมีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพตัวเองจากศูนย์เป็นอัจริยะได้จริงๆ (หากได้เข้ารับการศึกษาที่ถูกต้อง)? ทีมงานจึงคิดกิจกรรมเด็ดๆ จับเด็กน้อยตัวจิ๋วๆ ที่เกิดมาไม่เคยจับเปียโนเลย มาเข้าคอร์สกับคอนดักเตอร์คนเก่ง แค่ 5 สัปดาห์ พวกเขาสามารถรวมตัวกันเป็นวงออเครสตร้าเล่นเพลงสดๆ ที่แม้จะเพี้ยนนิดๆ แต่ก็เป็นเพลงเพราะๆ ได้!
2015-03-07_16-20-09
2015-03-07_16-21-10
ดูคลิปวิดีโอการแสดงสดของเด็กๆ มือใหม่หัดเล่นดนตรีได้ที่นี่
2015-03-07_16-20-34
ดูภาพเบื้องหลังการซุ่มซ้อมตลอด 5 วันที่แม้วุ่นวาย แต่ผลที่ได้ก็คุ้มค่า
สองคลิปนี้ทำให้พ่อแม่ได้ประจักษ์กับสายตาตัวเองว่า “ความอัจฉริยะของลูก” นั้นฝึกได้จริงๆ ทำให้การคิดจะควักเงินทำประกันเงินออมก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องคิดนานเลยจริงๆ
ที่มา http://www.asnbroker.co.th

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
 
Motor Insurance

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

รถดีเซล VS รถเบนซิน แบบไหนคุ้มกว่ากัน #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

รถดีเซล VS รถเบนซิน แบบไหนคุ้มกว่ากัน #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง
รถดีเซล VS รถเบนซิน แบบไหนคุ้มกว่ากัน #เรื่องน่ารู้ #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง

ปัจจุบัน เราได้เห็นรถขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ทั้งๆที่ในอดีตมันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครทำ โดยเฉพาะกับรถประเทศฝั่งตะวันออก แต่ตอนนี้รถดีเซลกับเข้ามาทำตลาดมากขึ้นและได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม แล้วมันแตกต่างจากเครื่องยนต์เบนซินอย่างไร

น้ำมันเชื้อเพลิง

เครื่อง ยนต์ดีเซลจะมีอุณหภูมิของการจุดติดไฟต่ำ และให้พลังที่มากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ทำให้การเผาไหม้ที่ออกมาจึงแตกต่างกัน อีกทั้งปัจจัยทางด้านราคา เราจะเห็นได้ว่าน้ำดีเซลถูกกว่าชัดเจน และยังได้รับการดูแลจากภาครัฐมากกว่า

การจุดระเบิด

เครื่อง ยนต์เบนซินจะทำการจุดระเบิดด้วยประกายไฟจากหัวเทียน โดยอัดอากาศและน้ำมันเข้าไปในกระบอกสูบ ทำให้การสตาร์ทเครื่องยนต์ทำได้ดีกว่า
ส่วน เครื่องยนต์ดีเซล จะทำการอัดอากาศเข้าไปในกระบอกสูบเพียงอย่างเดียวจนเต็ม จากนั้นถึงจะปล่อยน้ำมันเข้าไป และเมื่อความร้อนถึงจุดระเบิดก็จะทำการเผาไหม้

ส่วนประกอบของเครื่องยนต์

เครื่อง ยนต์ดีเซลนั้นมีอัตรากำลังค่อนข้างสูง ทำให้ชิ้นส่วนหรือส่วนประกอบต่างๆ ต้องมีความแข็งแรงและมีขนาดใหญ่ จึงทำให้เครื่องยนต์ดีเซลมีราคาสูงและมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องยนต์เบนซิน ทำให้รถขนาดเล็กเลือกใช้เครื่องยนต์เบนซินมากกว่า

กำลังเครื่องยนต์

เครื่อง ยนต์เบนซินนั้นจะให้รอบที่สูงกว่า การเร่งแบบหนักๆ และต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลนั้นเน้นพละกำลัง อาจเร่งได้ไม่ดีเท่าเบนซิน แต่แรงเยอะกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ควันดำ

ใน อดีตรถดีเซลจะมีปัญหาเรื่องของไอเสียหรือควันดำ เนื่องมาจากระบบการจุดระเบิด แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีทำให้ไอเสียมีน้อยลงและไม่มีปัญหาควันดำ

การดูแลรักษา

เครื่อง ยนต์ดีเซลมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าดูแลง่ายกว่า แต่ในปัจจุบันนั้นแทบไม่ต่างกันเลย ยิ่งระบบการตรวจเช็ครถที่ถี่ขึ้น การใช้งานรถในแต่ละประเภทก็ยาวนานไม่ต่างกันมาก

เลือกเบนซินหรือดีเซล

ใน รถบางยี่ห้อเครื่องยนต์ดีเซลจะมีราคาแพงกว่าเครื่องยนต์เบนซินมหาศาล เมื่อเทียบข้อดีข้อเสียแล้วก็ดูจะไม่ค่อยคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แต่หากราคาทั้งสองแบบไม่ต่างกันมากนัก รถเครื่องยนต์ดีเซลก็ดูเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย 
 ที่มา http://www.asnbroker.co.th

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
 
Motor Insurance


วิริยะประกันภัย ตอบแทนความเชื่อมั่นลูกค้าที่ถูกฉ้อโกง ช่วยสมทบค่าเบี้ยกรมธรรม์ฉบับใหม่ 50% #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์

