วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

"วิริยะประกันภัย"ลงชิงแชร์ตลาดล่าง จ่ายเบี้ยต่ำลง เริ่มต้น 6,600 ทุนประกัน 1 แสน #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

"วิริยะประกันภัย"ลงชิงแชร์ตลาดล่าง จ่ายเบี้ยต่ำลง เริ่มต้น 6,600 ทุนประกัน 1 แสน #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์?
"วิริยะประกันภัย"ลงชิงแชร์ตลาดล่าง จ่ายเบี้ยต่ำลง เริ่มต้น 6,600 ทุนประกัน 1 แสน #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์

"วิริยะประกันภัย"ลงชิงแชร์ตลาดล่าง จ่ายเบี้ยต่ำลง เริ่มต้น 6,600 ทุนประกัน 1 แสน #ประกันภัยรถยนต์ #ประกันรถเก๋ง #ต่อประกันรถยนต์
“วิริยะประกันภัย”เดินหน้าพัฒนาบริการไม่หยุดยั้ง ล่าสุดออกกรมธรรม์ใหม่ เบี้ยต่ำลง “คุ้มครองเฉพาะภัย 3+” เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้เอาประกันในภาวะเศรษฐกิจที่หนี้ครัวเรือนสูง พร้อมเป็นทางเลือกให้ลูกค้าเลือกประกันตามความพอใจ-สบายกระเป๋า เพียงต้องเป็นการเคลมสด รถชนรถเท่านั้น และไม่คุ้มครองรถหาย-ไฟไหม้ ราคาเบี้ยเริ่มต้น6,600 บาท/ปี ทุนประกัน 1 แสน และ 7,700 บาท/ปี 8,800 บาท/ปี สูงสุด 9,900 บาท/ปี ทุนประกัน 4 แสน พร้อมเปิดให้บริการ "Fast Track Repair" ซ่อมสีด่วนเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง โดยต้องมีแผลไม่เกิน 4 ชิ้น และไม่มีการเปลี่ยนอะไหล่
นายนที ไชยกาล ผู้ช่วยผู้จ้ดการฝ่ายสินไหมทดแทน สำนักงานใหญ่ บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วิริยะประกันภัยมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพและการบริหารจัดการการให้บริการที่ดี ล่าสุดบริษัทได้ออกกรมธรรม์ประกันภัยใหม่ “กรมธรรม์ประภันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย แบบ 3+” ที่มีเงื่อนไขและความคุ้มครองเฉพาะความรับผิดต่อความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก,ความรับผิดของทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และความรับผิดต่อความเสียหายต่อตัวรถยนต์คันเอาประกันภัยกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบก โดยไม่รวมความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์ โดยได้เริ่มเปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2558 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้เอาประกันภัยที่ขับรถดี โดยไม่ต้องพะวงเรื่องค่าใช้จ่าย

โดยกรมธรรม์ประภันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย แบบ 3+ นี้ จะมีเบี้ยประกันภัยรวมภาษีอากร ให้เลือก 4 รูปแบบ ได้แก่ เบี้ยประกันที่ 6,600 บาท/ปี ,7,700 บาท/ปี , 8,800 บาท/ปี และ 9,900 บาท/ปี ซึ่งแต่ละรูปแบบ จะมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่เหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่ทุนประกันความคุ้มครองและความรับผิิด อาทิ เบี้ยประกันที่ 6,600 บาท จะมีทุนประกันความคุ้มครองที่ 100,000 บาท ,ส่วนเบี้ยประกันที่ 7,700 บาท จะมีทุนประกันความคุ้มครองที่ 200,000 บาท, ส่วนเบี้ยประกันที่ 8,800 บาท จะมีทุนประกันความคุ้มครองที่ 300,000 บาท และเบี้ยประกันสูงสุดที่ 9,900 บาท จะมีทุนประกันความคุ้มครองที่ 400,000 บาท

“การที่วิริยะฯออกกรมธรรม์ประภันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย แบบ 3+ ออกมานี้ เพื่อให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ภาคประชาชนมีหนี้ครัวเรือนค่อนข้างสูงจึงมีปัญหาด้านภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังมีความต้องการที่จะประกันภัยรถยนต์กับวิริยะที่มีคุณภาพและมาตรฐานการบริการที่ดี บริษัทฯจึงออกกรมธรรม์ประเภทนี้เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้เอาประกัน โดยเฉพาะผู้เอาประกันภัยที่มีวินัยในการขับรถที่ดี หรือผู้เอาประกันที่มีรถยนต์ในการครอบครองอายุเกินกว่า 7 ปี ที่ไม่อยากประกันชั้นหนึ่งที่มีราคาค่าเบี้ยประกันสูง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯเปิดโอกาสให้กับลูกค้าใหม่ที่ต้องการความคุ้มครองในลักษณะนี้ด้วยเช่นกัน”นายนทีกล่าว