วิริยะประกันภัย ตอบแทนความเชื่อมั่นลูกค้าที่ถูกฉ้อโกง ช่วยสมทบค่าเบี้ยกรมธรรม์ฉบับใหม่ 50% #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์
วิริยะประกันภัย ตอบแทนความเชื่อมั่นลูกค้าที่ถูกฉ้อโกง ช่วยสมทบค่าเบี้ยกรมธรรม์ฉบับใหม่ 50% #ประกันภัยรถยนต์ #ต่อประกันรถยนต์

วิริยะประกันภัยเดินหน้าช่วยเหลือผู้บริโภคที่ถูก”บิ๊กอินชัวร์ กรุ๊ป”ฉ้อโกง  และตอบแทนความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัท  ด้วยการช่วยจ่ายเงินสมทบค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 50% ของเบี้ยประกันภัยที่ประสงค์จะซื้อใหม่กับวิริยะประกันภัย
ตามที่มีผู้บริโภคหลงเชื่อได้ซื้อประกันภัยรถยนต์ผ่านบริษัท บิ๊ก อิน ชัวร์ กรุ๊ป แล้วไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะไม่ได้มีการส่งเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัทผู้รับประกันภัย  และได้มีการรวมตัวเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปรามให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารบริษัทบิ๊ก อิน ชัวร์ กรุ๊ป ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งล่าสุดได้มีการดำเนินการจับกุมตัวผู้บริหารจำนวนหนึ่งไปดำเนินคดีตามที่เป็นข่าวแล้วนั้น


บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน)ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆบริษัทประกันภัยที่ถูกแอบอ้าง  มีความตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ที่เสียหายเป็นอย่างดี  และต้องขอขอบคุณผู้ที่เสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจ เลือกที่จะใช้บริการความคุ้มครองจากบริษัทวิริยะประกันภัยจำกัด(มหาชน)


ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทนความเชื่อมั่นที่มีให้กับบริษัท  บริษัทฯ จึงขอตอบแทนด้วยการช่วยจ่ายเงินสมทบค่าเบี้ยประกันภัยจำนวนครึ่งหนึ่งของราคาเบี้ยให้กับผู้ที่เสียหายตามรายละเอียดดังนี้


เงื่อนไขผู้ที่จะได้รับสิทธิ1. ต้องเป็นผู้เสียหายที่แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ก่อนวันที่ 30 มกราคม 2558 
2.ต้องเป็นผู้เสียหายที่เป็นผู้เอาประกันภัยกับ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มาก่อนหน้า และประสงค์ต่ออายุกรมธรรม์เดิมผ่าน บริษัท บิ๊ก อิน ชัวร์ กรุ๊ป 
3.ต้องเป็นผู้เสียหายที่ให้ความเชื่อมั่นและประสงค์ที่จะเลือกความคุ้มครองกับบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมีใบเสร็จรับเงินที่มีตราปลอมแปลงสัญลักษณ์วิริยะประกันภัยปรากฎอยู่ ทั้งนี้อายุความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะมีอายุการคุ้มครอง 1 ปี นับตั้งแต่วันทำสัญญารับสิทธิ

วิริยะ,ประกันภัยรถยนต์

รูปแบบการช่วยเหลือ
1 กรณีผู้ที่เสียหายยังแสดงเจตจำนงค์ต้องการความคุ้มครองจากบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน)ต่อไป   บริษัทจะร่วมสมทบจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้กับผู้เสียหายจำนวน 50% ของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามประเภทประกันภัยรถยนต์ที่ได้ซ้อผ่านบริษัทบิ๊ก อิน ชัวร์ กรุ๊ป
2 กรณีผู้ที่เสียหายได้รับทราบว่าถูกฉ้อโกง แต่ยังเชื่อมั่นในความคุ้มครองของบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด(มหาชน) และได้ซื้อประกันภัยหรือต่ออายุประกันภัยกับตัวแทนหรือนายหน้ารายอื่นไปแล้ว บริษัทยังคงสมทบค่าเบี้ยประกันภัยในอัตราเดิมคือจำนวน 50% ของราคาเบี้ยประกันภัย ณ ปัจจุบัน เมื่อมีผู้เสียหายประสงค์ที่จะต่ออายุในปีต่อไป
3 กรณีผู้เสียหายได้ซื้อประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 ประเภท 3 ประเภท 5(คุ้มครองเฉพาะภัยหรือที่เรียกว่า 2+ และ3+ )และประสงค์ที่จะขอรับสิทธิ์ เพื่อต้องการเปลี่ยนเป็นกรมธรรม์ประกันภัยประเภท 1 ยังคงได้รับสิทธิค่าเบี้ยประกันภัยสมทบจำนวน 50% ของอัตราเบี้ยประกันภัยประเภท 1
4 เงินสมทบค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 50% ต้องนับจากอันตราค่าเบี้ยประกันภัย ณ วันทำสัญญารับสิทธิ
5 อายุความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะมีอายุคุ้มครอง 1 ปีนับตั้งแต่วันทำสัญญารับสิทธิ
ทั้งนี้ ผู้ที่เสียหายประสงค์ที่จะได้รับสิทธินี้ สามารถติดต่อได้ที่ แผนกบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ฝ่ายสื่อสารองค์กร บมจ.วิริยะประกันภัย  0-2641-3500-79 ต่อ 3333 7453 และ 7450

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
 
Motor Insurance