นายนทีกล่าวต่อว่า ปัจจุบันลูกค้าผู้เอาประกันมีความเข้าใจในเรื่องการประกันภัยมากขึ้น บริษัทฯจึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะออกกรมธรรม์ประเภทดังกล่าว โดยไม่ได้กลัวว่าจะเสียตลาดประกันชั้นหนึ่งไป เพราะผู้เอาประกันในปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจดีขึ้นว่าความคุ้มครองที่บริษัทฯจะรับผิดในกรณีกรมธรรม์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย 3+ นี้จะเป็นความรับผิดเฉพาะกรณีรถชนรถเท่านั้น หรือที่เรียกว่า การเคลมสด ที่มีรถคู่กรณี โดยไม่ได้คุ้มครองการเคลมแห้ง หรือชนสิ่งอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์ รวมทั้งไม่คุ้มครองรถยนต์สูญหายและไฟไหม้

อย่างไรก็ตาม แม้อัตราเบี้ยประกันจะถูกลงมาเมื่อเทียบกับประกันชั้นหนึ่ง แต่บริษัทฯยังเปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันสามารถนำรถยนต์เข้าซ่อมที่ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยได้ ซี่งมีอยู่ทั่วประเทศกว่า 600 แห่ง เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอยู่ 140 แห่ง แต่จะสงวนสิทธิ์เรื่องการซ่อมห้าง
วิริยะประกันภัยรถยนต์ 
“บริษัทฯมั่นใจว่ากรมธรรม์ฯที่ออกมาใหม่นี้จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้เอาประกันในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ต้องใช้จ่ายเงินอย่างระมัดระวัง และคาดจะมีคนซื้อมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ารายใหม่ที่ไม่เคยทำประกันภัยรถยนต์กับวิริยะ ซึ่งบริษัทฯตั้งเป้าหมายยอดการขายกรมธรรม์ใหม่นี้อยู่ที่ประมาณ 20% ของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่มีทั้งหมดของวิริยะฯซึ่งมีอยู่ประมาณ 30,513 ล้านบาทในปี 2557”นายนทีกล่าว

นายนทีกล่าวว่า นอกจากนี้ทางด้านการแจ้งเคลมประกัน บริษัทฯได้พัฒนานำเทคโนโลยี โซเชี่ยล มีเดีย เข้ามาใช้สำหรับการแจ้งเคลมด้วย โดยผู้เอาประกันสามารถแจ้งเคลมอุบัติเหตุผ่านทาง Line ของบริษัทวิริยะฯได้ด้วย โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดต่อสอบถามกลับไปและแจ้งความคืบหน้าในการส่งเจ้าหน้าที่เคลมออกไปยังสถานที่จุดเกิดเหตุโดยเร็วที่สุด ซึ่งนับว่าเป็นอีกก้าวของวิริยะฯในการให้บริการลูกค้าเพื่อให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

สำหรับการให้บริการทางด้านการซ่อมสีรถยนต์ในปี 2558 นี้ บริษัทฯได้ร่วมมือกับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ในการจัดทำโครงการ “Fast Track Repair” ซ่อมสีด่วนเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง สำหรับกรณีซ่อมสีตัวรถยนต์ไม่เกิน 4 ชิ้น และไม่มีการเปลี่ยนอะไหล่ เช้าสามารถมาส่งรถเข้าซ่อม และเย็นมารับรถได้เลย (One day in One out Service) โดยขณะนี้เริ่มเปิดให้บริการแล้วในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 20 ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน และมีเป้าหมายภายในปีนี้จะเปิดให้บริการ 40 ศูนย์ฯทั่วกรุงเทพฯ

“บริษัทฯได้เริ่มเปิดให้บริการมาแล้วประมาณครึ่งเดือน ได้รับผลตอบรับที่ดี ผู้เอาประกันส่วนใหญ่มีความพึงพอใจและเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยผู้เอาประกันสามารถโทรเช็คศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะในโครงการ Fast Track Repair ได้ที่เบอร์ 1557 เพื่อนัดหมายล่วงหน้าก่อนนำรถเข้าซ่อม ซึ่งถือเป็นอีกก้าวด้านการบริการของวิริยะประกันภัยตามสโลแกนของบริษัท ซ่อมเร็ว ดี มีคุณภาพ”นายนทีกล่าว

ที่มา http://www.asnbroker.co.th 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Asn Broker Blog ,Asn Broker Blogspot , Asn Broker Exteen , Asn Broker Wikidot , Asn Broker on Wordpress , Asn Broker Journal Blog
 
Motor Insurance

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น